กรมประชาสัมพันธ์ รับนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน : SIAMHRM.COM

กรมประชาสัมพันธ์ รับนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน


ด้วย กรมประชาสัมพันธ์ จะดาเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
ในตาแหน่งนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และหนังสือสานักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11
ธันวาคม 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จึงประกาศ
รับสมัครสอบแข่งขันดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. ตาแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้งและเงินเดือนที่จะได้รับ
ตาแหน่ง นายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน
เงินเดือน 7,100 บาท หรือตามที่ ก.พ. กาหนด
ตาแหน่งว่างครั้งแรก จานวน 9 อัตรา ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ดังนี้
1. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยอาเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
สานักประชาสัมพันธ์เขต 5
2. งานห้องเทปโทรทัศน์ - เครื่องฉาย ฝ่ายช่างเทคนิค
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต สานักประชาสัมพันธ์เขต 5
3. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี
สานักประชาสัมพันธ์เขต 8
4. ส่วนพัฒนาบุคลากรการประชาสัมพันธ์ สานักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ
5. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์
6. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต
7. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน
8. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง
9. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา
หมายเหตุ ตาแหน่งดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) สารวจ วางแผนการปฏิบัติงานเทคนิค ประมาณการ เขียนแบบทางไฟฟ้าติดตั้ง ซ่อม ประดิษฐ์ ดัดแปลง ปรับปรุง ควบคุมการใช้งาน ดูแล บารุงรักษา และใช้งานเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องปรับอากาศ ระบบไฟฟ้าสื่อสารและโทรคมนาคม ระบบสารสนเทศ ระบบควบคุมอัตโนมัติ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบคอมพิวเตอร์ รับส่งข้อมูลข่าวสาร ในภารกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพตอบสนองความต้องการของหน่วยงานภายในและภายนอก
(2) จัดทาทะเบียน รวบรวม และเก็บข้อมูลทางสถิติของการใช้งาน เพื่อการวางแผนบารุงรักษา
(3) การใช้เครื่องมือโสตทัศนูปกรณ์ สามารถใช้ระบบภาพและระบบเสียง
2. ด้านการบริการ
(1) ให้คาแนะนา ตอบปัญหา แก้ไขปัญหา ให้แก่ผู้ใช้งานและผู้รับบริการ ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
(2) ประสาน แลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เพื่อประกอบการปฏิบัติงานได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ
(3) ต้องปฏิบัติงานทั้งในและนอกเวลาราชการ รวมทั้งการไปปฏิบัติงานที่ต่างจังหวัดได้

3. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
3.1 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ากว่าสิบแปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กาหนดในกฎ ก.พ.
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ ไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดารงตาแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุกเพราะกระทาความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดที่ได้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทาผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทาผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(11) เป็นผู้เคยกระทาการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้าม ตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สาหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (1) ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองแล้ว
สาหรับพระภิกษุหรือสามเณร กรมประชาสัมพันธ์ไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีผ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคาสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
3.2 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่ง ดังนี้
ตาแหน่งนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน
เป็นผู้ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาไฟฟ้ากาลัง สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาเทคโนโลยีโทรคมนาคม หรือสาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ของ ก.พ.

4. การรับสมัครสอบ
4.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัครสอบ
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 1 - 23 ธันวาคม 2552 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการตามขั้นตอน ดังนี้
(1) เปิดเว็บไซต์ http://www.prd.go.th หัวข้อ “ข่าวรับสมัครงาน” หรือที่ http://job1.prd.go.th
(2) กรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กาหนด ระบบจะกาหนดแบบฟอร์มการชาระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ให้โดยอัตโนมัติ
(3) พิมพ์แบบฟอร์มการชาระเงินลงในกระดาษขนาด A4 จานวน 1 แผ่น หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล เช่น Diskette เป็นต้น
ในกรณีไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชาระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชาระเงิน หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
(4) นาแบบฟอร์มการชาระเงินไปชาระเงินเฉพาะที่เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 - 24 ธันวาคม 2552 ภายในเวลาทาการของธนาคาร การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อชาระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว
4.2 ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จานวน 230 บาท ซึ่งประกอบด้วย
(1) ค่าธรรมเนียมสอบ จานวน 200 บาท
(2) ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเตอร์เน็ต จานวน 30 บาท
ค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
4.3 ผู้สมัครที่ชาระค่าธรรมเนียมสอบแล้ว จะได้รับเลขประจาตัวสอบ โดยจะกาหนดเลขประจาตัวสอบ ตามลาดับของการชาระค่าธรรมเนียมสอบ

5. เงื่อนไขการสมัครสอบ
5.1 ผู้สมัครสอบสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
5.2 การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
5.3 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานคุณวุฒิ ซึ่งผู้สมัครสอบนามายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ กรมประชาสัมพันธ์ จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

6. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
กรมประชาสัมพันธ์ จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบในวันที่ 6 มกราคม 2553 ณ อาคารกรมประชาสัมพันธ์ ชั้นล่าง และทางเว็บไซต์ http://www.prd.go.th หัวข้อ ข่าวรับสมัครงาน “การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ”

7. หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน แบ่งออกเป็น 2 ภาค ดังนี้
ก. ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตาแหน่ง (ภาค ข) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
ทดสอบความรู้ความสามารถโดยวิธีการสอบข้อเขียน ในเรื่องดังต่อไปนี้
ความรู้พื้นฐานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ วงจรไฟฟ้าและเครื่องมือวัด การออกแบบระบบไฟฟ้า การวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า การส่องสว่าง การป้องกันระบบไฟฟ้ากาลัง ความรู้พื้นฐานระบบเสียงและระบบภาพ เทคนิคเครื่องรับส่งวิทยุ - โทรทัศน์ ระบบสื่อสารด้วยระบบเส้นใยนาแสง ดาวเทียม ไมโครเวฟ ระบบสายส่ง และระบบสายอากาศ การกระจายเสียงและภาพ CCTV, CATV, MATV และระบบสตูดิโอ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เทคโนโลยีระบบอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์และระบบมัลติมีเดีย เทคโนโลยีสารสนเทศ ดิจิตอลวีดิโอ
ข. ภาคความเหมาะสมกับตาแหน่ง (ภาค ค) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตาแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทางาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จาเป็นของตาแหน่ง
ทั้งนี้ จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตาแหน่ง (ภาค ข) ก่อน และเมื่อสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตาแหน่ง (ภาค ข.) แล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตาแหน่ง (ภาค ค) ต่อไป

8. หลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบภาคความเหมาะสมกับตาแหน่ง (ภาค ค)
8.1 ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเตอร์เน็ต ให้ติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดา ถ่ายไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว ลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน
8.2 สาเนาประกาศนียบัตร และ ระเบียนแสดงผลการเรียน ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตาแหน่งที่สมัครสอบ จานวน 1 ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นประกาศนียบัตรของสถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสาเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอานาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 23 ธันวาคม 2552
8.3 สาเนาบัตรประจาตัวประชาชน และสาเนาทะเบียนบ้าน จานวน 1 ฉบับ
8.4 สาเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสาคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ-นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น อย่างละ 1 ฉบับ
8.5 สาเนาหนังสือรับรองผลการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จานวน 1 ฉบับ
8.6 ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2535 ซึ่งได้แก่
- โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- วัณโรคในระยะอันตราย
- โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- โรคติดยาเสพติด
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
สาเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคารับรองว่า “สาเนาถูกต้อง” ลงชื่อ วันที่ และระบุเลขประจาตัวสอบกากับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสาเนาเอกสาร

9. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาค ไม่ต่ากว่าร้อยละ 60

10. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเรียงลาดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงลงมาตามลาดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตาแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลาดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตาแหน่งเท่ากัน ให้ผู้ได้รับเลขประจาตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลาดับที่สูงกว่า
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีกและได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

11. การบรรจุและแต่งตั้ง
- ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลาดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กาหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งนั้น
- กรมประชาสัมพันธ์ไม่ประสงค์จะรับโอนผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานทุกประเภทของรัฐ


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM