4 หลักสูตรฉลุยรับปี53 : SIAMHRM.COM

4 หลักสูตรฉลุยรับปี53



ไม่ว่าภาวะวิกฤตเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างไร แต่การศึกษายังคงเดินหน้าต่อ และจำเป็นต้องพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอีกด้วย ซึ่งในปีการศึกษา 2553 ที่กำลังจะมาถึงนี้ หากมองภาพรวมของการเติบโตทางธุรกิจ จะพบว่า มีทั้งหลักสูตรเก่า และหลักสูตรใหม่ ที่สามารถผลิตบัณฑิตออกมารองรับตลาดแรงงานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

       เริ่มต้นที่หลักสูตรซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์โลก อย่างสาขาวิชาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องสำคัญในระดับสากลไปแล้ว โดย รศ.ดร.จำลอง อรุณเลิศอารีย์ ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล
       
       กล่าวถึงสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันว่า มีความสำคัญตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ จนถึงระดับโลก และกลายเป็นประเด็นที่ต้องแก้ไขปัญหาร่วมกันในเวทีนานาชาติ เมื่อมองมาที่ประเทศไทยเอง จะเห็นได้ถึงผลกระทบต่างๆจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนขึ้น เช่น ปัญหาระดับน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ปัญหามลพิษต่างๆทั้งในเมือง หรือในชนบท และปัญหาที่ชัดเจนซึ่งเป็นประเด็นร้อน อย่างผลกระทบจากโครงการมาบตาพุด เป็นต้น
       
       “ปัจจุบันสถาบันระดับอุดมศึกษาหลายแห่งทั้งของรัฐ หรือของมหาวิทยาลัยราชภัฏ เปิดการเรียนการสอนในสาขาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีมากขึ้น ดังนั้น โอกาสงานที่จะรองรับบัณฑิตก็เพิ่มตาม เพราะจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความชำนาญในการประเมินผลกระทบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบนิเวศน์ ป่าไม้ แม่น้ำ หรือสุขภาพของมนุษย์”
       
       ภาพรวมของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากสาขาด้านนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ทำงานตรงกับสาขาในหน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชน และเลือกศึกษาต่อเพื่อลงลึกเพิ่มเติมความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
       
       “ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ช่องทางของตลาดแรงงานจึงเปิดกว้างสำหรับบัณฑิตในสาขานี้ และจากการรับสมัครตรง ก็พบว่ามีแนวโน้มความสนใจของนักเรียนเป็นจำนวนเพิ่มขึ้น” รศ.ดร.จำลอง กล่าวทิ้งท้าย

       หลักสูตรยอดนิยมถัดมา คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีบทบาทในชีวิตเกือบจะทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องศิลปะ ทั้งกราฟฟิคดีไซน์ แอนิเมชั่น 3D ที่สามารถถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ มาผสานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ผลิตผลงาน จึงทำให้หลักสูตรที่เกี่ยวข้องทางด้านนี้ได้รับความนิยม และมีสถาบันต่างๆ ตอบรับกระแสดังกล่าว ด้วยการผลิตบัณฑิตป้อนอุตสาหกรรมด้านนี้อย่างหลากหลาย อาทิ เกมส์ ภาพยนตร์ โฆษณา หรืองานศิลปะแขนงอื่นๆ
       
       อาจารย์นลินณัฐ ดีสวัสดิ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรสาขาการออกแบบมัลติมีเดีย วิทยาลัยนานาชาติ ม.ศิลปากร เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้คนไทยหันมาสร้างผลงานการออกแบบโฆษณา และภาพยนตร์ ที่ออกมาในรูปแบบของหนังแอ็คชั่น การ์ตูนแอนิเมชั่น จึงทำให้แนวโน้มของการวงการมัลติมีเดียกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กๆ รุ่นใหม่ที่ชื่นชอบศิลปะที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยคอมพิวเตอร์
       
       “เหตุผลที่เด็กๆ นักศึกษามักจะสนใจหลักสูตรนี้ เพราะเป็นสาขาวิชาใหม่ที่กำลังมาแรง ที่ไม่ใช่แค่การวาดรูปลงในกระดาษเหมือนก่อน แต่จะเป็นลากเส้นและใช้จินตนาการควบคู่กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันกระแสความสนใจจึงไม่ได้ลดน้อยลง แต่กลับมีเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่เพียงนักศึกษาเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสินใจ แต่ผู้ปกครองยังเข้ามามีส่วนร่วม เพราะเล็งเห็นถึงอนาคตในวงการมัลติมีเดีย ว่าสามารถโลดแล่นได้อย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง”

       ด้านหลักสูตรน้องใหม่มาแรงอย่าง “สปา” ก็นับว่ามีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในฐานะเป็นสถาบันการศึกษาอีกแห่งที่กำลังจะเปิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง อย่างวิทยาศาสตร์สุขภาพ สปา และความงาม
       
       รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดี มรภ.สวนสุนันทา แสดงความเห็นว่า สปา เป็นธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับการโรงแรม และการท่องเที่ยว หากเสริมความแข็งแกร่งด้านนี้เพิ่มขึ้น ย่อมเป็นผลดี เพราะปัจจุบันทิศทางการเติบโตของธุรกิจสปายังไปได้เรื่อยๆ แต่ผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญจริงๆนั้น ยังมีไม่มาก ส่วนใหญ่มักทำกันตามกระแสไม่ต่างจากร้านอาหาร
       
       ความสำคัญของหลักสูตรประเภทนี้จึงสร้างการเรียนรู้เพื่อเข้าใจว่า สปา คือ วิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างหนึ่ง ที่ต้องมีการศึกษาทั้งด้านสรีระ กายวิภาคศาสตร์ สมุนไพร น้ำมันหอมระเหย แม้กระทั่งสภาพผิวที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ไม่ใช่แค่เรื่องสปา แต่ต้องรวมถึงการดูแลสุขภาพ การบำบัดรักษา
       
       รศ.ดร.ช่วงโชติ กล่าวว่า เมื่อมองตลาดด้านการบำบัดสุขภาพของไทย ยิ่งนับเป็นจุดแข็ง เพราะการนวดของไทยนั้น มีชื่อเสียงมาก หากผนวกความรู้ด้านสปาเข้าไป ย่อมสามารถขายภูมิปัญญาไทย สมุนไพรไทย เข้าไปได้อีกด้วย
       
       ปิดท้ายกันที่หลักสูตรดั้งเดิมกับ“นิติศาสตร์”ที่กระแสสังคมกำลังตีกลับ นักเรียนเลือกศึกษาต่อคณะนี้กันเพิ่มมากขึ้น ศ.ดร.สมคิด เลิศไพรฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ กล่าวถึงสาเหตุที่หลักสูตรดังกล่าว ยังคงมีความน่าสนใจเพราะตลาดงานของเด็กนิติฯ เปิดกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ เรียนแล้วมีงานทำ มีค่าตอบแทนสูง ทั้งยังมีผู้ประสบความสำเร็จให้เห็นเป็นตัวอย่างในสายงานอาชีพ ตลอดจนตัวเนื้อหาหลักสูตรก็ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมรายละเอียดตามเนื้อหากฎหมายปัจจุบันอยู่ตลอด
       
       
“ทุกวันนี้หลายคณะที่เคยบูมต่างก็ถึงจุดอิ่มตัวพอสมควรไม่ว่าจะเป็นวิศวะฯหรือวารสารศาสตร์เพราะจำนวนผู้เรียนนั้นล้นตลาดงาน ส่วนนิติศาสตร์ที่เริ่มบูมมาตั้งนานแล้วก็ยังได้รับความสนใจ ยิ่งกระแสของรัฐธรรมนูญ 2540 เข้ามามีบทบาท ก็ยิ่งทำให้มีคนมาเรียนด้วยความสนใจตัวบทกฎหมายมากขึ้น และก็อยากจะได้งานในสาขานิติศาสตร์ที่มีเงินเดือนเริ่มต้นราว 20,000 บาท
       
       ในหลักสูตรหากใครได้ศึกษาและเชี่ยวชาญกฎหมายเฉพาะ อาทิกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายธุรกิจ ก็นับว่าน่าจะเหมาะกับตลาดงานที่กำลังต้องการเพราะนอกเหนือจากสาขาอาชีพผู้พิพากษาหรืออัยการตามความเข้าใจแล้ว ความกว้างของสาขานี้ยังสามารถทำงานด้านการ ทูตระหว่างประเทศ ตำรวจ ทหาร ผู้ว่าราชการฯนิติกร ทนายความและอื่นๆได้อย่างหลากหลาย โดยได้ปรับปรุงหลักสูตรเพื่อการสอดรับกับสถานการณ์"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM