การบริหารจัดการสายอาชีพของพนักงานต่างวัย

การบริหารจัดการสายอาชีพของพนักงานต่างวัย | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



    พนักงานในบริษัทสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ โดยจำแนกตามอายุคือกลุ่มหนุ่มสาวนับตั้งแต่อายุ 18-34 ปี  กลุ่มวัยกลางคนอายุตั้งแต่ 35- 50 ปี และวัยที่มีอายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป (จนปลดเกษียณ) ทั้งสามกลุ่มจะมีวัฒนธรรมวิถีการ ดำเนินชีวิตต่างกันในเนื้อหา ดังต่อไปนี้
 
 
        
การจัดการงานอาชีพของคนวัยต่ำกว่า 35 ปี บริษัทจะต้องให้พนักงานเหล่านั้นมีความหวังและมองเห็นภาพรวมขอบริษัท และต้องสร้างวัฒนธรรมเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ การเรียนรู้ในลักษณะพี่เลี้ยงถ่ายทอดให้ หรือการเรียนรู้จากกระบวนการ (Learning by Doing)  จะมีประสิทธิภาพกว่าการจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาให้คำปรึกษา
 
        การจัดการงานอาชีพของพนักงานวัย 35 -50 ปี บริษัทจะต้องสร้างบรรยากาศให้พนักงานมีความรู้สึกว่ายังมีความใหม่สดอยากทำงานอยู่เสมอกลยุทธ์ที่หลายบริษัทนิยมทำกันคือ ส่งไปอบรมสัมมนาในหลักสูตรทั้งที่เป็นสายงานโดยตรงหรือสายงานบริหาร รวมทั้งสร้างความรู้สึกที่ดีต่อความมั่นคงของบริษัทและจะส่งผลต่อความมั่นคงในครอบครัวในที่สุด การที่กลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใดนั้น ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่คือ บริษัทต้องกำหนดระบบสวัสดิการทั้งที่เป็นเม็ดเงินและไม่เป็นเม็ดเงิน ที่พนักงานสามารถฝากชีวิตและความมั่นคงของครอบครัวได้สวัสดิการที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงในอาชีพการงาน มีดังนี้
 
1.  ค่ารักษาพยาบาล
 
2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
 
3. การประกันอุบัติเหตุ
 
4. การประกันชีวิต
 
5. เงินทดแทนในกรณีประสบอันตรายระหว่างปฏิบัติงาน
 
6.เงินช่วยเหลือในกรณีถึงแก่ความตายหรือทุพพลภาพอันเนื่องจากการปฏิบัติงานหรือสืบเนื่องจากการปฏิบัติงาน
 
7. เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร
 
8. เงินสงเคราะห์เพื่อที่อยู่อาศัย
 
9. สหกรณ์ออมทรัพย์
 
10. เงินช่วยเหลือการจัดงานศพ
 
     ส่วนพนักงานที่มีอายุมากกว่า 50 ปี นั้นไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง การจะพัฒนาหรือปฏิรูปบริษัท คนกลุ่มนี้จะต่อต้าน คัดค้าน แต่ขณะเดียวกันกลุ่มคนเหล่านี้จะมากด้วยประสบการณ์ พนักงานสามารถเรียนรู้จากคนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
 
     โดยสรุปแล้วบริษัทจะต้องมีกลยุทธ์ในการจัดการอาชีพของตน 3 กลุ่มนี้ ด้วยวิธีการและขั้นตอนที่แตกต่างกัน แต่ทั้งนี้มีเป้าหมายร่วมกันคือไม่ให้พนักงานมีความรู้สึกและยึดมั่นกับวิธีการเก่าๆ การยึดมั่นวิธีการเก่าๆ หากพิจารณาให้ลึกแล้วก็คือตัวการต่อต้านการพัฒนา กระบวนการทำงานใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่นั่นเองการพัฒนาสายงานอาชีพจะต้องเกิดจากความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายทั้งนายจ้างและลูกจ้าง กล่าวคือพนักงานต้องมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ย่อท้อหมดกำลังใจ (Self – Motivation) รวมทั้งบริษัทต้องเปิดโอกาส และมีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงานพอสมควร (Flexibility)  โดยพนักงานได้แสดงความรู้ ความสามารถ การมีความยืดหยุ่นเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานอย่างมีเป้าหมาย กล่าวคือบริษัทไหนมีความเข้มงวดในระเบียบกฎเกณฑ์มากจะทำให้ขาดความคิดสร้างสรรค์ และไม่เหมาะสมกับองค์กรที่บริหารงานโดยยึดวัตถุประสงค์ (MBO)  หรือการทำงานแบบยึดเอาผลลัพธ์เป็นเป้าหมายในการทำงาน (Result – Oriented)




จำนวนผู้ชม 12060 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์