หลักการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน

หลักการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


ขั้นตอนการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน

โดยทั่วไปจะประกอบด้วย:-

- การสำรวจเบื้องต้น (Walk-through Survey)
- การตรวจวัด ทั้งแบบโดยตรง (Direct Measurement) หรือโดยการเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อม (Sampling)
- การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ (Laboratory. Analysis)
- การประเมินผล (Evaluation) โดยเทียบเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย

การตรวจวัดระดับแสงสว่าง

ใช้ Lux Meter ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดแสงที่อ่านค่าได้โดยตรง (Direct Reading) มีหน่วยการวัดเป็น ลักซ์ ปกติจะวัดที่ตำแหน่งชิ้นงานที่คนทำงานอยู่ เพื่อประเมินระดับความเข้มของแสงสว่างกับลักษณะงานที่ปฏิบัติว่าเพียงพอหรือไม่ โดยอ้างอิงมาตรฐานของแสงสว่างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ดังนี้
- งานที่ไม่ต้องการความละเอียด ระดับแสงต้องไม่น้อยกว่า 50 ลักซ์
- ต้องการความละเอียดเล็กน้อย ระดับแสงต้องไม่น้อยกว่า 100 ลักซ์
- ต้องการความละเอียดปานกลาง ระดับแสงต้องไม่น้อยกว่า 200 ลักซ์
- ต้องการความละเอียดมาก ระดับแสงต้องไม่น้อยกว่า 300 ลักซ์
- ต้องการความละเอียดมากเป็นพิเศษ ระดับแสงต้องไม่น้อยกว่า 1,000 ลักซ์

การตรวจวัดระดับความดังเสียง

โดยใช้เครื่องมือวัดระดับความดังเสียง (Sound Level Meter) ซึ่งให้ผลของที่วัดที่มีหน่วยเป็น เดซิเบล (เอ) ปกติจะทำการวัดที่ระดับหูของตัวผู้ปฏิบัติงาน เพื่อประเมินระดับความดังเสียงที่ได้รับว่าเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ ทั้งนี้ ผลการวัดจะนำมาเทียบมาตรฐานของเสียงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ดังนี้
- ทำงานไม่เกิน 7 ชม./วัน ระดับเสียงต้องไม่เกิน 91 dB A
- ทำงาน 7-8 ชม./วัน ระดับเสียงต้องไม่เกิน 90 dB A
- เกินวันละ 8 ชม. ระดับเสียงต้องไม่เกิน 80 dB A
- นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานในที่ระดับเสียงเกินกว่า 140 dB A ไม่ได้

การตรวจวัดสภาพความร้อน

ควรทำการตรวจวัดโดยใช้ดัชนีกระเปาะเปียกและโกลบ (Wet Bulb Globe Temperature; WBGT) ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้วัดปริมาณความร้อนที่มีผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ เพื่อการ ประเมินสภาพความร้อนในที่ทำงานที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ โดยใช้ชุดตรวจวัดความร้อนแบบ WBGT อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีมาตรฐานของไทยที่กำหนดไว้ จึงต้องใช้การอ้างอิงตามค่าเสนอแนะของ American Conference of Governmental Industrial Hygienists (ACGIH) ซึ่งการประเมินผลเปรียบเทียบค่าที่คำนวณได้กับเกณฑ์มาตรฐานนี้ จะต้องมีตัวแปรที่เกี่ยวข้อง คือ ระดับความหนักเบาของงาน และเวลาทำงาน - หยุดพัก

การตรวจประเมินระดับความเข้มข้นของสารเคมี

โดยทั่วไป จะใช้รูปแบบการตรวจวัดที่ตัวผู้ปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือตรวจวัดแบบอ่านค่าได้ทันที (Direct Reading) หรือติดตั้งชุดอุปกรณ์เก็บตัวอย่างที่ตัวผู้ปฏิบัติงาน (Personal Sampling) ก่อนทำการส่งห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของมลพิษในอากาศ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของอนุภาค ฟูม มิสต์ ก๊าซ ไอระเหย และทำการประเมินผลเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ทราบระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้ปฏิบัติงาน และยังเป็นการประเมินระบบควบคุมที่มีอยู่ด้วย

ทั้งนี้ วิธีการตรวจวัดหรือเก็บตัวอย่างทางเคมี จะขึ้นอยู่กับชนิด ประเภทของสารเคมี รวมถึงองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น รูปแบบการฟุ้งกระจาย สภาพการทำงาน ฯลฯ

สำหรับการประเมินผล จะอ้างอิงมาตรฐานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย หรือมาตรฐานอื่น ๆ เช่น มาตรฐาน ACGIH, OSHA, NIOSH เป็นต้น

ที่มา/ผู้ดำเนินการ :  เอกสารประกอบการอบรมหัวข้อสุขศาสตร์อุตสาหกรรม (Wisanti L.)



จำนวนผู้ชม 5342 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์