การจัดทำโครงการด้าน HR บนพื้นฐานของ ROI

การจัดทำโครงการด้าน HR บนพื้นฐานของ ROI | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ณรงค์วิทย์ แสนทอง

[email protected]

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ROI (Return On Investment) มาบ้างแล้ว และอีกหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย การรู้จักหรือเคยได้ยินมาก่อนนั้นคงไม่ใช่ประเด็นใหญ่โตอะไร แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้คนที่ทำงานด้าน HR จะต้องถูกบังคับให้รู้จักกับคำๆนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะสิ่งนี้ถือเป็นคำตอบสุดท้ายที่ผู้บริหารรอคอยมานานจากระบบการบริหารคนขององค์กร

HR ROI นี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่เพราะมีมาตั้งนานแล้ว พร้อมๆกับแนวคิดการเปลี่ยน HR จาก Cost Center เป็น Profit Center ซึ่งเรื่องนี้เข้ามาในเมืองไทยนับสิบปีแล้ว แต่ยังไม่ค่อยองค์กรใดได้นำเอาระบบนี้ไปใช้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมมากนัก แต่ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้เรื่อง HR ROI ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่HR มืออาชีพจะต้องรู้และนำไปใช้จริง เหตุผลที่สำคัญคือสถานการณ์การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น ความต้องการของผู้บริหารระดับสูงเปลี่ยนแปลงไป ผนวกกับกระแสของ “Out-source” ด้านงาน HR กำลังมาแรง มีโอกาสเบียดแซง HR มือสมัครเล่นตกขอบไปง่ายๆ ถ้า HR ไม่สามารถพิสูจน์ให้ผู้บริหารเห็นได้ว่า HR สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรจริงหรือไม่

ก่อนที่จะกล่างถึงเทคนิคและวิธีการต่างๆในการนำเอา HR ROI ไปใช้ อยากจะแนะนำให้รู้จักคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับผลตอบแทนจากการลงทุน 2 คำคือ

  • BCR (Benefit-Cost Ratio)

หมายถึง อัตราผลตอบแทนต่อหนึ่งหน่วยของต้นทุนว่าได้ผลตอบแทนมาเท่าไหร่

สูตรการคำนวณ BCR 

=
ผลตอบแทนจากโครงการ

ต้นทุนในการลงทุน

=
500,000 = 2 : 1

250,000

ดังนั้น อัตราผลตอบแทนต่อหนึ่งหน่วยลงทุน เท่ากับ 2 :1 หมายถึง จะได้ผลตอบแทนคืนมา 2 บาท จากเงินทุนทุก 1 บาทที่ลงทุนไป

  • ROI (Return On Investment)

หมายถึง อัตราผลตอบแทนต่อหนึ่งหน่วยของต้นทุน แต่จะแตกต่างจาก BCR ตรงที่ ผลตอบแทนที่นำมาคำนวณนั้นเป็นผลตอบแทนสุทธิที่หักต้นทุนออกไปแล้ว ขอให้ดูตัวอย่างดังนี้

สูตรการคำนวณ ROI

=
ผลตอบแทนจากโครงการ – ต้นทุนในการลงทุน
ต้นทุนในการลงทุน

=

500,000 – 250,000 1 : 1
250,000

ดังนั้น อัตราผลตอบแทนสุทธิ (Net Profit) จากโครงการนี้เท่ากับ 1 :1 หมายถึง จะได้ ผลตอบแทนสุทธิ(หักต้นทุนเรียบร้อยแล้ว) กลับมา 1 บาท จากเงินลงทุนทุก 1 บาท

โดยทั่วไปแล้วการคำนวณหา ROI มักจะคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถทำได้โดยการคูณด้วย 100 เข้าไปในสูตรคำนวน เช่น

%ROI

=
500,000 – 200,000 x 100
200,000
= 150%

ดังนั้น อัตราผลตอบแทนสุทธิจากเงินลงทุนในครั้งนี้ เท่ากับ 150% หมายความว่าเงินลงทุน 100 บาท จะได้ผลตอบแทนสุทธิ (หักค่าต้นทุนแล้ว) กลับคืนมา 150 บาท

HR ROI ถือเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ HR มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้นทั้งในสายตาของผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารในสายงานอื่นๆ เพราะในอดีตที่ผ่านมากทุกคนมักจะมองว่างานด้าน HR เป็นเพียง Cost Center คือหน่วยที่มีแต่รายจ่ายเท่านั้น จึงทำให้ HR เป็นเพียงตัวประกอบในเวทีของการประชุมฝ่ายจัดการเท่านั้น เขาจะหันมาหา HR ในสองโอกาสคือ เมื่อต้องการให้มีการปลดคนออก และเมื่อองค์กรมีกำไรและต้องการเลี้ยงสังสรรค์ ทุกคนก็จะหันมาบอกให้ HR ดำเนินการ โอกาสที่จะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในประเด็นของการลดต้น เพิ่มรายได้หรือกำไรขององค์กรมีน้อยมาก

การนำเอา ROI ไปใช้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแต่จะต้องมีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบเท่านั้นเอง ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าต้องการเสนอโครงการ Profit Sharing อาจจะมีการวิเคราะห์ดังนี้

  1. ต้นทุน (Cost)

ให้คำนวณจากจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้กับพนักงานในกรณีที่ผลการดำเนินงานขององค์กร ดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแต่ละไตรมาส เช่น

  • ประสิทธิภาพในการผลิต (อาจจะพิจารณาจากอัตราผลผลิต * อัตราของเสีย * ต้นทุนการผลิต) ไม่ต่ำกว่า 0.8 และ

  • ยอดขายไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท

  • จะสะสมเป็น Profit Sharing ให้กับพนักงาน จำนวน 200,000 บาท

ดังนั้น ต้นทุนเท่ากับ 200,000 บาท

หมายเหตุ – วิธีการจ่ายเงิน Profit Sharing ให้กับพนักงาน บางองค์กรกำหนดจ่ายทุกไตรมาส โดยเอาเงินที่ได้รับหารด้วยจำนวนพนักงาน ซึ่งทุกคนจะได้รับเงินในจำนวนเท่าๆกัน

  1. ผลตอบแทน (Benefit)
  • ในกรณีที่ผลการดำเนินงานบรรลุเป้าตามเงื่อนไขในข้อ 1 บริษัทฯจะมีกำไรเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 550,000 บาท ดังนั้น การคำนวณ %ROI จึงเป็นดังนี้

%ROI =
กำไร – ต้นทุน x 100
ต้นทุน
=
550,000 – 200,000 x 100
 200,000
%ROI = 175%

ROI เท่ากับ 175 % หมายถึง การจัดทำโครงการแบ่งปันผลกำไรให้พนักงาน (Profit Sharing) นี้อัตราผลตอบแทนสุทธิ เท่ากับ 175 บาท จากเงินลงทุนทุกๆ 100 บาท หรือผลตอบแทนสุทธิเท่ากับ 175 เท่าของเงินลงทุน

สรุป การจัดทำโครงการด้าน HR บนพื้นฐานของ ROI นี้จะช่วยให้การนำเสนอโครงการต่างๆเข้าตาผู้บริหารมากยิ่งขึ้น โอกาสตกม้าตายในห้องประชุมจะมีน้อยลง นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้หน่วยงานต่างๆยอมรับในผลงานและอยากจะดึง HR เข้าไปร่วมทำโครงการด้วย จึงอยากเชิญชวนให้ HR มืออาชีพเร่งรีบศึกษาและทดลองนำเอาเครื่องมือดังกล่าวนี้ไปใช้ เพื่อที่จะได้ก้าวไปสู่การเป็น Business Player ในเร็วๆนี้นะครับ

 

 




จำนวนผู้ชม 6570 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์