ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์

ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM




ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์


การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ( Human Resource Management = HRM ) มีคำที่ใช้ใกล้เคียงกันหลายคำ เช่น การจัดการทรัพยากรคน การจัดการงานบุคคล การจัดการกาลังคน และการบริหารงานบุคคล คาที่พบในตาราภาษาไทยมากคือ คาว่า การบริหารงานบุคคล แต่ในปัจจุบันนิยมใช้คำว่าการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ด้วยเหตุผลที่ว่ามนุษย์ถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งและเป็นทรัพยากรที่สามารถปฏิบัติงานจนก่อให้เกิดผลงานสร้างสรรค์ต่อสังคมได้มากมายถ้าหากรู้จักนามาใช้ให้เกิดประโยชน์หรือเรียกว่าการบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้ถูกต้อง
ในการทำความเข้าใจความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ควรแยกออกเป็น 2 ประเด็น คือ
1. การบริหาร ( Management )
นักทฤษฎีบริหารในยุคแรก คือ แมรี่ ปาร์เกอร์ ฟอลเลทท์ ( Mary Parker Folleett ) ได้กล่าวถึงความหมายของการบริหารว่า “ เป็นศิลปะวิทยาในการสร้างความสาเร็จของงานโดยให้บุคคลอื่นทา ” (Steers , Ungson and Mowday , 1985 : 29 : : Stoner , Freemam 1989 : 3 ) นั่นก็คือผู้บริหารจะต้องใช้ความสามารถหรือศิลปะในการจัดการให้บุคลากรได้ปฏิบัติงานจนบรรลุเปูาหมายขององค์การ
การให้ความของคาว่าการบริหารดังกล่าวข้างต้นของฟอลเลทท์ ได้รับคานิยมในยุคแรกแต่ก็มีข้อโต้แย้งว่ายังไม่ชัดเจนที่จะนาไปสู่การปฏิบัติ เป็นการให้ความหมายในเชิงปรัชญามากกว่าเมสคอลและคณะ ( Mescon , Albert and Kheddouri 1985 : 4 ) จึงได้ขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้นโดยได้ให้ความหมายของคาว่าการบริหาร คือ กระบวนการวางแผน การจัดองค์กร การสั่งการ และการควบคุมการปฏิบัติงาน ของสมาชิกในองค์การ และการใช้ทรัพยากรอื่นใดที่ทาให้องค์การบรรลุ
เปูาหมาย (Stoner and Freeman , 1989 : 4) การให้ความหมายตามแนวหลังนี้ คาว่า กระบวนการเป็นวิธีการที่เป็นระบบในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ที่กล่าวว่าการบริหารเป็นวิธีการที่เป็นระบบก็เพราะว่าผู้บริหารทุกคนจะมีความสามารถในการจัดการลาดับกิจกรรม เพื่อให้งานบรรลุตามเปูาหมายที่ต้องการ และในความหมายนี้ได้เน้นว่าการบริหารที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานให้บรรลุเปูาหมายขององค์การซึ่งหมายถึงว่า ผู้บริหารขององค์การใด ๆ ก็ตามจะพยายามให้บรรลุผลสุดท้ายเฉพาะที่กาหนดไว้ในงาน ฟาโย ( Fayol quoted in Shafritz & Ott 2001 : 30 ) และเดสเลอร์ ( Dessler , 2002 : 2 ) ได้แบ่งกระบวนการบริหารออกเป็น 5 องค์ประกอบ คือ การวางแผน การจัดองค์การ การบังคับบัญชา การประสานงานและการควบคุม
1. กาหนดวัตถุประสงค์และเปูาหมายไว้ชัดเจนและเป็นลาดับขั้นตอน
2. กาหนดบทบาทไว้ชัดเจน
3. จัดระบบภายในองค์การเป็นไปตามลาดับขั้นตอน
4. มีสายงานการบังคับบัญชา
จึงกล่าวได้ว่าการบริหารจะเป็นกิจกรรมหรือวิธีการที่บุคคลหนึ่งกระทาต่อบุคคลหนึ่ง หรือหลายบุคคล เพื่อให้งานนั้นสาเร็จ ลักษณะของการบริหารจึงต้องประกอบด้วย ผู้ที่ทาหน้าที่บริหารเรียกชื่อต่าง ๆ กัน เช่น เจ้านาย ผู้บังคับบัญชา หัวหน้า ผู้จัดการ ผู้อานวยการ เป็นต้น ส่วนผู้ถูกบริหารเรียกชื่อว่าผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกน้อง เจ้าหน้าที่ เป็นต้น บุคคลทั้งสองกลุ่มจะมีความสัมพันธ์กันลักษณะความสัมพันธ์เหล่านี้ มีผลต่อประสิทธิภาพของหน่วยงานหรือองค์การ ถ้ามีความสัมพันธ์ในทางที่ดี แนวโน้มของการดาเนินขององค์การก็เป็นไปได้ด้วยดีแต่ถ้ามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีแล้ว ความสาเร็จจะเป็นไปด้วยความยากลาบาก
2. ทรัพยากรมนุษย์ ( Human Resource )
คาว่า ทรัพยากรมนุษย์ ถ้าแปลตามตัวอักษรแล้ว แปลว่า คนมีค่าเป็นทรัพย์ ซึ่งหมายถึง มนุษย์เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่นเดียวกับทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ กล่าวคือ คนในหน่วยงาน หรือองค์การเป็นสิ่งมีค่า จึงเป็นการสมควรที่จะต้องทานุบารุงรักษาให้คนมีคุณค่าเหมาะสมกับองค์การให้นานเท่านาน เพราะความมีค่าของคนนั้นสามารถก่อให้เกิดผลผลิตต่อองค์การได้ ก็เท่ากับเป็นหลักประกันที่จะทาให้องค์การอยู่รอดปลอดภัยและรุ่งเรือง (ทองศรี กาภู ณ อยุธยา 2534 : 151 )
นอกจากความหมายของทรัพยากรมนุษย์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีนักบริหารและนักวิชาการได้กล่าวถึงความหมายของทรัพยากรมนุษย์ในมิติต่าง ๆ ดังจะนามาเป็นตัวอย่าง เพื่อให้มองเห็นความหมายของทรัพยากรมนุษย์ได้กว้างขวางขึ้น ดังนี้
- บรรจง ชูสกุลชาติ ( 2534 : 6 ) กล่าว่า ทรัพยากรมนุษย์ ( Human Resource ) หมายถึง แรงงาน ความรู้ ความคิด ความชานาญของมนุษย์
- จิระ หงส์ลดารมภ์ ( 2535 : 5 ) กล่าวว่า ทรัพยากรมนุษย์ เป็นเป็นสิ่งที่มีค่า และให้ผลตอบแทน
- ฮาร์บิสัน ( Harbison 1973 : 1 ) กล่าวว่า ทรัพยากรมนุษย์ คือ พลังงาน ทักษะ พรสวรรค์ และความรู้ของประชาชน ซึ่งสามารถนามา หรือความนามาใช้ในการผลิตสินค้า หรือให้บริการที่เป็นประโยชน์
- มิลโกวิชและโบดริว ( Milkovich anf Boudreau 1991 : 2 ) กล่าวว่า ทรัพยากรมนุษย์จะเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการ การควบคุมคุณภาพ การตลาด การบริหารการเงิน การกาหนดยุทธศาสตร์และวัตถุประสงค์สาหรับองค์การ
-ไกรยทุธ ธีรตยาคีนันท์ ( 2531 : 1 – 2 ) กล่าวว่า ความเข้าใจทรัพยากรมนุษย์จะต้องพิจารณา 3 มิติ คือ ทักษะ สุขภาพ และเจตคติ
1. มิติด้านทักษะ เป็นมิติที่เกี่ยวกับการศึกษา ทั้งที่เป็นการศึกษาในรูปแบบ ( Formal ) และรูปแบบ ( Non – Formal ) น่าจะเป็นที่ยอมรับกันได้ว่าคนที่ไม่มีทักษะก็ไม่สามารถทางานอะไรได้เลยนั่นย่อมเป็นคนที่ไม่มีคุณภาพ ( อย่างน้อยที่สุดก็ในด้านทักษะ ) และผู้ที่สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาย่อมมีคุณภาพที่สูงกว่าผู้ที่สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาประถมศึกษา ( เมื่อคุณสมบัติอื่น ๆ เสมอกันตลอด )
2. มิติด้านสุขภาพ เป็นมิติที่เกี่ยวกันกับด้านความสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยเจ็บทั้งด้านกายภาพ ( Physical ) และจิตภาพ ( Psychological ) ภายในมิตินี้ด้านเดียว ก็น่าจะยอมรับกันได้เช่นเดียวกันว่าคนที่มีความไม่สมประกอบด้านร่างกาย หรือด้านจิตใจ หรือทั้งสองด้าน ย่อมมีคุณภาพด้อยกว่าคนที่มีร่างกายแข็งแรง หรือจิตใจที่ถูกสุขลักษณะ ( Healthy ) ในทานองเดียวกัน คนที่มีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ ย่อมมีคุณภาพสูงกว่าคนที่มีร่ายกายแข็งแรงแต่มีโรคประสาทหรือโรคจิตประจาตัว
3. มิติด้านเจตคติ เป็นมิติที่เกี่ยวพันกับความรู้สึกนึกคิด ซึ่งขาดความชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับมิติด้านทักษะ และด้านสุขภาพ มิติด้านเจตคติ จะเกี่ยวข้องกับตัวเอง กับบุคคลอื่นและกลุ่มคนที่เป็นลบย่อมมีคุณภาพด้อยกว่าบุคคลที่มีความรู้สึกนึกคิดในทางบวก
จากตัวอย่างการให้ความหมายของทรัพยากรมนุษย์ข้างต้นจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะมีการให้ความหมายคล้ายคลึงกัน คือ เป็นการกล่าวถึงศักยภาพหรือความสามารถที่มีในตัวบุคคล ศักยภาพที่มีจะประกอบด้วยความสามารถในการปฏิบัติงาน ด้านสุขภาพ และความรู้สึกนึกคิด ซึ่งนาไปสู่การผลิต การจัดการและการบริหาร อาจมีนักวิชาการบางท่านมองแตกต่างกันไปบ้างในรายละเอียดแต่เมื่อสรุปแล้วจะเป็นการมองที่ตัวบุคคลและมองที่เป็นผลผลิตที่เกิดจากน้ามือของมนุษย์
ทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มีความคิด ซึ่งมีศักยภาพในตัวเองที่แต่ละคนแตกต่างกันทั้งในด้านความรู้ ด้านทักษะและเจตคติและมีความสามารถในการปฏิบัติงานหรือผลที่ได้จาดการปฏิบัติงานก็แตกต่างกันด้วย ทั้งสองประเด็นนี้จึงต้องนามาพิจารณาร่วมกันเพราะผลจากการปฏิบัติงานจะสะท้อนศักยภาพของมนุษย์และกระบวนการทางาน ถ้าสามารถวิเคราะห์ได้ว่ามนุษย์มีศักยภาพเพียงใดผลปฏิบัติงานเป็นเช่นไร แล้วก็สามารถที่จะดาเนินการพัฒนาหรือดึงศักยภาพของมนุษย์ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามเปูาหมายขององค์การ
เพราะฉะนั้นเมื่อวิเคราะห์ลักษณะของทรัพยากรมนุษย์จากความหมายข้างต้นจะมองเห็นลักษณะเด่นของทรัพยากรมนุษย์ สรุปได้ดังนี้
1. ทรัพยากรมนุษย์มีราคาแพง องค์การจะต้องเสียเงินเป็นค่าแรงงานทรัพยากรมนุษย์ซึ่งนับวันจะยิ่งมีราคาค่าแรงงานเพิ่มขึ้น บริษัทเฮชและอาร์ และซิตี้คอร์ฟ ( H & R , Inc ; Citycorp ) ได้เสียค่าใช้จ่ายแรงงานมากกว่าร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในองค์การ ซึ่งนับว่าสูงมากในการลงทุนกิจการขององค์การ ( Milkovich and Boudreau 1991 : 3 )
2. ทรัพยากรมนุษย์มีชีวิตจิตใจ เน่าเปื่อยและสลายได้ถ้าไม่ใช้ประโยชน์ เมื่อกาลเวลาผ่านไปย่อมลดศักยภาพลงเพราะแก่ลงทุกวันและตายในที่สุด
3. การเข้าสู่ระบบการทางานย่อมเป็นไปตามความสามารถของบุคคล มีสิทธิจะเข้าทางาน หยุดงาน หรือลาออกจากงาน
4. การเข้าสู่ระบบงานย่อมเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง อาจจ้างเป็นรายชั่วโมงรายวันหรือรายเดือน
5. องค์การจะเข็มแข็งเจริญก้าวหน้าย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านบุคลากรในองค์การเป็นสาคัญ ถ้าองค์การมีบุคลากร มีความรู้ความสมารถย่อมเจริญก้าวหน้ามากกว่าองค์การทีมีบุคลากรด้อยประสิทธิภาพ
6. องค์การจะต้องตอบแทนให้กับบุคลที่เข้าทางาน และช่วยให้องค์การเจริญก้าวหน้า
7. องค์การมีสิทธิที่จะรับบุคคลเข้ามาทางานและก็มีสิทธิที่จะให้ออกจากงาน
8. องค์จะต้องดูแลเอาใจใส่ให้ปลอดภัยและสวัสดิการกับบุคลากรในองค์การเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่มีความตั้งใจที่จะทางานอย่างเต็มที่องค์การก็จะได้รับผลจากการทุ่มเทการทางานของบุคลากรเป็นการตอบแทน
9. ทรัพยากรมนุษย์แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งด้านสภาพร่างกาย ความสามารถเฉพาะความคิด และสติปัญญา องค์การจะต้องพิจารณาเลือกสรรให้เหมาะสมกับงาน
10. ทรัพยากรมนุษย์สามารถพัฒนาให้ศักยภาพสูงและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ ถ้าหากได้รับการฝึกอบรม ให้การศึกษาและพัฒนาที่ถูกต้องและเป็นระบบ
จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดได้วิเคราะห์ให้เห็นความหมายของการบริหารและทรัพยากรมนุษย์ ในลักษณะแยกประเด็นพิจารณา เมื่อนาสองคามารวมกันเป็นการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ( Human Resource Management = HRM ) จะมีความหมายโดยสรุปตามความคิดเห็นของนักบริหารดังนี้
- มิลโกวิชและโบคริว ( Milkovich and Boudreau 1991 : 3 ) กล่าวว่าการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นขั้นตอนการตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างคนทางาน ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของคนงานในองค์การ
- ฟิชเชอร์ และคณะ ( Fisher , Schoenfedt and Other 1993 : 5 ) เห็นว่า การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทางการบริหารทั้งมวล และการปฏิบัติที่มีผลหรือมีอิทธิพลต่อบุคคล หรือทรัพยากรมนุษย์ที่ปฏิบัติเพื่องค์การ
- มอนดี้ , โน และพรีแมม็กซ์ ( Mondy , Noe & Premeaux 1999 : 4 ) กล่าวว่า การบริหารทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง การบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้บรรลุเปูาหมายขององค์การ
- โบวิน และฮาร์สวี่ ( Bowin & Harvey 2001 : 6 ) ให้ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง กิจกรรมในการพัฒนา จูงใจ การปฏิบัติงานของพนักงานภายในองค์การให้อยู่ในระดับสูงรวมทั้งการหลอมรวมความต้องการของบุคคลแต่ละคน เพื่อให้บรรลุเปูาหมายขององค์การ
- จิระ หงส์ลดารมภ์ ( 2535 : 35 ) ได้ให้ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ว่าเป็นการบริหารและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมนุษย์เหล่านั้นให้ได้ประโยชน์สูงสุด
- สุนันทา เลาหนันท์ ( 2542 : 5 ) อธิบายว่า การบริหารทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง กระบวนการตัดสินใจ และการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทุกระดับในหน่วยงาน เพื่อให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่จะส่งผลสาเร็จต่อเปูาหมายขององค์การ กระบวนการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ การวิเคราะห์งาน การสรรหา การคักเลือก การฝึกอบรม และการพัฒนา การประเมินผลการปฏิบัติงาน การจ่าค่าตอบแทน สวัสดิการ และผลประโยชน์เกื้อกูล สุขภาพ และความปลอดภัย พนักงานและแรงงานสัมพันธ์ การพัฒนาองค์การ ตลอดจนการวิจัยด้านทรัพยากรมนุษย์
- พยอม วงศ์สารศรี (2544 : 5 ) อธิบายว่า การบริการทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง กระบวนการที่ผู้บริหารใช้ศิลปะและกลยุทธ์ดาเนินการสรรหา คัดเลือก และบรรจุบุคคลที่มีความสมบัติเหมาะสมให้ปฏิบัติงานในองค์การ พร้อมทั้งสนใจการพัฒนา ธารงรักษาให้สมาชิกที่ปฏิบัติงานในองค์การเพิ่มพูน ความรู้ความสมารถ มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีในการทางาน และยังรวมไปถึงการแสวงหาวิธีการ ที่ทาให้สมาชิกในองค์การที่ต้องการพ้นจากการทางานด้วยเหตุทุพพลภาพ เกษียณอายุหรือเหตุอื่นใดในงาน ให้สามารถดารงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
- เชาว์ โรจนแสง ( 2544 : 8 ) อธิบายว่า การบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็นคาที่ใช้ในการบอกถึงกิจกรรม ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการดึงดูด ( Attracting ) การพัฒนา ( Devaloping ) และการธารงรักษา ( Maintaing ) ผู้มีความรู้ความสมารถเป็นกาลังสาคัญขององค์การความเกี่ยวข้องดังกล่าวไม่เพียงแต่การจัดทรัพยากรมนุษย์หรือบุคคลที่มีความรู้ความสามารถลงในตาแหน่งเท่านั้น ยังรวมถึงผลงานที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะใช้ทรัพยากรมนุษย์ให้เหมาะสมกับงานตามวัตถุประสงค์ขององค์การอย่างมีประสิทธิภาพด้วย ความพึงพอใจและมีความสุขกับการปฏิบัติงาน
จากความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของนักบริหารดังกล่าวข้างต้น พอสรุป ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้ว่าเป็นกระบวนการทางการบริหารที่จะสรรหาและคัดเลือกบุคลากรมาปฏิบัติงาน โดยให้บุคลากรได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถด้วยความเต็มใจ

 

อ้างอิง อาจารย์กรรณิการ์ สุวรรณศรี





จำนวนผู้ชม 18674 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์