ธปท.ชี้ขึ้นเงินขรก.ไม่กดดันเงินเฟ้อ แต่ยอมรับมีผลทางจิตวิทยา"สินค้า-ค่าแรง"ขยับตาม

ธปท.ชี้ขึ้นเงินขรก.ไม่กดดันเงินเฟ้อ แต่ยอมรับมีผลทางจิตวิทยา"สินค้า-ค่าแรง"ขยับตาม | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ธปท.ชี้ขึ้นเงินขรก.ไม่กดดันเงินเฟ้อ แต่ยอมรับมีผลทางจิตวิทยา"สินค้า-ค่าแรง"ขยับตาม, ข้อมูลเกี่ยวกับ ธปท.ชี้ขึ้นเงินขรก.ไม่กดดันเงินเฟ้อ แต่ยอมรับมีผลทางจิตวิทยา"สินค้า-ค่าแรง"ขยับตาม



ธปท.ออกโรงตีกันรัฐขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5% ใช้งบฯ 3 หมื่นล้าน แค่ 0.3% ของจีดีพี ลั่นไม่มีผลกระตุ้นเงินเฟ้อ แต่ยอมรับมีผลทางจิตวิทยาให้ราคาสินค้า-ค่าแรงขึ้นตาม ยันเกาะติดใกล้ชิด ยังไม่ถึงเวลาทบทวนเป้าเงินเฟ้อปีนี้ "ธาริษา"การันตีเศรษฐกิจไทยยังใสปิ๊ง ส่งออกยังโตต่อเนื่อง แม้การลงทุนชะลอตามพิษการเมือง ส่วนท่องเที่ยวรอดูปลายปีฟื้นหรือไม่

 

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงนโยบายรัฐบาลจะปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการ 5% ว่า การดำเนินการดังกล่าวจะใช้งบประมาณ 30,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.3% ของจีดีพีเท่านั้น เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อการเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อ เพราะเป็นการจัดทำงบประจำปีงบประมาณ 2554 แบบขาดดุล ไม่ได้เป็นงบประมาณใหม่ แต่ยอมรับว่าอาจมีผลทางจิตวิทยาในการปรับขึ้นค่าจ้างและราคาสินค้า จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขณะนี้จะอยู่ในกรอบเป้าหมาย 0.5-3% แต่ในระยะต่อไปมีโอกาสที่เงินเฟ้อปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ธปท.จะยังไม่ทบทวนการคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2553 ในระดับ 1-2%


"ขณะนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากทางการจีนจะปรับค่าเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ค่าเงินสกุลต่างๆ ในภูมิภาคปรับแข็งค่าขึ้นพอสมควร และประเด็นสำคัญคือ จีนยังใช้นโยบายการเงินการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศภาคส่งออกไทยก็น่าจะได้ประโยชน์ไปด้วย เพราะจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย"

นางธาริษากล่าวถึงธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ว่า คงต้องพิจารณาว่าภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศกับไทยคนละสถานการณ์กัน และเศรษฐกิจเอเชียก็ขยายตัวได้ดีกว่ากลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลัก ความกังวลด้านอัตราเงินเฟ้อและภาวะฟองสบู่จึงแตกต่างกัน โดยภาวะเศรษฐกิจไทยก็ยังไปได้ดี การส่งออกยังขยายตัวดีต่อเนื่อง และการใช้จ่ายภายในประเทศก็ยังมีแรงส่งอยู่ นโยบายการเงินต้องกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้หากพิจารณาในแง่การลงทุนอาจจะชะลอตัวลงไปบ้างจากปัญหาทางการเมือง แต่ก็เชื่อว่าในแง่ของการลงทุนเพื่อส่งออกในระยะต่อไปน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวยังต้องประเมินกันต่อไปว่าในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้มากน้อยเพียงใด ส่วนจะต้องยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่อยู่ที่รัฐบาลจะตัดสินใจ

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า การปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการอาจส่งผลให้เอกชนเรียกร้องขอปรับขึ้นค่าจ้าง ประกอบกับผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า อาจจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อปีนี้ แต่คงไม่มากนัก ส่วนจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อปีหน้าปรับสูงขึ้นหรือไม่ จะต้องติดตามดูอีกครั้ง เพราะการปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการจะมีผลช่วงเดือนเมษายน 2554 ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ก็มีการควบคุมราคาสินค้า หากมีการปรับขึ้นราคาไม่เหมาะสม และเชื่อว่าจะไม่มีแรงกดดันในด้านอื่นเพิ่มเติม จึงคาดว่าอัตราเงินเฟ้อปีนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และจะเห็นแรงกดดันอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในปีหน้า จากราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับสูงขึ้นเป็นสำคัญ

 

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 21:30:47 น.  มติชนออนไลน์




ลงวันที่ 26/06/2010 16:00:28
จำนวนผู้ชม 2150 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์