ธปท.เตือนภาคธุรกิจไทย ไม่สามารถพึ่งแรงงานราคาถูก-บาทอ่อน ได้ตลอดไป

ธปท.เตือนภาคธุรกิจไทย ไม่สามารถพึ่งแรงงานราคาถูก-บาทอ่อน ได้ตลอดไป | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : แรงงานราคาถูก, ข้อมูลเกี่ยวกับ แรงงานราคาถูก



ผู้ว่าการ ธปท.แนะแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทยลดความเสี่ยง แนะภาคธุรกิจ-การเงิน ต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากทั้งในและนอกภูมิภาคเพิ่มขึ้น และต้องเร่งพัฒนาคุณภาพของสินค้า-สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย เนื่องจากเราไม่สามารถพึ่งพิงแรงงานราคาถูก หรือเงินบาทอ่อนได้ตลอดไป
       
       นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ของ ธปท.เรื่อง “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลสู่ทศวรรษหน้า” โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจการเงินทั้งในระดับโลกและภูมิภาค นำมาซึ่งโอกาสสำหรับไทยทั้งด้านการค้าและการลงทุน โดยจะช่วยเพิ่มยอดขายให้สินค้าและบริการของไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการแข่งขัน
       
       นอกจากนี้ ยังมีโอกาสด้านการลงทุนเพิ่มขึ้น ทั้งในฐานะผู้รับการลงทุนจากการที่ไทยจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากทั้งในและนอกภูมิภาคเพิ่มขึ้น และในฐานะผู้ลงทุน จากการที่ธุรกิจไทยมีช่องทางการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็ว
       
       อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เราได้รับอาจแปรเปลี่ยนเป็นความเสี่ยง หรืออาจกลายเป็นวิกฤตของไทยก็ได้ หากเราไม่สามารถเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ทันท่วงที ซึ่งขณะนี้หลายประเทศในภูมิภาคต่างมีความตื่นตัวพร้อมก้าวไปข้างหน้าโดยอาศัยโอกาสที่กำลังมา ในขณะเดียวกันเงินทุนที่มีแนวโน้มไหลเข้าสูงอย่างต่อเนื่องนั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาฟองสบู่และปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ หากเราไม่มีการเตรียมการบริหารจัดการที่ดี
       
       นางธาริษา กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าต้องมีแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสม และเร่งเตรียมความพร้อมที่จะรับความเสี่ยง และสร้างโอกาสในทศวรรษที่กำลังจะมาถึง โดยต้องมองให้กว้างขึ้นไกลขึ้น และให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่ง สร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว มากกว่าการมองผลประโยชน์ระยะสั้น
       
       สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการในระยะต่อไป คือ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยการการเร่งเพิ่มผลิตภาพการผลิต (Productivity) ที่ยังคงมีปัญหา ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม, เร่งพัฒนาคุณภาพของสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยใน Global value chain เนื่องจากเราไม่สามารถพึ่งพิงแรงงานราคาถูกหรือเงินบาทอ่อนได้ตลอดไป
       
       ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2557 จะเร่งทำให้เกิดการไหลเวียนของสินค้า บริการ ทุน และแรงงานทักษะ อย่างเสรีมากขึ้นในภูมิภาค หากไทยยังไม่รีบลงมือผลักดันการยกระดับความสามารถในการแข่งขันตั้งแต่วันนี้ เราจะติดอยู่ในกับดักของประเทศที่มีรายได้ระดับกลาง ที่เรียกว่า Middle income country trap ทำให้มีปัญหาอัตราการเจริญเติบโตช้า
       
       “ถึงเวลาที่ไทยต้องเร่งพัฒนาศักยภาพอย่างจริงจัง เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ นอกจากนี้ จำเป็นต้องจัดหาแรงจูงใจให้กับธุรกิจเพียงพอให้เพิ่มการลงทุนและพัฒนาก้าวกระโดดไปสู่การผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้หลุดพ้นความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในกับดักของประเทศที่มีรายได้ระดับกลาง”
       
       อย่างไรก็ตาม การลงทุนของเราในวันนี้ยังมีปัญหาและอยู่ในกลุ่มรั้งท้ายของภูมิภาค และยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่นับจากหลังวิกฤตปี 2540 ดังนั้น เราจำเป็นต้องเร่งปลดล็อคการลงทุน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว จะต้องเร่งปฏิรูประบบการเงินเพื่อให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางอย่างทั่วถึงขึ้นและสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ภาคเศรษฐกิจจริงอย่างมีประสิทธิภาพ
       
       ระบบสถาบันการเงินต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านพร้อมกันในระยะต่อไป โดยเฉพาะแรงกดดันด้านการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ในทุกมิติ และจากทั้งในและนอกประเทศ ความต้องการบริการทางการเงินที่ซับซ้อนและหลากหลายขึ้น เป็นผลจากกระแสโลกาภิวัตน์ รวมไปถึงกระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ
       
       แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 ที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในปีนี้ และมีระยะเวลาต่อเนื่องไปถึงปี 2557 เมื่อแผนสิ้นสุดลง ธปท.คาดหวังว่า ระบบสถาบันการเงินไทยจะมีคุณลักษณะ คือ ความมีประสิทธิภาพ โดยมีต้นทุนอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ
       
       อันดับที่สอง คือ ความเข้มแข็ง ปรับตัวได้เร็วและสามารถรองรับความผันผวนต่างๆ ที่เข้ามากระทบ และอันดับที่สาม คือ ศักยภาพในการให้บริการที่มีความหลายหลาย และลึกขึ้น โดยสามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางทางการเงินแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs และครัวเรือนได้อย่างทั่วถึง และมีการให้บริการที่เป็นธรรมและโปร่งใส
       
       นางธาริษา กล่าวอีกว่า ธปท.จะต้องเตรียมแนวทางการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านเสถียรภาพการเงินที่เพิ่มขึ้นและเพื่อเสริมสร้างศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ใหม่ ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องพัฒนากลไกติดตามการก่อตัวของความไม่สมดุลทางการเงิน และตระหนักถึงความเสี่ยงต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศให้ดีขึ้นกว่าเดิม
       
       นอกจากนี้ การพึ่งพาอัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือเดียวดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจนั้นไม่เพียงพอ จำเป็นต้องทบทวนและหาแนวทางนำเครื่องมือการกำกับดูแลเสถียรภาพในระบบสถาบันการเงิน หรือนโยบายการดุแลเสถียรภาพโดยรวม (Macroprudential) ซึ่งเราได้นำมาใช้บ้างอยู่แล้วในอดีตมาผสมผสานกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับความท้าทายใหม่ๆ และช่วยดูแลเสถียรภาพของภาคการเงินทั้งระบบมากขึ้น
       
       สำหรับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนนั้นก็จะเผชิญความท้าทายมากขึ้น จะต้องชั่งนำหนักให้ดีในการหาจุดสมดุลที่เหมาะสม ด้านหนึ่ง ต้องดูแลมิให้ผันผวนมากเกินไปในระยะสั้นจนเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกรรมการค้าและการลงทุน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ควรให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
       
       สิ่งที่สำคัญ คือ จะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะต่อไป ที่จะต้องอาศัยการลงทุนมากขึ้น และมีการปรับเปลี่ยนไปผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจในอนาคต พร้อมกันนี้ ภาครัฐควรเตรียมแนวทางบรรเทาผลกระทบต่อภาคเอกชนที่ต้องเผชิญการปรับตัวในระยะสั้น และพัฒนากลไกเอื้อให้ปรับโครงสร้างการผลิตระยะยาวควบคู่ไปด้วย
       
       นอกจากนี้ สิ่งที่ไทยต้องเร่งดำเนินการอีกเรื่อง คือ การปฏิรูปทางการคลัง แม้การดำเนินนโยบายการคลังอย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพและสอดประสานกับนโยบายการเงิน จะมีส่วนช่วยยับยั้งวิกฤต และเป็นส่วนสำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของไทย ในยามที่ภาคเอกชนอ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา แต่ภาคการคลังของประเทศยังมีปัญหาด้านโครงสร้างซึ่งสมควรได้รับการปฏิรูป และรัฐบาลก็ตระหนักดีถึงปัญหาดังกล่าว
       
       ส่วนการปฏิรูปภาษีนั้น หมายความรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ การขยายฐานภาษี และการเพิ่มภาษีชนิดใหม่ๆ ซึ่งอาจเพิ่มภาระให้แก่ประชาชนบ้างในระยะสั้น โดยบางท่านอาจต้องเสียภาษี จากเดิมที่ไม่เคยเสีย หรืออาจต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม จะช่วยลดภาระของทุกคนในระยะยาว เพิ่มความเป็นธรรมในสังคม และเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการคลังโดยรวม

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์




ลงวันที่ 23/09/2010 02:19:03
จำนวนผู้ชม 2457 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์