นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า จากปัญหาแรงงานที่เริ่มขาดแคลน ผู้ประกอบการจึงต้องเร่งพัฒนาคุณภาพของแรงงาน โดยเฉพาะด้านของเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับรองผู้อำนวยการของไอเอ็มดี ศูนย์พัฒนาการความสามารถการแข่งขันโลก ที่ชี้ว่า ไทยยังมีโอกาสสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในสาขาสินค้าแปรรูปทางการเกษตร พลังงาน และการท่องเที่ยว แต่ไทยต้องปรับปรุงเทคโนโลยีและเพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้วย
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อเศรษฐกิจของไทย โดยในเดือนสิงหาคมเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาถึงร้อยละ 1.8 ขณะที่สกุลเงินของสิงคโปร์และฟิลิปปินส์นั้นแข็งค่าขึ้นเพียงร้อยละ 0.5 ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ควรที่จะเข้าไปตรวจสอบเพื่อป้องกันการเก็งกำไร
นายพงษ์ศักดิ์ ยังระบุอีกว่า การส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้นในระยะที่ผ่านมาเป็นยอดคำสั่งซื้อเก่า แต่ปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้นมามาก ดังนั้นจึงเชื่อว่า จะกระทบยอดคำสั่งซื้อใหม่ อย่างไรก็ตาม หากรัฐสามารถดูแลเงินบาทให้แข็งค่าใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง ผู้ประกอบการไทยจะสามารถยอบรับได้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์