ศาลเยาวชนและครอบครัวจำนวน 8 แห่ง รับ ผู้พิพากษาสมทบ

ศาลเยาวชนและครอบครัวจำนวน 8 แห่ง รับ ผู้พิพากษาสมทบ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ศาลเยาวชนและครอบครัวจำนวน 8 แห่ง รับ ผู้พิพากษาสมทบ , ข้อมูลเกี่ยวกับ ศาลเยาวชนและครอบครัวจำนวน 8 แห่ง รับ ผู้พิพากษาสมทบ

ด้วยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมได้พิจารณาในการประชุม ครั้งที่ ๑๖/๒๕๕๓ เมื่อวันที่
๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการอบรมและคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและ
ครอบครัวที่ครบวาระ อาศัยอำนาจตามมติคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ในการประชุม ครั้งที่ ๗/๒๕๔๙
เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ขอประกาศรับสมัครผู้ที่ประสงค์จะเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็น
ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดลพบุรี และศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว
ในจังหวัดสระบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดตราด จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดกำแพงเพชร
และจังหวัดยะลา รวม ๘ แห่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑. ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง
ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ ประกอบด้วย
(๑) มีอายุไม่น้อยกว่าสามสิบปีบริบูรณ์
(๒) มีหรือเคยมีบุตรมาแล้ว หรือเคยทำงานเกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์หรือ
การอบรมเด็กมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี
(๓) ได้รับการอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลเยาวชนและครอบครัวและหน้าที่
ตุลาการมาแล้วตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๔) มีคุณสมบัติที่จะเป็นข้าราชการธุรการได้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายตุลาการ เว้นแต่ในเรื่องพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนต้นสายสามัญ
หรือที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า
(๕) ไม่เป็นข้าราชการประจำ ข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา หรือทนายความใน
วันยื่นใบสมัคร
(๖) มีอัธยาศัยและความประพฤติเหมาะสมแก่การพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

ข้อ ๒. ให้ผู้สมัครขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานที่ศาลที่ผู้สมัครประสงค์จะเข้า
รับการคัดเลือกตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ ในวันและเวลาราชการ
หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัครและการรับสมัคร
(๒.๑) หลักฐานการศึกษาแสดงพื้นฐานความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษา
ตอนต้นสายสามัญ หรือที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า หากเป็นวุฒิการศึกษาสายอาชีพหรือ
วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศต้องมีหนังสือรับรองการเทียบคุณวุฒิการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
(๒.๒) สำเนาสูติบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
(๒.๓) สำเนาหลักฐานแสดงการเปลี่ยนชื่อตัวและชื่อสกุล (ถ้ามี)
(๒.๔) สำเนาใบทะเบียนสมรสหรือสำเนาใบหย่า (ถ้ามี)
(๒.๕) สำเนาสูติบัตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านของบุตรหรือหลักฐานอื่นใด ซึ่งแสดงว่า
มีหรือเคยมีบุตรมาแล้ว
(๒.๖) กรณีผู้สมัครเป็นลูกจ้าง พนักงานของเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจให้ส่งหนังสือ
ยินยอมจากนายจ้างหรือกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งเป็นนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชา
ชั้นสูงสุดขององค์กรที่ตนสังกัด
(๒.๗) กรณีเป็นเจ้าของกิจการ หุ้นส่วนหรือกรรมการ ให้ส่งสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กระทรวงพาณิชย์
(๒.๘) ในกรณีไม่มีบุตร ต้องมีหลักฐานแสดงว่าเคยทำงานเกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์
หรือการอบรมเด็กมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี จากหน่วยงานหรือองค์กรที่ร่วมกิจกรรม โดยหลักฐาน
ดังกล่าวให้ระบุรายละเอียดลักษณะของการสงเคราะห์หรือการอบรมไว้ด้วย
(๒.๙) รูปถ่ายสีหน้าตรงไม่สวมแว่นสีดำ ขนาด ๒ นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน ๖ เดือน จำนวน ๓ รูป
(๒.๑๐) คำรับรอง ตามแบบที่กำหนดท้ายใบสมัคร โดยผู้รับรองจะต้องเป็นข้าราชการ
ประจำตั้งแต่ระดับชำนาญการหรือเทียบเท่าขึ้นไป พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้รับรอง

ข้อ ๓. ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติและพื้นความรู้ครบถ้วน ซึ่งจะได้รับการอบรมในเรื่อง
ความมุ่งหมายของศาลเยาวชนและครอบครัว หน้าที่ตุลาการโดยทั่วไป หน้าที่ผู้พิพากษาสมทบ
และวิธีดำเนินการเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนก่อนและหลังมีคำพิพากษาหรือคำสั่งและคดีครอบครัว
นอกจากนี้ ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้มีจิตใจรักเด็กและเยาวชนตั้งใจและยอมเสียสละเวลาเข้ามาช่วย
แก้ไขให้เด็กและเยาวชนที่กระทำผิดกลับตนเป็นพลเมืองดี โดยมิได้รับเงินเดือนหรือผลตอบแทนอื่นใด
นอกจากค่าป่วยการที่ทางราชการกำหนดให้
หมายเหตุ นอกจากผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติครบตามกฎหมายแล้ว ในการประชุม
คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ ๑/๒๕๔๖ และครั้งที่ ๑๓/๒๕๔๖ ที่ประชุมได้มี
มติเห็นชอบให้กำหนดแนวทางในการรับสมัครและการพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครเป็น
ผู้พิพากษาสมทบของศาลเยาวชนและครอบครัว โดยผู้สมัครเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชน
และครอบครัวที่สมควรได้รับการพิจารณาให้ผ่านการคัดเลือก ควรจะต้อง
- เป็นผู้มีความตั้งใจและเสียสละเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาสมทบ
- เป็นผู้มีอัธยาศัยและความประพฤติเหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาสมทบ เช่น
มีกิริยาวาจาเหมาะสม มีมนุษยสัมพันธ์ ไม่มีพฤติกรรมก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่คณะ
หรือใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางที่มิชอบ เคารพดุลพินิจและให้เกียรติผู้พิพากษาองค์คณะ
เป็นต้น
- เป็นผู้มีสภาพครอบครัวเป็นปกติสุข ไม่มีปัญหาเรื่องความเสื่อมเสียหรือความแตกแยก
ในครอบครัว เว้นแต่ปัญหาครอบครัวนั้นมิได้เกิดจากความผิดของผู้สมัคร และในกรณี
มีคู่สมรส ได้ทำการจดทะเบียนสมรสโดยชอบ หรือตกลงว่าจะจดทะเบียนสมรสเมื่อได้รับ
การพิจารณาให้ผ่านการคัดเลือก
- ไม่เป็นผู้ประกอบอาชีพหรือมีคู่สมรสที่ประกอบอาชีพที่มีลักษณะขัดแย้งหรือเป็นปฏิปักษ์
ต่อการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัว
- ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- ไม่เป็นผู้มีประวัติการถูกดำเนินคดีอาญาอันอาจเสื่อมเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษา
สมทบ หรือมีเจตนาปกปิดประวัติการถูกดำเนินคดี
- ไม่มีคู่สมรส หรือญาติพี่น้องหลายคนเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัว
เดียวกัน เว้นแต่ผู้สมัครเป็นผู้มีคุณสมบัติดีเด่นหรือมีเหตุสมควรประการอื่น

ข้อ ๔. เมื่อคณะทำงานดำเนินการสอบคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว
ได้พิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกตามความในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง
ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ เสร็จแล้วจะประกาศ
รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก โดยปิดประกาศไว้ ณ อาคารศาลที่ผู้สมัครประสงค์จะได้รับการ
คัดเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบ
เป็นหน้าที่ของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกที่จะจัดการให้ทราบประกาศดังกล่าว
ด้วยตนเอง โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบเป็นรายบุคคล



ลงวันที่ 30/09/2010 11:32:53
จำนวนผู้ชม 2335 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์