5 ม.ค. 54 - นายวัลลภ วิตนากร กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ผลพวงจากปัญหาเงินบาทแข็งค่า ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นแต่ขาดแรงงาน 30,000 คนในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยและไม่ได้รับการแก้ไข ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีศักยภาพไปลงทุนในต่างประเทศจำนวน 15 ราย และเตรียมย้ายฐานการผลิต
นายวัลลภ กล่าวว่า เฉพาะส่วนที่จะขยายกำลังการผลิตใหม่คิดเป็นกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นอีก ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตรวมของทั้ง 15 ราย ออกไปตั้งฐานการผลิตใหม่ในประเทศที่ค่าแรงถูกกว่า ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา และบังกลาเทศ โดยจะมีการย้ายฐานเร็ว ๆ นี้ 5-6 ราย สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยมีผู้ประกอบการรวม 1,600 ราย รายใหญ่ 15 ราย ซึ่งรายใหญ่มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 20
สำหรับภาพรวมการส่งออกเครื่องนุ่ง ห่มไทยปี 2553 มียอดส่งออกประมาณ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 10 อย่างไรก็ตาม ผลพวงจากความจำเป็นของผู้ประกอบการที่ต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และปัญหาเงินบาทแข็งค่าและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะฝ้ายที่ราคาสูงขึ้น ถึงร้อยละ 70 จากสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง และการเก็งกำไรในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศได้เต็มที่ คำสั่งซื้อลดลงร้อยละ 10
ขณะที่ผู้ซื้อบางรายหันไปสั่งซื้อ จากเวียดนามแทนทำให้ยอดซื้อเวียดนามเพิ่ม ขึ้นร้อยละ 25 ยอดส่งออกปีนี้จึงฟันธงได้ว่า จะลดลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปี 2553 การรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศผู้ส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยกำหนดอัตราแลก เปลี่ยนไว้ที่ 29-30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเงินบาทมีแนวโน้มจะแข็งค่าแตะระดับ 28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการมากขึ้นไปอีก ปัจจุบันตลาดส่งออกหลักของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยยังคงเป็นตลาดสหรัฐ ร้อยละ 38 สหภาพยุโรป (อียู) ร้อยละ 30 ญี่ปุ่นร้อยละ 6 และตลาดอาเซียนร้อยละ 7
นายสุกิจ คงปิยาจารย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า เพื่อพัฒนาศักยภาพในการออกแบบเครื่องนุ่งห่มไทย สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยเตรียมที่จะเสนอโครงการ Garment Product Development Center (GPDC) ให้นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณา และของบสนับสนุนจำนวน 85 ล้านบาท ซึ่ง GPDC จะช่วยให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศนำความรู้ ความเชี่ยวชาญในการออกแบบเครื่องนุ่งห่มเข้ามา ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับผู้ประกอบการไทย โดยมี GPDC คอยอำนวยความสะดวก ซึ่งจะส่งผลดีให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยได้รับการถ่าย ทอดเทคโนโลยีและแนวคิดในการออกแบบเครื่องนุ่งห่มที่ก้าวทันกับการเปลี่ยน แปลงของตลาดที่เป็นไปอย่างรวดเร็วได้มากขึ้น
นายสุกิจ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ซื้อจากต่างประเทศหลายรายเข้ามาดำเนินการในลักษณะนี้บ้างแล้ว เพราะประหยัดต้นทุนการออกแบบได้ประมาณร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับดำเนินการในยุโรปและสหรัฐ จึงมั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากผู้สั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาออกแบบร่วม กับผู้ผลิตไทยมากขึ้นโดยดำเนินการผ่านการช่วยเหลือของ GPDC และร่วมกันพัฒนาและออกแบบเครื่องนุ่งห่ม จะมีการทำสัญญาระหว่างกันไม่ให้มีการรั่วไหลของผลิตภัณฑ์ที่ร่วมกันพัฒนา ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศมั่นใจเข้ามาพัฒนาและสั่งซื้อสินค้าในไทย มากขึ้นต่อไป อีกทั้งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยด้วย สำหรับสถานที่ตั้งของ GPDC มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เสนอจัดสถานที่ให้พร้อมสนับสนุนด้านวิชาการ
(สำนักข่าวไทย, 5-1-2554)