10 ก.พ. 54 - นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนงาน 4 บริษัท ในปี 2533 ได้แก่ 1.บริษัท วาไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) จ.นนทบุรี 2.บริษัท สเต็ปสโตนส์ จำกัด จ.ลำพูน 3.บริษัท ยางโอตานิ จำกัด จ.นครปฐม และ 4.หจก.อุตสาหกรรมผลิตยางไทยสิน จ.สมุทรสาคร จำนวน 604 ราย อายุระหว่าง 16-45 ปี พบว่าคนงานกว่าร้อยละ 80 มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5,001-10,000 บาทต่อเดือน โดยร้อยละ 39.2 มีค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาบริโภคเป็นอันดับ 4 รองจากค่าใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าเบ็ดเตล็ด ตามลำดับ
ผลสำรวจพบว่า คนงานเกือบ 1ใน 4 หรือร้อยละ 24.4 ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดื่มเหล้ามากกว่า 1,000 บาทต่อเดือน ขณะที่คนงานร้อยละ 17.5 โดย 3 อันดับยอดนิยม คือ เบียร์ สุรา และสุราพื้นบ้าน โดยเทศกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ เป็นช่วงที่มีการดื่มมากที่สุด ร้อยละ 84.2 รองลงมาการเป็นการเลี้ยงฉลองกับเพื่อน และดื่มกับคนในครอบครัว ในด้านพฤติกรรมการดื่ม คนงานเกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 30.4 ดื่มเป็นประจำทุกวันหลังเลิกงาน โดยคนที่ดื่มสุราแล้วทำร้ายคนในครอบครัว เป็นบางครั้งร้อยละ 8.6 ดื่มเป็นประจำ ร้อยละ 2.1 และที่ดื่มสุราจนมีผลกระทบต่อการทำงาน ไปทำงานไม่ไหวในวันถัดไป เคยเป็นบางครั้งร้อยละ 36.3 และ เป็นประจำร้อยละ 4.1 ทั้งนี้ คนงานมากกว่าร้อยละ 60 ระบุว่าสามารถหาซื้อดื่มได้ไม่จำกัดเวลา และมีร้อยละ 57.7 ที่รู้ว่ามี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อใช้ในการจำกัดการดื่มและการจำหน่าย ลดปัญหาสังคม
(สำนักข่าวไทย, 10-2-2554)