เจ้าหน้าที่จับกุม นายเมธิชัย ธรรมคุตต์ หรือ อภิชัย ขันเพชร อายุ 59 ปี และนายถิรายุ อัฑฒ์ หรือ ยุ อัฑฒ์ อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง หนังสือเดินทางแรงงานไทย 19 เล่ม คำร้องขอเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา 17 ฉบับ เอกสารการสมัครงานไปทำงานต่างประเทศ ได้ที่ หจก.ฟาร์มแซงค์ทัวรี่ ตึกแถว 2 ชั้น เลขที่ 51/029 หมู่บ้านเมืองเอก โครงการ 1 หมู่ 7 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี สืบเนื่องรับการประสานจากกระทรวงแรงงานว่ามีกลุ่มแรงงานไทยซึ่งส่วนใหญ่เคย ไปทำงานต่างประเทศมาแล้ว จำนวน 22 คน ถูกบริษัทจัดหางานเถื่อนในชื่อ หจก.อิงซิน ออล โดยมีนายเมธิชัย หรืออภิชัย เป็นตัวการใหญ่ ส่วนนายถิรายุ ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทั่วไป หลอกว่ามีงานในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ที่ประเทศญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายคนละ 3.5 แสนบาท มัดจำ 3 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือให้โอนเข้าบัญชีธนาคารก่อนวันเดินทาง แต่เมื่อโอนเงินให้แล้วนายเมธิชัยก็ปิดบริษัทและปิดมือถือหนีไป
ต่อมาชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนพบว่า นายเมธิชัย และนายถิรายุ ได้มาเปิดบริษัทจัดหางานเถื่อนในลักษณะเดียวกันนี้อีก แต่เปลี่ยนชื่อเป็น หจก.ฟาร์มแซงค์ทัวรี่ อ้างจัดหาแรงงานไปสหรัฐอเมริกา มีเหยื่อหลงเชื่อ กว่า 20 ราย วางมัดจำล่วงหน้า 7 หมื่นบาท ตำรวจจึงซ้อนแผนบุกเข้าตรวจค้นและจับกุมตัวทั้งสองมาได้ สอบสวนทราบว่ามีแรงงานไทยที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้ประมาณ 40 ราย โดยกลุ่มผู้เสียหายชุดแรก จำนวน 22 คนที่ถูกหลอกไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นได้จ่ายเงินให้ไปรายละ 3.5 แสนบาท รวมมูลค่าความเสียหาย 7.7 ล้านบาท แต่กลุ่มผู้เสียหายชุดหลัง ประมาณ 16-20 คนซึ่งถูกหลอกไปทำงานที่สหรัฐอเมริกานั้นได้จ่ายเงินมัดจำไปแล้วคนละ 7 หมื่นบาท สาเหตุที่หลงเชื่อเพราะต้องการงาน ประกอบกับผู้ต้องหาอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่ระดับสูงซึ่งมีวิธีทำให้สามารถเดิน ทางเข้าประเทศนั้นๆได้หรือที่ผู้ต้องหาใช้คำว่า “วีซ่านักเลง”
ตรวจสอบประวัติพบว่า นายเมธิชัย มีหมายจับตาม พ.ร.บ.แรงงานฯ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จำนวน 3 หมายของศาลอาญา ศาลแขวงพระนครเหนือ และศาลแขวงนนทบุรี ครั้งสุดท้ายถูกตำรวจ บก.ปคม.หน่วยงานเดียวกันนี้จับกุมตัวได้เมื่อปี 2552 แต่หลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวและหนีประกันชั้นศาลก็มากระทำผิดซ้ำ
(เนชั่นทันข่าว, 20-4-2554)