3 พ.ค. 54 - นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวในการเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายการปฏิบัติงานคณะทำงานตรวจสอบ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานและกระบวนการค้ามนุษย์ ว่า ในช่วงก่อนเปิดให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่ ให้เน้นการปราบปรามสายนายหน้าจัดหางานเถื่อน และให้ความรู้เรื่องของการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายแก่สถานประกอบการ ซึ่งหลังจากที่มีการเปิดให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่แล้ว จะดำเนินการจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าวในช่วง 5-10 ปีต่อจากนี้ไป แต่เพื่อความมั่นคงและเพื่อการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องทำให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศอย่างถูกกฎหมาย และแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาทำงานก็ต้องนำมาทำให้เป็นแรงงานที่ถูกต้อง ตามกฎหมายเช่นกัน ซึ่งได้วางแนวทางในการดำเนินการไว้โดยในช่วงนี้ให้เน้นในเรื่องของการปราบ ปรามสายนายหน้าเถื่อนจัดหางาน
นายสมเกียรติ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนเรื่องของการจับกุมต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองในช่วงนี้ก่อนที่จะมีการ กำหนดวันให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่ที่คาดว่าจะอยู่ในช่วง ประมาณเดือนมิถุนายนนี้ ขอให้เป็นการให้ความรู้เรื่องของการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายแก่สถาน ประกอบการ และหลังจากที่เปิดให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่แล้ว ต่อจากนี้ไปการดำเนินการจับกุมการใช้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิด กฎหมายจะดำเนินการอย่างเข้มข้นในการดำเนินการจับกุม
ด้านนางสุทัศนี สืบวงศ์แพทย์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ศูนย์ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานและกระบวนการค้ามนุษย์ เป็นการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 หน่วยงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงยุติธรรม ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประกอบด้วยคณะทำงาน 5 คณะรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ โดยผลการดำเนินการที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2553 - 30 เมษายน 2554 สามารถดำเนินคดี นายจ้าง สถานประกอบการที่ลักลอบจ้างแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้ 365 ราย จับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานได้ 6,115 คน จับกุมสาย นายหน้าจัดหางาน 8 ราย
(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 4-5-2554)