13 มิ.ย.54 - ที่สน.บางซื่อ พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ประธานกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช. ) พร้อมด้วยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการ ภตช. และคณะกรรมการ ภตช.ได้เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.สายันต์ เพ็ชรยืนยง พนักงานสอบสวน(สบ 3) สน.บางซื่อ เพื่อให้ปากคำและนำเอกสารเข้าชี้แจงกรณีที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.มีหนังสือให้สน.บางซื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ
นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนสน.บางซื่อ หลังได้รับหนังสือเลขที่ ตช.0015.(บกน.2) 9 (3-1)/7789 ลงวันที่ 2 มิ.ย.2554 จากพ.ต.ท.สายันต์ เพ็ชรยืนยง พนักงานสอบสวน (สบ3) สน.บางซื่อ ว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบความถูกต้องในการจัดตั้งองค์กรภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ ว่ามีที่มาซึ่งความถูกต้องหรือไม่ โดยตนทราบว่า รองศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ถูกป.ป.ช.ตรวจสอบ กรณีต่ออายุการเป็นข้าราชการ หลังจากอายุครบ 60 ปี ออกไปอีก 5 ปี โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และมีคำสั่งให้ออกจากราชการ เป็นผู้ทำหนังสือร้องเรียนผ่าน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธ์ศรี ผบ.ตร. ซึ่งอยากเรียนถาม ผบ.ตร.ว่า ที่ต้องตรวจสอบองค์กรนั้นทำไปเพราะต้องการใช้หนี้บุญคุณของรองศาสตราจารย์รังสรรค์ ที่ให้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือไม่
นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันรองศาสตราจารย์รังสรรค์ยังคงสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งไม่รู้ว่าคำสั่งของป.ป.ช.ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์หรืออย่างไร และยังมีการขึ้นป้ายอีกว่า "คนดีถูกรังแก" ซึ่งตนอยากถามว่าบุคคลที่ประพฤติไม่ชอบเรียกว่าคนดีหรืออย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนยินดีที่จะให้มีการตรวจสอบความถูกต้องขององค์กร เพราะองค์กรตั้งขึ้นมาด้วยความถูกต้อง และสามารถตรวจสอบได้ว่าไม่มีนอกไม่มีใน โดยคนที่จะเข้ามาเป็นภาคีเครือข่ายฯต้องตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน ไม่หวังผลประโยชน์เข้าตัวเอง ส่วนสาเหตุที่ผบ.ตร.มีหนังสือคำสั่งมาที่สน.บางซื่อก็เพราะสำนักงานขององค์กรตั้งอยู่ในท้องที่สน.บางซื่อ ซึ่งองค์กรได้จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตราที่ 64 หมวดที่ 3 ว่าด้วยเสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม
"อยากจะวิงวอนให้ทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้ดีเสียก่อน อย่าเอาเวลามาตรวจสอบ ภตช.ที่เป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ ไม่มีเงินเดือน ควรเอาเวลาไปดูแลลูกน้องที่ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนกลางกรุง บกพร่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่กำกับดูแลอย่างเต็มที่ ในปีๆ หนึ่งมีการทุจริตเป็นล้านล้านบาท ผมขอสาปแช่งผู้ที่ทุจริตมีอันเป็นไป เจ็บไข้ได้ป่วย ครอบครัวแตกสาแหรกขาด ประสบภัยอันตรายทุกด้าน ซึ่งหลังจากที่ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้วผมจะเดินทางไปพบ ผบ.ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย" นายมงคลกิตติ์ กล่าว
ด้านพ.ต.ท.สายันต์ กล่าวว่า ในวันนี้ทางกลุ่มภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ ได้เดินทางมาให้ปากคำตามที่มีหนังสือส่งไปเท่านั้น ซึ่งหลังจากที่ทำการสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้วจะรวบรวมพยานหลักฐานส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าองค์กรดังกล่าวได้มีการจัดตั้งขึ้นมาอย่างถูกต้องหรือไม่อย่างไร เพื่อให้องค์กรได้นำหลักฐานไปแถลงข่าวเผยแพร่แก่ประชาชนต่อไป
ที่มา: http://www.manager.co.th