เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่กระทรวงแรงงาน นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวในการเป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการยกระดับรายได้ 300 บาทว่า การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเพื่อใช้ติดตามและเป็นแหล่งข้อมูลกลางการปรับค่า จ้าง 300 บาท มีหน้าที่เก็บข้อมูล ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศ ตั้งแต่ระดับคณะอนุกรรมการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด จนถึงคณะกรรมการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกลางของประเทศ ให้คำปรึกษา รับฟังปัญหา ให้ความช่วยเหลือสถานประกอบการและแรงงานที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนนำมาตรการการต่างๆ ที่รัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายลงดำเนินการในพื้นที่ มีนพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานศูนย์ฯ
นายเผดิมชัย ยังกล่าวความคืบหน้าการประชุมคณะอนุกรรมค่าจ้างขั้นต่ำรายจังหวัดเมื่อวัน ที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า คณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด 48 จังหวัดหรือ 63.15% เห็นด้วยกับนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มอีก 40% ในวันที่ 1 ม.ค.2555 ส่วนอีก 23 จังหวัดมีมติให้ปรับค่าจ้าง 30-35% และอีก 4 จังหวัดได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร ระยองและสุราษฎร์ธานีไม่มีการลงมติ ขณะที่ จ.สมุทรสงครามมีมติ 2 แนวทางคือ ให้ปรับค่าจ้าง 40% และปรับค่าจ้างเป็น 300 บาทในเวลา 3 ปี โดยจังหวัดที่มีมติให้ขึ้นค่าจ้างสูงสุดคือ บุรีรัมย์ ให้ขึ้น 83.7 % คือ จาก 166 บาท เป็น 300 บาท รองลงมาจังหวัดมุกดาการ มีมติให้ขึ้น 81.8% คือ จาก 165 บาทเป็น 300 บาท นอกจากนี้ ยังมี จ.ชัยภูมิ ปราจีนบุรี หนองบัวลำภู และ พัทลุงที่ให้ขึ้นมากกว่า 40%
นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า ใน 6 จังหวัดที่เหลือได้แก่ จ.สมุทรปราการ สมุทรสาคร ระยอง สุราษฎร์ธานี สมุทรสงครามและบึงกาฬได้ให้คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดสรุปเรื่องการปรับ ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำและส่งข้อมูลมายังกระทรวงแรงงานภายใน 2-3 วันนี้ จะนำผลประชุมคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด 77 จังหวัดเสนอที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลางในวันที่ 5 ต.ค.นี้เวลา 09.30 น.ที่กระทรวงแรงงาน
ด้านนายมนัส โกศล ประธานองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย(อรท.) เปิดเผยผลการประชุมอรท.เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ว่าที่ประชุมเห็นชอบสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นวันละ 300 บาทและปรับเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีรุ่นใหม่เป็นเดือนละ 1.5 หมื่นบาท ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ผู้ใช้แรงงานจำนวนหลายพันคนจะเดินทางไปหน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือ ต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเพราะอยากฟังนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจากปากของนายกรัฐมนตรี เพราะนโยบายของรมว.แรงงานที่จะปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 40% ให้แก่แรงงานทุกจังหวัดทั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค.2555 หลังจากนั้นจะเพิ่มค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทครอบคลุมทั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค.2556 พวกตนคิดว่าช้าเกินไปเพราะไล่ตามค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อไม่ทัน ตอนนี้ก้าวกระโดดไปไกลกว่าค่าจ้างขั้นต่ำมาก จึงอยากให้รัฐบาลปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทเร็วที่สุด โดยให้มีผลย้อนหลังในวันที่ 1 ต.ค.นี้เช่นเดียวกับลูกจ้างองค์กรรัฐวิสาหกิจ.
(เดลินิวส์, 3-10-2554)