บอร์ดค่าจ้างเสียงแตกไม่เคาะเพิ่ม40% นายจ้างชี้มาตรการอุ้มไม่ชัด-นัดถก 17 ต.ค.

บอร์ดค่าจ้างเสียงแตกไม่เคาะเพิ่ม40% นายจ้างชี้มาตรการอุ้มไม่ชัด-นัดถก 17 ต.ค. | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : บอร์ดค่าจ้างเสียงแตกไม่เคาะเพิ่ม40% นายจ้างชี้มาตรการอุ้มไม่ชัด-นัดถก 17 ต.ค. , ข้อมูลเกี่ยวกับ บอร์ดค่าจ้างเสียงแตกไม่เคาะเพิ่ม40% นายจ้างชี้มาตรการอุ้มไม่ชัด-นัดถก 17 ต.ค.



เมื่อเวลา 09.30 -13.30 น. ที่กระทรวงแรงงานได้มีการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลาง โดยมีการพิจารณาการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีนพ.สมเกียรติ  ฉายะศรีวงศ์   ปลัดกระทรวงแรงงานในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้างกลางเป็นประธานการประชุม

นพ.สมเกียรติ  กล่าวภายหลังประชุมเป็นเวลาเกือบ 4 ชั่วโมงว่า  ที่ประชุมยังไม่มีมติปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทโดยระยะแรกจะปรับเพิ่มขึ้น 40% ทุกจังหวัดในวันที่ 1 ม.ค.2555   แต่มีข้อเสนอทางเลือกให้ 2 แนวทาง คือ 1. ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทภายใน 2 ปี โดยปีแรก ปรับเพิ่มขึ้น 40% ทุกจังหวัดในวันที่ 1 ม.ค.2555 ส่วนปีที่สอง ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค.2556 โดยมีเงื่อนไขว่าในปีแรกจังหวัดใดที่มีค่าจ้างขั้นต่ำถึง 300 บาทแล้ว ก็ให้คงอัตราค่าจ้างที่ปรับใหม่นั้นไว้ 2-3 ปี เพื่อแบ่งเบาภาระให้นายจ้างได้มีเวลาปรับตัว

ทั้งนี้  ส่วนแนวทางที่สอง ให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทแบบขั้นบันไดในเวลา 4 ปี โดยไม่ต้องอาศัยกลไกพิเศษเข้ามาช่วย เพื่อให้นายจ้างได้มีเวลาปรับตัวได้มากขึ้น ทั้งนี้ ตัวแทนฝ่ายนายจ้างไม่ได้ขัดข้องทั้งสองแนวทาง แต่อยากให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการค่าจ้างกลางไปรวบรวม มาตรการต่างๆ ที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการมาเสนอต่อที่ประชุมในการประชุมครั้งหน้า วันที่ 17 ต.ค.2555 เวลา 9.30 น. ที่กระทรวงแรงงาน

ในที่ประชุมตัวแทนฝ่ายรัฐและฝ่ายลูกจ้างเสนอให้ปรับขึ้นค่าจ้างในเวลา 2 ปี  ขณะที่ฝ่ายนายจ้างขอเวลา 4 ปีและเสนอมาตรการเพิ่มเติมเช่น  การลดภาษีมูลค่าเพิ่ม   แต่ก็เข้าใจฝ่ายของนายจ้าง   ซึ่งต้องการเห็นมาตรการที่ชัดเจนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพราะนายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง  จึงอยากรู้ว่าเขาจะได้รับความช่วยเหลือกลับมาอย่างไรบ้าง แต่วันนี้ยอมรับว่ามาตรการต่างๆ ก็ยังไม่ชัดเจน ซึ่งในฐานะบอร์ดค่าจ้างก็ไม่ได้เป็นเจ้าของเรื่องที่จะไปตอบแทนหน่วยงานเจ้า ของเรื่องได้   อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะไปหารือกับนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์   รมว.แรงงาน  ขอให้ช่วยพูดคุยกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท เพื่อให้ออกมาช่วยชี้แจงมาตรการต่างๆ ในส่วนที่รับผิดชอบ รวมทั้งอยากให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเข้า สู่คณะรัฐมนตรี(ครม.)พร้อมกันไปในคราวเดียวเพื่อให้มาตรการช่วยเหลือออกมา เป็นแพคเกจ”  นพ.สมเกียรติ กล่าว

นพ.สมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า     ในส่วนของกระทรวงแรงงานมีความชัดเจนอยู่แล้ว เช่น การลดจ่ายเงินสมทบประกันสังคมลงฝ่ายละ 1.5% ใน 4 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิตจากเดิมฝ่ายรัฐบาลจ่ายอยู่ที่ 2.75% และฝ่ายนายจ้าง และลูกจ้างจ่ายอยู่ที่ฝ่ายละ 5% ของค่าจ้างโดยการลดเงินสมทบนี้จะครอบคลุมแรงงานในระบบประกันสังคมทั้ง 9.6 ล้านคน และขอยืนยันว่าจะไม่ไปกระทบถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งเงินออมชราภาพด้วย   ทั้งนี้  จะเสนอให้รัฐบาลนำเงินสมทบในส่วนที่ลดลง 1.5% ในส่วนของรัฐบาล ไปเติมไว้ในส่วนของกรณีว่างงานและเงินออมชราภาพ ซึ่งเป็นมาตรการนี้เป็นมาตรการชั่วคราวในระยะ 1-2 ปีเท่านั้น  รวมถึงโครงการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่จะเสนอขออนุมัติงบลงทุนเพื่อสังคม วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยจะเสนอต่อบอร์ด สปส.ในวันที่ 11 ต.ค.นี้  และการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้ผลิตชิ้นงานได้เพิ่มขึ้น

ผมตั้งใจว่าจะให้ได้ข้อยุติเรื่องปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 17 ต.ค.นี้ เพื่อให้ทันกับแผนการปรับขึ้นค่าจ้าง  ผมไม่อยากใช้วิธีการโหวต  แม้จะชนะ  แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย เพราะยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน  อย่างไรก็ตาม คิดว่าถึงจุดหนึ่งต้องมีข้อยุติ แต่อยากให้เป็นความเห็นร่วมกันนพ.สมเกียรติ กล่าว

นายอรรถยุทธ   ลียะวณิช   กรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้าง  กล่าวว่า ฝ่ายนายจ้างได้เสนอให้ลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เหลือ 4-5% เพื่อลดต้นทุนของนายจ้าง และเพิ่มรายได้ให้แก่ลูกจ้าง เพราะมาตรการลดภาษีนิติบุคคล จาก 30% เหลือ 23% ธุรกิจเอสเอ็มอีไม่ได้รับประโยชน์ ส่วนมาตรการให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ ทางเอสเอ็มอีก็ไม่อยากเป็นหนี้
 
นายอรรถยุทธ กล่าวอีกว่า  ได้เสนอมาตรการ 4 ขั้น คือ ให้พิจารณาตามกรอบที่ได้เคยทำมา คือ ขั้นแรก วันที่ 1 ม.ค. 2555 ปรับขึ้นจากค่าจ้างขั้นต่ำของกรุงเทพฯ คือ 215 บาท เป็น 230 บาท ขั้นที่สอง วันที่ 1 ม.ค. 2556 ปรับขึ้นเป็น 245-255 บาท ขั้นที่สาม วันที่ 1 ม.ค.2557 ปรับขึ้นเป็น 265-275 บาท ขั้นที่สี่ วันที่ 1 ม.ค. 2558 ปรับขึ้นเป็น 300 บาท โดยส่วนต่าง 300 บาท ที่ภาครัฐได้หาเสียงไว้ก็เป็นส่วนที่รัฐบาลจะต้องชดเชยในส่วนนี้ เป็นขั้นบันไดตามค่าจ้างที่ปรับขึ้นรายปี ซึ่งเมื่อครบปี 2558 รัฐก็หยุดชดเชย เพราะค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นมาที่ 300 บาทพอดี

ที่ผ่านมารัฐบาลชดเชยทั้งน้ำท่วม ทั้งจำนำข้าว จึงอยากให้เข้ามาชดเชยส่วนต่างค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทนี้ด้วย ซึ่งถ้าทำได้รัฐบาลก็ไม่ต้องมีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เพราะเป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลและพรรคร่วมได้หาเสียงและสัญญากับประชาชนไว้ ซึ่งคาดว่าการประชุมครั้งหน้าในวันที่ 17 ต.ค. หากมีการโหวตก็เตรียมใจไว้แล้วถ้าจะต้องแพ้โหวตนายอรรถยุทธ กล่าว

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่กระทรวงแรงงาน  น.ส.วิไลวรรณ   แซ่เตีย   รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ได้มายื่นหนังสือต่อนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน และปลัดกระทรวงแรงงาน

น.ส.วิไลวรรณ กล่าวว่า  คสรท.มีมติเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า ตามที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้ ซึ่งในวันที่ 7 ต.ค.นี้ เวลา 10.30 น. คสรท.จะร่วมกับองค์การแรงงานต่างๆ รวมประมาณ 3 พันคน ไปยื่นหนังสือต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทำตามสัญญาที่ได้หาเสียงไว้ รวมทั้งขอให้ช่วยผลักดันการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อให้แรงงานสามารถจัดตั้งสหภาพและรวมตัวเรียกร้องสวัสดิการต่างๆ จากนายจ้างได้

แรงงานสนับสนุนนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทของรัฐบาล และอยากให้ทำพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า หากรัฐบาลไม่สามารถทำได้ ทาง คสรท.ก็จะหารือกันเพื่อดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมาย โดยรวบรวมรายชื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพราะรัฐบาลทำผิดกฎหมายในเรื่องการหาเสียงเลือกตั้ง”  รองประธาน คสรท. กล่าว

นายเผดิมชัย กล่าวภายหลังรับหนังสือดังกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้เร่งดำเนินการเรื่องปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทอย่างเต็มที่   ซึ่งเหตุผลที่ต้องดำเนินการในเวลา  2 ปี เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการในการลดภาษีนิติบุคคล โดยปี 2555 จะลดจาก 30% เหลือ 23% และปี 2556 ลดจาก 23% เหลือ 20%  ทั้งนี้  การลดหย่อนภาษีต้องทำเป็นรอบปี  จึงไม่สามารถปรับค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศได้ในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า ตามที่แรงงานเรียกร้องได้  ส่วนที่แรงงานจะออกมาเคลื่อนไหวให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้อง โดยจะไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ เป็นสิทธิที่สามารถเคลื่อนไหวได้  แต่อยากให้เป็นไปตามครรลอง และไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว

(แนวหน้า, 5-10-2554)




ลงวันที่ 11/10/2011 10:19:37
จำนวนผู้ชม 1618 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์