นายอรรถยุทธ ลียะวณิช ประธานสมาคมนายจ้างผู้ประกอบการค้าขนมไทยและกรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้าง แถลงข่าวเรียกร้องให้คณะกรรมการค่าจ้างกลาง ชะลอพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ300 บาท เนื่องจากขณะนี้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมในหลายจังหวัด
ทำให้มีสถานประกอบการโดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบกว่า 1หมื่นแห่ง ลูกจ้างและครอบครัวเดือดร้อนหลายแสนคน
ดังนั้น เพื่อให้สถานประกอบการได้มีเวลาฟื้นฟู คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 6เดือน ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลางซึ่งประกอบด้วย 3 ฝ่ายได้แก่ ฝ่ายภาครัฐ นายจ้างและลูกจ้างในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ จะเสนอให้ที่ประชุมชะลอการพิจารณาปรับขึ้นค่าค้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท
ทั้งนี้ ล่าสุดมีข้อเสนอ 2 แนวทาง ได้แก่แนวทางแรกเป็นของฝ่ายภาครัฐและลูกจ้างที่ให้ปรับขึ้นค่าจ้าง 40%จากอัตราค่าจ้างแต่ละจังหวัดในปัจจุบันในวันที่ 1 มกราคม 2555และปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดในวันที่ 1 มกราคม 2556และแนวทางที่สองเป็นของฝ่ายนายจ้างที่ให้ปรับขึ้นค่าจ้างแบบขั้นบันไดใน เวลา4 ปี ส่วนที่จะเสนอในที่ประชุมบอดร์ค่าจ้างในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ขอให้ชะลอการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทออกไปก่อนเป็นเวลา 6เดือน
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)กล่าวว่า ปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทภายในเวลา 1ปีเป็นการปรับแบบก้าวกระโดด ในกรุงเทพฯและปริมณฑลขึ้นมาถึง 85 บาทต่อวัน ต่างจังหวัด 70-75 บาทต่อวัน ซึ่งส.อ.ท.ไม่เห็นด้วยและเห็นว่าเป็นไปไม่ได้เพราะต้องใช้เวลาปรับตัว 3-4ปี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมากรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว ส่วนมาตรการลดภาษีนิติบุคคลปีหน้าจาก 30% เหลือ 27 % นั้น ส.อ.ท.ไม่ต้องการยินดีจ่ายภาษี
(ฐานเศรษฐกิจ, 16-10-2554)