นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งให้นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ 7 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางชัน, ลาดกระบัง, อัญธานี, เวลโกรว์, บางพลี, บางปู, และทีเอฟดี เตรียมแผนอพยพแรงงาน และเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รวมทั้งสินค้า เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากประสบการณ์ในหลายนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องเสียหายไป เพราะปริมาณน้ำในครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น แผนการรับมือแบบเดิมๆ ไม่สามารถนำมาใช้ได้
"ปริมาณน้ำจะเข้ามาโจมตีอย่างสายฟ้าแลบ ซึ่งการป้องกันล่วงหน้าไว้ดีกว่า หากไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าน้ำทะลักเข้ามาจริงจะได้ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยได้ย้ำว่าอย่าต่อสู้แบบวัดดวง แต่ต้องเตรียมการอพยพให้พร้อม นักลงทุนญี่ปุ่นต่างคาดหวังให้รัฐบาลป้องกันนิคมอุตสาหกรรมที่เหลือให้เสีย หายน้อยที่สุด ถ้าคราวนี้พลาดอีกก็ไม่สามารถแก้ตัวได้เลย" นายวรรณรัตน์กล่าว
นางมณฑา ประนุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ยื่นหนังสือขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน และลาดกระบัง ให้หยุดประกอบกิจการ และให้จัดการป้องกันเครื่องจักร ขนย้ายอุปกรณ์ สินค้า รวมทั้งขนย้ายสารเคมีที่มีพิษไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว
ด้านนายพงษ์เดช ศรีวชิรประดิษฐ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทย ฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่า แม้มีนิคมอุตสาหกรรมเสียหายจากน้ำท่วมไปแล้ว 6 แห่ง ทำให้ฮอนด้าได้รับผลกระทบพอสมควร แต่ก็รู้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ อย่างไรก็ตามคาดหวังให้รัฐบาลสู้ต่อไป ถ้ารัฐบาลสู้ภาคเอกชนก็พร้อมที่จะสู้ด้วยกัน โดยในส่วนของโรงงานฮอนด้า ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังนั้น ขณะนี้ในสายการผลิตรถจักรยานยนต์ได้หยุดดำเนินการไปแล้ว 4-5 วัน เหลือเพียงการผลิตอุปกรณ์เพื่อส่งออก
นอกจากนี้ ฮอนด้าได้ปิดตัวอาคารทางเข้า-ออก วางแนวกระสอบทรายรอบโรงงาน และเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ขึ้นไปไว้ชั้น 2 ซึ่งสูงกว่า 5 เมตร ถอดอุปกรณ์ไฟฟ้าในเครื่องจักรไว้ที่สูง จึงมีความมั่นใจว่าสินค้ามีความปลอดภัยแน่นอน รวมทั้งยังได้ส่งพนักงานไปประจำคอยดูแลระดับน้ำในคลองตลอดเวลา เพื่อจะได้รับมือได้ทัน
นายสุรพร สิมะกุลธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กุลธรเคอร์บี้ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในโรงงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กล่าวว่า ขณะนี้ต้องควบคุมกระจายน้ำออกไปให้ระดับความสูงของน้ำไม่เกิน 2 เมตร เพราะหากสูงเกิน 2.30 เมตร นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่สามารถรับมือได้ รวมทั้งจะต้องเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้ให้พร้อม เพื่อรองรับหากน้ำเข้าท่วมก็ต้องยันไว้ เร่งสูบออกไม่ให้เกิน 2 เมตร หากรัฐบาลรักษาโรงงานที่เหลือไว้ไม่ได้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ คาดว่าจะอยู่ระดับ 5% อาจจะติดลบ 5% ก็ได้ เพราะโรงงานที่ไม่ถูกน้ำท่วมไม่สามารถผลิตสินค้าได้ เพราะขาดชิ้นส่วนการผลิต
"รัฐบาลจะต้องป้องกันนิคมอุตสาหกรรมที่เหลือให้ได้ หากป้องกันไม่ได้รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ คนบริหารประเทศจะต้องทำงานเป็น ถ้าทำไม่เป็นต้องถอยให้คนที่ทำเป็นเข้ามาจัดการ อย่าทนอยู่จนต้องให้ประชาชนออกมาไล่" นายสุรพรกล่าว
(คมชัดลึก, 20-10-2554)