สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รับ เศรษฐกรปฏิบัติการ (6 - 27 ธันวาคม 2554)

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รับ เศรษฐกรปฏิบัติการ (6 - 27 ธันวาคม 2554) | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รับ เศรษฐกรปฏิบัติการ (6 - 27 ธันวาคม 2554), ข้อมูลเกี่ยวกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รับ เศรษฐกรปฏิบัติการ (6 - 27 ธันวาคม 2554)



  ด้วยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งเศรษฐกรปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๔.๑/ว ๑๕ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จึงประกาศรับสมัครสอบ
 แข่งขันฯ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 ๑. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ
 ตำแหน่งเศรษฐกรปฏิบัติการ อัตราเงินเดือน ๑๒,๖๐๐ - ๑3,36๐ บาท ทั้งนี้ การได้รับเงินเดือนเท่าใดให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กระทรวง กำหนด

 ๒. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
 ตำแหน่งเศรษฐกรปฏิบัติการ จำนวน 9 อัตรา

 ๓. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
 ลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่งเศรษฐกรปฏิบัติการ ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารหมายเลข ๑)

 ๔. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
 ๔.๑ ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังต่อไปนี้
 ก. คุณสมบัติทั่วไป
 (๑) มีสัญชาติไทย
 (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
 (๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
 ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
 ข. ลักษณะต้องห้าม
 (๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
 (๒) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิต ฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. ๒๕๕๓
 (๓) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือตามกฎหมายอื่น
 (๔) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
 (๕) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
 (๖) เป็นบุคคลล้มละลาย
 (๗) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ
 ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
 (๘) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือ
 หน่วยงานอื่นของรัฐ
 (๙) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม
 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือตามกฎหมายอื่น
 (๑๐) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัติ
 ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือตามกฎหมายอื่น
 (๑๑) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน
 ในหน่วยงานของรัฐ
 ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (๔) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (๘) หรือ (๙) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (๑๐) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
 สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๖ ข. (๑) ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้แต่มีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
 สำหรับพระภิกษุ หรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบ
 แข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว ๘๙/๒๕๐๑ ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๑ และตามความในข้อ ๕ ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๓๘
 ๔.๒ ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารหมายเลข ๑)

 ๕. การรับสมัครสอบ
 ๕.๑ ผู้ประสงค์จะสมัครสอบขอและยื่นใบสมัครสอบด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานเลขานุการกรม สศค. ถนนพระราม ๖ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร โทร. ๐ ๒๒๗๓ ๙๐๒๐ ต่อ ๓๑๕๔, ๓๑๓๙ ตั้งแต่วันที่ 6 - 27 ธันวาคม ๒๕๕๔ ในวันและเวลาราชการ (๐๘.๓๐ – ๑๒.๐๐ น. และ ๑๓.๐๐-๑๖.๓๐ น.)
 ๕.๒ ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน ๒๐๐ บาท
 ค่าธรรมเนียมสอบจะไม่จ่ายคืนให้เมื่อได้ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบแล้ว เว้นแต่การยกเลิกการสอบครั้งนี้ทั้งหมด เนื่องจากมีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริต จึงให้จ่ายคืนค่าธรรมเนียมสอบแก่ผู้สมัครสอบเฉพาะผู้ที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตนั้น

 ๖. หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัครสอบ
 ๖.๑ รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด ๑.๕ x ๒ นิ้ว โดยถ่าย
 ไม่เกิน ๑ ปี (นับถึงวันที่สมัคร) จำนวน ๓ รูป
 ๖.๒ สำเนาปริญญาบัตรและระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร จำนวนอย่างละ ๑ ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จ
 การศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้นจะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจาก ผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔
 ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครสอบได้
 ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันปิดรับสมัครมายื่นแทน
 ๖.๓ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ ๑ ฉบับ
 ๖.๔ สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง)
 ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณีชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวนอย่างละ
 ๑ ฉบับ
 ๖.๕ สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.)
 ของ ก.พ. ระดับปริญญาโท จำนวน ๑ ฉบับ
 ทั้งนี้ สำเนาเอกสารทุกฉบับ ให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และลงชื่อ
 วันที่ และเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสำเนาเอกสาร

 ๗. เงื่อนไขการสมัครสอบ
 ๗.๑ ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
 ของผู้มีสิทธิสมัครสอบ ในข้อ ๔.๒ โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
 ๗.๒ ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และผู้สมัครสอบต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครสอบให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาด
 อันเนื่องมาจากผู้สมัครสอบ หรือตรวจพบว่าเอกสารหรือหลักฐานคุณวุฒิซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือ
 ไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ สศค. จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้ มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

 ๘. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
 สศค. จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ บอร์ดประชาสัมพันธ์ สศค. ชั้น ๑ และที่เว็บไซต์ http://www.fpo.go.th หัวข้อ “การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งเศรษฐกรปฏิบัติการ”

 ๙. หลักสูตร และวิธีการสอบ
 หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน มี ๒ ภาค ดังนี้
 ๙.๑ ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) (คะแนนเต็ม ๒๐๐ คะแนน)
 ผู้สมัครสอบต้องสอบวิชาเฉพาะตำแหน่งเศรษฐกรปฏิบัติการ ตามที่ได้กำหนดไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารหมายเลข ๑)
 ๙.๒ ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน)
 เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการ
 สัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้ เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคมและ
 สิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง
 ทั้งนี้ จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน และผู้ที่สอบผ่าน ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง

 ๑๐. เกณฑ์การตัดสิน
 ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาค
 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐

 ๑๑. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้เรียงลำดับที่จากผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดลงมาตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่
 ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งเท่ากัน ให้ผู้ที่ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่
 ในลำดับที่สูงกว่า
 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน ๒ ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี
 แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้
 ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

 ๑๒. การบรรจุและแต่งตั้ง
 ๑๒.๑ ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยได้รับอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑
 ๑๒.๒ ผู้ที่สอบแข่งขันได้ และได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าวต้องอยู่ปฏิบัติราชการในตำแหน่งที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี โดยห้ามโอนไปส่วนราชการอื่น เว้นแต่ลาออกจากราชการ หรือไม่ผ่านการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
 ๑๒.๓ สศค. ไม่รับโอนผู้ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานทุกประเภทซึ่งผ่านการสอบแข่งขันได้ในครั้งนี้

 ๑๓. การนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้
 ในตำแหน่งอื่น
 กรณีที่ส่วนราชการอื่นมีตำแหน่งว่างในตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ
 ซึ่งต้องการบุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอย่างเดียวกัน และมีความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่เหมือน
 หรือใกล้เคียงกันกับตำแหน่งที่ได้มีการสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีไว้ ส่วนราชการที่มีตำแหน่งว่างสามารถนำ
 รายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งที่สอบครั้งนี้ไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นได้ การนำ
 รายชื่อไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นนี้ ให้ถือว่าเป็นการสอบครั้งเดียวกันกับการสอบ
 ครั้งนี้ โดยผู้สอบแข่งขันได้มีสิทธิที่จะรับการบรรจุได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น


 รายละเอียดเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
 ในสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)
 แนบท้ายประกาศ สศค. ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔

 ตำแหน่งเศรษฐกรปฏิบัติการ

 ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
 ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้นที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิชาการเศรษฐกิจ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่น ตามที่ได้รับมอบหมาย
 โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
 1. ด้านการปฏิบัติการ
 (1) รวบรวมข้อมูลหรือวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจเบื้องต้นที่ไม่ซับซ้อน ทั้งเศรษฐศาสตร์ มหภาคและจุลภาค (ด้านการคลัง ระบบการเงิน เศรษฐกิจมหภาค และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ฯลฯ) เพื่อศึกษา วิเคราะห์ วิจัย หรือเสนอแนะประเด็นสำคัญหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับด้านเศรษฐศาสตร์ ที่จะเป็นประโยชน์
 ต่อการวางแผนกลยุทธ์ กำหนดนโยบาย แผนการ แนวทาง หลักเกณฑ์ มาตรการหรือดัชนีทางเศรษฐศาสตร์ของผู้บังคับบัญชา
 (2) ติดตามผลการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ในด้านใดด้านหนึ่งของการดำเนินนโยบาย
 มาตรการหรือกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ (ด้านการคลัง ระบบการเงิน เศรษฐกิจมหภาค และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ฯลฯ) เพื่อจัดทำรายงานความก้าวหน้าและสนับสนุนการเสนอแนวทางหรือวางแผนแนวทางแก้ไข
 หรือปรับปรุงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น
 (3) สรุปรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานหรือการรวบรวมข้อมูลด้านการจัดทำดัชนีวัฏจักร
 เศรษฐกิจ โครงสร้างเศรษฐกิจ เครื่องชี้วัดทางเศรษฐศาสตร์ หรือแบบจำลองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทาง เศรษฐศาสตร์เพื่อสนับสนุนและประกอบการวิเคราะห์และคาดการณ์ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของนโยบายด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ (ด้านการคลัง ระบบการเงิน เศรษฐกิจมหภาค และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ฯลฯ)
 ของรัฐบาลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศของผู้บังคับบัญชา
 2. ด้านการวางแผน
 วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือ โครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
 3. ด้านการประสานงาน
 (1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้
 (2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
 4. ด้านการบริการ
 (1) ให้คำแนะนำหรือปรึกษาในเรื่องข้อมูลต่างๆ ทางเศรษฐศาสตร์ในระดับเบื้องต้น ให้แก่หน่วยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไปเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 (2) จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทำสถิติ ปรับปรุงหรือจัดทำฐานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ
 ในด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจของกรมและประกอบการพิจารณากำหนด นโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์ มาตรการหรือดัชนีทางเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ

 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
 1. ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ
 2. เป็นผู้ที่สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ. ระดับปริญญาโท
 หลักสูตรและวิธีการสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
 ทดสอบความรู้ความสามารถ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในตำแหน่งเศรษฐกรปฏิบัติการ โดยวิธีสอบข้อเขียนเกี่ยวกับความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ (การประยุกต์ใช้ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ในการวิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจด้านการคลัง การเงิน การออม การลงทุน ตลาดทุน เศรษฐกิจมหภาค และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ)

 




ลงวันที่ 02/12/2011 09:29:38
จำนวนผู้ชม 1685 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์