17 ก.พ. 55 - นายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากข้อมูลของ กสร.วันนี้ (17 ก.พ.) มีแรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วมในกิจการประเภทต่างๆ กว่า 120 แห่ง ที่ถูกเลิกจ้าง รวมทั้งหมด 45,873 คน แยกเป็นประเภทกิจการได้แก่ ผลิต/จำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 28,824 คน, วัสดุและอุปกรณ์ไฟฟ้า 3,689 คน,ยานยนต์ 584 คน, อาหาร 394 คน, เสื้อผ้าสำเร็จรูป 134 คน และกิจการอื่นๆ 12,248 คน
อย่างไรก็ตาม สถานประกอบที่เลิกจ้างได้จ่ายเงินชดเชยและเงินสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่แรงงานที่ถูกเลิกจ้าง ได้แก่ ค่าจ้างกว่า 49 ล้านบาท ค่าบอกกล่าวล่วงหน้ากว่า 173 ล้านบาท ค่าชดเชยกว่า 1,524 ล้านบาทและอื่นๆ เช่น ค่าโอที ค่าเบี้ยเลี้ยงกว่า 508 ล้านบาท รวมทั้งหมดเป็นเงินกว่า 2,255 ล้านบาท ทั้งนี้ ตัวเลขของแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 5,124 คน โดยจังหวัดที่มีแรงงานถูกเลิกจ้างมากที่สุด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และ ฉะเชิงเทรา
นายอาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน ก็มีบริษัทในเครือโซนี่ 2 ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมได้ส่งสัญญาณว่าจะมีการเลิกจ้างแรงงานและย้ายฐานการ ผลิตไปยังต่างจังหวัด คือ บริษัท โซนี่ ดีไวซ์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี จ.ปทุมธานี ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีลูกจ้าง 2,749 คน ได้แจ้งมายัง กสร.ว่า ไม่สามารถซ่อมโรงงานได้ เพราะเสียหายจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ได้ไปเช่าพื้นที่ย่านบางนา ในการดำเนินธุรกิจชั่วคราว ระหว่างหาทำเลในการเปิดโรงงานใหม่ โดยคาดว่า จะอยู่ทางภาคตะวันออก เบื้องต้นได้เปิดให้แรงงานสมัครใจลาออกก่อน นอกจากนี้ บริษัท โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า จ.พระนครศรีอยุธยา ผลิตกล้องโซนี่ มีพนักงาน 3,823 คน จะย้ายฐานการผลิตไปจังหวัดชลบุรี และได้เปิดให้คนงานได้ตัดสินใจ ซึ่งสมัครใจลาออก 1,267 คน และสมัครใจย้ายไปทำงานในจังหวัดชลบุรี 2,123 คน ส่วนอีก 433 คน อยู่ระหว่างการติดต่อ โดยทั้ง 2 บริษัทยืนยันจะจ่ายสิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างเต็มที่ และเกินกว่ากฎหมายกำหนด
“ขณะนี้ได้มีเสียงเรียกร้องจากแรงงานในการสมัครใจลาออก เพราะขาดรายได้เป็นเวลานาน หากลาออกจะได้เงินชดเชยเป็นก้อนและไปหางานใหม่ทำ ซึ่งก็สอดรับกับท่าทีของผู้ประกอบการที่เริ่มตัดสินใจมากขึ้นว่าจะปิดกิจการ เลิกจ้าง หรือย้ายฐานการผลิตไปในต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีแรงงานถูกเลิกจ้างไม่ถึง 1 แสนคน เนื่องจากสถานประกอบการส่วนใหญ่จะย้ายฐานการผลิตไปยังจังหวัดอื่นๆ ส่วนย้ายไปต่างประเทศนั้น มีจำนวนไม่มาก ทั้งนี้ คาดว่า ภายในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.จะรู้ถึงตัวเลขแรงงานถูกเลิกจ้างชัดเจนมากขึ้น เพราะสถานประกอบการจะต้องจัดทำงบประมาณจ่ายเงินเดือนเพื่อรองรับการปรับขึ้น ค่าจ้างขั้นต่ำ 40% ทุกจังหวัดทั่วประเทศในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ซึ่งทำให้ใน 7 จังหวัด เช่น กรุงเทพฯ สมุทรสาคร ปทุมธานีค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเป็นวันละ 300 บาท” อธิบดี กสร.กล่าว
นายอาทิตย์ กล่าวอีกว่า กระทรวงแรงงาน ได้มีมาตรการต่างๆ เช่น จัดมหกรรมนัดพบแรงงาน โครงการเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อให้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างกลับเข้าสู่สถานประกอบ การโดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแรงงานว่างงาน อย่างไรก็ตาม แรงงานส่วนใหญ่ต้องการที่จะทำงานในพื้นที่ใกล้บ้าน ดังนั้น นอกจากการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว ทางสถานประกอบการที่เปิดรับสมัครแรงงานก็ควรมีสวัสดิการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ค่ารถ ค่าที่พัก เพื่อจูงใจให้แรงงานอยากไปทำงานด้วย
ทั้งนี้ สถานประกอบการที่ถูกน้ำท่วมและยังไม่สามารถเปิดกิจการได้มี 284 แห่ง ลูกจ้างยังไม่ได้กลับเข้าทำงาน 164,552 คน ส่วนสถานประกอบการที่สามารถเปิดกิจการแล้ว 28,381 แห่ง ลูกจ้างได้กลับเข้าทำงานแล้ว 823,912 คน ส่วนสถานประกอบการใน 14 จังหวัด ที่ร่วมโครงการป้องกันและบรรเทาการเลิกจ้างมี 1,787 แห่ง ลูกจ้าง 326,511 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีสถานประกอบการได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารโครงการแล้ว 1,537 แห่ง ลูกจ้าง 288,782 คน และในจำนวนนี้ธนาคารออมสินได้อนุมัติเงินให้แก่สถานประกอบการไปแล้ว 218 แห่ง ลูกจ้าง 89,512 คน รวมเป็นเงินกว่า 237 ล้านบาท
(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 17-2-2555)