นายจ้าง-ลูกจ้าง จับมือ หนุนออก กม.ห้ามดื่มเหล้าในโรงงาน

นายจ้าง-ลูกจ้าง จับมือ หนุนออก กม.ห้ามดื่มเหล้าในโรงงาน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : นายจ้าง-ลูกจ้าง จับมือ หนุนออก กม.ห้ามดื่มเหล้าในโรงงาน, ข้อมูลเกี่ยวกับ นายจ้าง-ลูกจ้าง จับมือ หนุนออก กม.ห้ามดื่มเหล้าในโรงงาน



วันนี้ (24 ก.พ.) ที่โรงแรมปริ้นซ์พาเลซ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมจัดเสวนานโยบายโรงงานสีขาว ลด ละ เลิกเหล้า พร้อมเดินหน้า ผลักดันร่างกฎหมายห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ประกอบ กิจการโรงงาน พ.ศ. ....เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้างและผู้ ประกอบการ ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการ และลูกจ้าง กว่า 100 คนเข้าร่วม

นายสุชาติ ตระกูลหูทิพย์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ.2555 ทางมูลนิธิได้สำรวจความคิดเห็นลูกจ้างและนายจ้าง ในประเด็นผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และความคิด เห็นต่อร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง “ห้ามขาย หรือห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ประกอบกิจการโรงงาน พ.ศ. ...” จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 948 ราย แบ่งเป็น ลูกจ้าง 900 ราย และนายจ้าง 48 ราย ทั้งหมด 30 โรงงาน จากพื้นที่จังหวัดลำพูน นนทบุรี สมุทรสาคร นครปฐม พบว่า ลูกจ้าง 95.78% เห็นด้วยกับร่างประกาศฯ ฉบับดังกล่าว ขณะที่ นายจ้างเห็นด้วย 100% เชื่อ จะช่วยลดปัญหาการดื่มเหล้าของคนงานในโรงงานได้

นายสุชาติ กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากการดื่มเหล้ามีเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เห็นได้จากข้อมูลที่กลุ่มลูกจ้าง ระบุว่า กระทบต่อเศรษฐกิจและสุขภาพมากเป็นลำดับแรกคิดเป็น 19.47% ตามด้วยการทำให้เกิดอุบัติเหตุ 18.44% เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 18.05% ต้องถูกนายจ้างให้ใบเตือน 12.69% และถูกให้ออกจากงาน 13.39% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มนายจ้าง ยืนยันว่า การที่ลูกจ้างดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ผลผลิตแย่ลงเป็นลำดับแรกคิดเป็น 29.01% ตามด้วยชิ้นงานที่ขาดคุณภาพ 21.16% ต้องสูญเสียพนักงานเพราะอุบัติเหตุ 25.31% และปัญหาการถูกเลิกจ้างเพราะเมาทะเลาะวิวาท 18.52%

“จากผลสำรวจดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า ผลเสียที่เกิดขึ้นมีทั้งต่อตัวลูกจ้างและนายจ้าง เพราะค่ารักษาพยาบาล และค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ การทำงานขาดประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ยังมีผลวิจัยด้านนโยบายสุขภาพที่พบว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลเสียทางเศรษฐกิจเกือบ 200,000 ล้านบาท และสถิติกลุ่มแรงงานที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะดื่มแอลกอฮอล์มีมากถึง 40,000 คน ส่วนใหญ่อายุ 30-44 ปี รองลงมา 15-29 ปี ซึ่งผู้ที่ดื่ม หรือเคยดื่มจะขาดงาน เพราะปัญหาสุขภาพ ประสิทธิภาพขณะทำงาน ลดลงกว่าผู้ไม่ดื่ม 1.7-5.7% ดังนั้น หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ปัญหาต่างๆ คงดีขึ้นโดยลำดับ” นายสุชาติ กล่าว

นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ เชื่อว่า จะผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ และนายกรัฐมนตรีลงนามเพื่อบังคับใช้ เนื่องจากทุกภาคส่วนเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฯฉบับดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ที่ต้องการให้มีกฎหมายบังคับใช้ในสถานประกอบการ และจะส่งผลดีต่อลูกจ้าง ในด้านต่างๆ สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้จะใช้อำนาจตามความในมาตรา 4 มาตรา 27(8) และมาตรา 31(7) ของพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยเนื้อหาของร่างกฎหมายระบุว่า ห้ามขายห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ประกอบกิจการโรงงาน

“เชื่อว่า ในภาพรวมแล้ว ร่างกฎหมายจะผ่านไปได้ด้วยดี ยกเว้นกลุ่มบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น ที่จะไม่เห็นด้วยกับร่างฯดังกล่าว ดังนั้น ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ ต้องช่วยกันขับเคลื่อนผลักดันให้ทุกฝ่ายเห็นว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นที่ต้องการของคนไทย ส่วนนักวิชาการต้องมีหน้าที่ชี้ผลกระทบที่เกิดจากแอลกอฮอล์ให้สังคมได้รับ รู้ ซึ่งถ้าทุกอย่างในสถานประกอบการดีขึ้น จะส่งผลทำให้ศักยภาพการทำงานดีข้นตามไปด้วย” นพ.สมาน กล่าว

ด้าน นายบุญมี จิตรใจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยางโอตานิ จำกัด จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ก่อนที่บริษัทยังไม่เข้าร่วมโครงการลด ละ เลิกเหล้า ของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พบปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงงานเป็นประจำ คือ ลูกจ้างส่งเสียงดังรบกวนพนักงานคนอื่น บางครั้งมีการชกต่อยกันในโรงงาน คุณภาพในการทำงานลดลง มีการลาพักงานมากขึ้น และเป็นประจำที่คนงานมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ดังนั้น ข้อดีของร่างกฎหมายห้ามขายห้ามดื่มเหล้าในโรงงานฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการและคนงานทั่วประเทศหากมีการนำมาบังคับใช้ และไม่ต้องมานั่งเถียงกันต่อไปว่าจะมีหรือไม่มีเหล้าในกิจกรรมที่ต้องจัดใน โรงงาน เพราะถ้าใครทำก็จะผิดกฎหมายทันที

(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 24-2-2555)




ลงวันที่ 28/02/2012 09:47:33
จำนวนผู้ชม 2636 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์