25 มี.ค. 55 - ในงานเสวนา"เสียงจากผู้หญิงถึง นายกรัฐมนตรีหญิง" ซึ่งจัดโดยพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.ธนวดี ท่าจีน กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ควรเน้นการมีส่วนร่วมของผู้หญิง ส่วนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนั้นยังมีผู้หญิงอีกกว่า 28 ล้านคน ที่ไม่ได้รับสิทธิ์จากกองทุน เพราะต้องมีการลงทะเบียนแสดงให้เห็นว่านโยบายไม่ได้เป็นสาธารณะ
ขณะที่น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เปิดศูนย์รับเลี้ยงเด็กในที่ทำงาน ให้มีการจ่ายค่าแรงในช่วงเวลาคลอดบุตร ให้มีการปฏิรูปประกันสังคมและเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาจากอุทกภัยที่ผ่าน มา เพราะมีแรงงานผู้หญิงจำนวนมาก ยังไม่ได้รับการเยียวยาและอยู่ในภาวะตกงาน พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีว่า ยังไม่เข้าถึงสิทธิ์ของแรงงานหญิง เพราะไม่สามารถลงทะเบียนได้ เนื่องจากเป็นแรงงานพลัดถิ่น ไม่มีสำเนาทะเบียนบ้านอีกทั้ง ยังไม่รู้เงื่อนไขต่าง ๆ ทำให้เกิดความเลื่อมล้ำในกองทุน
ด้านผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองคณะบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การจัดการปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมาไม่สามารถดูแลผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบได้ดี ส่วนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนั้น ควรจะเป็นไปเพื่อการพัฒนาศักยภาพสตรี มากกว่าการปล่อยเงินกู้
เช่นเดียวกับ นางจันทวิภา อภิสุข ประธานมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ หรือ ศูนย์พิทักษ์สิทธิหญิงบริการ ระบุว่า สังคมควรปรับมุมมองหญิงบริการแทนที่จะมองเป็นผู้ก่ออาชญากรรม มาเป็นผู้ที่สังคมควรดูแล และผู้ใหญ่ควรมองปัญหาของวัยรุ่น ในเชิงสร้างสรรค์ และจัดพื้นที่ให้วัยรุ่น สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่
(ฐานเศรษฐกิจ, 25-3-2555)