นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) เปิดเผยว่า จากการได้พบปะกับแรงงานไทยและครอบครัวแรงงานไทย ที่ทำงานประเทศอิสราเอล ที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นการลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาการเรียกเก็บค่าหัวคิวแรงงาน รวมถึงปัญหาอื่นๆ นำมาหาแนวทางแก้ไข ทั้งนี้ ตนได้ชี้แจงไปว่า ต่อไปนี้การไปทำงานอิสราเอลเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่เกิน 8 หมื่นบาท - 1 แสนบาท และจัดส่งโดยผ่านระบบรัฐต่อรัฐเพราะไม่อยากให้เปิดช่องว่างให้คนไม่ดีมาฉวย โอกาสเรียกเก็บค่าหัวคิว ต่อไปนี้กระทรวงแรงงานจะจัดส่งแรงงานไทยไปอิสราเอลเอง ไม่ใช่ของปลอมแน่นอน
รมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ครอบครัวของแรงงานร้องเรียนว่า ถูกนายจ้างอิสราเอลบังคับเซ็นยินยอมไม่ขอรับเงินภาษีรายได้ที่นายจ้างหักไว้ 10% ของเงินเดือนคืน เมื่อหมดระยะเวลาจ้างงานตามสัญญาจ้าง ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะเป็นสิทธิที่แรงงานไทยควรได้รับเงินคืนและเงินที่แรงงานไทยแต่ละคนสูญ เสียไปให้แก่นายจ้างถือเป็นเงินก้อนโต
“หากคิดจากเงินเดือนของแรงงานไทย ยกตัวอย่างได้เงินเดือน 3.6 หมื่นบาทต่อเดือน ถูกหักไว้เดือนละ 10% ก็เป็นเงินเดือนละ 3,600 บาท ช่วงเวลาทำงานตามสัญญาจ้าง 2-5 ปีก็ถือเป็นเงินก้อนโต ถ้าแรงงานไทยมีปัญหาในลักษณะเช่นนี้จำนวนมาก ก็เท่ากับว่าเงินของแรงงานไทยที่จะต้องสูญเสียไปให้แก่นายจ้างชาวอิสราเอล เป็นจำนวนมหาศาล เนื่องจากทำงานนาน 2-5 ปี จึงได้สั่งการให้กรมการจัดหางาน (กกจ.) ไปตรวจสอบและหาทางแก้ไขปัญหานี้โดยเจรจากับทางรัฐบาลอิสราเอล” รมว.แรงงาน กล่าว
(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 29-3-2555)