นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงโต้การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเรื่องกาปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและ เจ้าหน้าที่รัฐว่า สื่อมวลชนแถลงข่าวไม่ถูกต้องกับสิ่งที่รัฐบาลทำ ซึ่งรัฐบาลนั้นได้พยายามทำ นโยบายสำคัญๆ ที่ครั้งเลือกตั้งและแถลงต่อสภา มีความคืบหน้าไปมากทั้ง 16 เรื่อง ทั้งเรื่องคืนภาษีรถคันแรก ปรับลดภาษีนิติบุคคล นโยบายบ้านหลังแรก เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ได้มีผลไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2554
”ประเด็นที่ขอชี้แจง เจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ ซึ่งได้รับเงิน 15,000บาทไปแล้ว โดยบางหน่วยงาน ได้รับย้อนหลังไปตั้งแต่เดือน มกราคมถึงเดือนมีนาคม มติ ครม.ที่สื่อสารอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มรายได้ ให้กับข้าราชการจบปริญญาตรีที่ไม่ได้รับเงินเดือนไม่ถึง15,000 บาท โดยรัฐบาลได้เพิ่มรูปแบบ เรียกว่าเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว หรือ พชค. 15000 ซึ่งข้าราชการได้รับตั้งแต่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ข้าราชการได้รับเรียบรัอยแล้ว คือมีรายได้ 15000 บาท เมื่อวานเป็นมติ ครม.เป็นเรื่องการปรับฐานเงินเดือน บางส่วนอาจเข้าใจว่า สิ่งที่รัฐบาลไปหาเสียงไว้แล้วไม่นำไปปฎิบัติจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่รัฐบาลได้ปรับรายได้ในรูปแบบของเงินเดือนบวกเงินเพิ่มการครองชีพ ชั่วคราว 15000บาทเรียบร้อยแล้ว” นายอนุสรณ์ กล่าว
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า รวมทั้งได้ปรับผู้ที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ปวช.ปวส.มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 9000 บาทเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง มติ ครม.31 มกราคม 2555ได้อธิบายชัดว่า เห็นชอบให้ปรับรายได้ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1มกราคม 2555 เป็นต้นไปเงินเดือนแรกบรรจุ รวมเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว จะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 15,000 บาท
ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีการเลื่อนการปรับรายได้กับปริญญาตรี แต่ ได้ 15,000 บาทไปแล้วตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 ส่วนจะเรียกว่า เงินเดือนบวกรายรับพิเศษ หรือเงินเดือน บวก พชค. ก็สุดแล้วแต่ แต่ขณะนี้ข้าราชการทุกคนได้รับรายได้เดือนละ 15,000 บาทเป็นที่เรียบร้อย
” หลังจากมีมติ ครม.ออกไปเมื่อวานนี้ มีส่วนที่ไม่เข้าใจโดยเจตนา ไปอธิบายว่ารัฐบาลทำไม่ได้อย่างที่หาเสียงไว้ ข้าราชการก็แห้วไป อธิบายความว่ารัฐบาลทำได้ แต่มีข้อเทคนิคบางประการ เมื่อเราฟังความเห็นจากกระทรวงการคลังแล้วยังไม่สามารจะเรียกว่าจะปรับเงิน เดือนทั้งระบบ15,000 บาทได้ แล้วมันจะกระทบภาคเอกชน ถ้าจะปรับเพิ่มทั้งระบบ จะต้องใช้เงินสูงกว่า ห้าหมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งอาจไม่ถึงขั้นนั้น ซึ่งรัฐบาลก็ต้องฟังความเห็นของหน่วยงาน ที่ให้ปรับขึ้นสองครั้ง ตัวเงินเดือนจริงๆ 15,000 บาท จะเป็นไปใน 1 มกราคม 2557 นโยบายเร่งด่วนทั้งหมด รัฐบาลยังอยู่เส้นทาง และกรอบระยะเวลา ที่จะดำเนินการให้สำเร็จตามที่ได้แถลงนโยบายไว้กับรัฐสภา ” นายอนุสรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ เปิดเผยด้วยว่า สาเหตุที่ต้องดำเนินการปรับระบบเงินเดือนเป็น 2ช่วง เนื่องจากในครม.มีการเสนอความเห็นหลากหลายเกี่ยวกับการนำงบประประมาณมาใช้ ที่ต้องพิจารณาจากหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงบประมาณ และอีกส่วนหนึ่งเนื่องจากหากขึ้นเงินเดือนในทันที อาจเป็นการส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานภายในประเทศ ซึ่งเป็นการกดดันให้ภาคเอกชนไม่มีศักยภาพในจ้างงาน
(บ้านเมือง, 11-4-2555)