นายโทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโซนี่ ไทย จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่โซนี่ได้เผชิญกับสถานการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่น และน้ำท่วมในประเทศไทย ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจของโซนี่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ สถานการณ์การผลิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว รวมทั้งซัพพลายเชน โดยได้ย้ายการผลิตสินค้าของโรงงานผลิตกล้องในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปผลิตในโรงงานจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตวิทยุสำหรับติดรถยนต์แทน เพื่อให้มีสินค้าป้อนตลาดสนองความต้องการของผู้บริโภค ส่วนโรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น หากมั่นใจในสถานการณ์น้ำท่วมก็จะกลับมาผลิตสินค้าตามปกติ รวมทั้งจะย้ายโรงงานผลิตเซ็นเซอร์สำหรับกล้องจากบางกะดีมาผลิตที่นี่ด้วย
"เรื่องภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก ตอนนี้จึงใช้โรงงานที่ชลบุรีผลิตสินค้าเพื่อให้มีสินค้าป้อนตลาด โดยการถอดชิ้นส่วนจากโรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปประกอบที่โรงงาน ชลบุรี และได้ย้ายพนักงานจากพระนครศรีอยุธยามาทำงานที่นี่ ส่วนโรงานที่พระนครศรีอยุธยายังอยู่ และจะกลับไปผลิตอีกครั้งเมื่อพร้อม เพราะกล้องเป็นธุรกิจที่ทำกำไร และโรงงานที่พระนครศรีอยุธยาก็ผลิตสินค้าป้อนทั่วโลกด้วย"
นายชิมิซึกล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 11,500 ล้านบาท โตเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ประมาณ 5% แต่ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ 10% เพราะเผชิญกับน้ำท่วมในช่วงปลายปีและไม่ได้ขายสินค้า 3 เดือน ทั้งนี้ ในปีนี้วางเป้าการเติบโตไว้ที่ 10% ภายใต้กลยุทธ์หลัก one sony ที่ผนึกความร่วมมือทางการตลาดร่วมกันทั้งในส่วนโรงงานผลิต โซนี่ พิคเจอร์โซนี่ มิวสิค เอนเตอร์เทนเมนท์ รวมทั้งโซนี่ ไทย ที่จะเริ่มเข้ามาดูแลธุรกิจโทรศัพท์มือถือโซนี่ โมบายล์ คอมมูนิเคชั่นส์ หรือเดิมคือ บริษัท โซนี่ อิริคสัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมการตลาดรูปแบบใหม่ร่วมกันผ่านผลิตภัณฑ์ทั้ง อิเล็กทรอนิกส์ และโทรศัพท์มือถือเพื่อผลักดันให้รายได้เติบโตได้ตามเป้าหมายต่อไป
นายภิญโญ สงวนเศรษฐกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มของกล้องดิจิตอลที่เปลี่ยนเลนส์ได้ ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว มั่นใจว่าสถานการณ์โดยรวมปีนี้จะปรับตัวดีขึ้นจากการที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
(มติชน, 4-5-2555)