นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ชี้แจงถึงการใช้สิทธิกรณีคลอดบุตรและสงเคราะห์บุตรของผู้ประกันตนชายในกรณีมีภรรยาหลายคนว่า
กรณีคลอดบุตรผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนได้ไม่เกินคนละ 2 ครั้ง สำหรับการคลอดบุตรของตนเอง หรือภริยาของผู้ประกันตน รวมไปถึงผู้ประกันตนหญิงซึ่งอยู่กินฉันท์สามีภริยากับผู้ประกันตน โดยเปิดเผย ทั้งนี้ผู้ประกันตนชายต้องไม่มีภริยาอื่นที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย เช่น หากผู้ประกันตนชายมีภริยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่แล้วจะไม่มีสิทธิเบิกค่าคลอดบุตรสำหรับภริยาอื่น แต่ในกรณีที่ผู้ประกันตนชายไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่อยู่กินด้วยฉันท์สามีภริยาโดยเปิดเผย โดยที่ไม่มีภริยาอื่นสามารถใช้สิทธิกรณีคลอดบุตรกับสำนักงานประกันสังคมได้ โดยใช้หนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรสประกอบการใช้สิทธิ ทั้งนี้ผู้ประกันตนชายมีภริยาที่จดทะเบียนสมรสแล้ว จะไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรสำหรับภริยาอื่น
ส่วนกรณีสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรตามกฎหมาย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ ในกรณีที่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตรเพียงฝ่ายเดียว หากผู้ประกันตนชายไม่ได้จดทะเบียนสมรสหรือมีบุตรมิชอบด้วยกฎหมาย จะไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร
สำหรับบุตรที่ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ บุตรที่บิดาและมารดาจดทะเบียนสมรสกันบิดาได้จดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรตามกฎหมาย บุตรที่บิดามิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร บุตรที่เกิดจากบิดามารดามิได้สมรสกันให้ถือเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดา
ในกรณีที่ผู้ประกันตนชายมีภริยาหลายคนมีทั้งภริยาที่จดทะเบียนสมรสและไม่จดทะเบียนสมรส หากมีการจดทะเบียนรับรองบุตรสำหรับบุตรที่เกิดจากภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตรได้เช่นกัน
เลขาธิการฯ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ผู้ประกันตนที่มีสิทธิสามารถใช้สิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตรได้คราวละไม่เกิน 2 คน สำหรับผู้ประกันตนที่มีบุตรมากกว่า 2 คน ต้องให้บุตรลำดับแรกมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์แล้วจึงนำบุตรลำดับต่อไปมาใช้สิทธิฯ อย่างไรก็ตามผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิให้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิ โดยยื่นที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 1 สำนักงานประกันสังคม ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส