ทีดีอาร์ไอชี้ค่าจ้าง 300 กระทบธุรกิจต้องลดคน

ทีดีอาร์ไอชี้ค่าจ้าง 300 กระทบธุรกิจต้องลดคน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ทีดีอาร์ไอชี้ค่าจ้าง 300 กระทบธุรกิจต้องลดคน , ข้อมูลเกี่ยวกับ ทีดีอาร์ไอชี้ค่าจ้าง 300 กระทบธุรกิจต้องลดคน



ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยถึงสถานการ์ณแรงงานในปัจจุบันที่ตัวเลขอัตราการว่างงานที่พุ่งสูง ขึ้นกว่า0.2%จนไปแตะระดับที่0.85%เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ว่า เป็นสิ่งที่เป็นไปตามที่ได้คาดหมายไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ กองทุนช่วยเหลือต่างๆของรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาในช่วงหลังน้ำท่วมตั้งแต่ช่วง ต้นปี ที่เป็นโครงการช่วยเหลือทั้งนายจ้างและลูกจ้างได้สิ้นสุดโครงการหมดแล้ว ทำให้สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขณะนั้นบางส่วนตัดสินใจ ปิดกิจการ เพราะไม่สามารถกู้คืนธุรกิจกลับมาได้ หรือบางแห่งก็ลดขนาดกิจการลงมาให้พอดำเนินธุรกิจไปได้ จึงทำให้มีลูกจ้างส่วนหนึ่งต้องตกงานในช่วงนั้น ซึ่งแรงงานบางคนก็หันไปทำอาชีพอื่น และไม่ยอมกลับเข้าสู่ตลาดงาน ขณะที่บางคนก็อยู่ระหว่างรองานใหม่ หรือเรียกว่าเป็นช่วงการปรับตัวทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

ประเด็นต่อมาคือปัจจัยที่มาจากการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวัน ละ300บาท ที่ส่งผลให้่มีผู้ประกอบการบางส่วนจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้ โดยการปรับโครงสร้างภายใน เช่น ปรับปรุงในส่วนของผลิตภาพแรงงานให้ดีขึ้น หมายถึงแรงงานหนึ่งคนต้องสามารถผลิตชิ้นงานได้มากขึ้นเพื่อให้คุ้มกับค่า จ้างที่สูงขึ้น และลดต้นทุนด้านอื่นๆ ขณะที่บางส่วนที่มีเงินทุนสำรองเยอะก็ลงทุนซื้อเครื่องจักรเข้ามาทดเแทนแรง งาน เพื่อชดเชยค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นแต่ก็ต้องชะลอการจ้างงานใหม่ สุดท้ายคือกลุ่มผู้ประกอบการปรับตัวไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีลดคนงานลงโดยจ่ายเงินชดเชยแล้วให้ออกจากงานไปก่อน

นอกจากนี้ ปัจจัยจากยอดตกค้างของนักศึกษาจบใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางปีอีกจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถเข้าสู่ตลาดงานได้ จากปัญหาภาวะการจ้างงานชะลอตัว ไม่สามารถดูดซับแรงงานใหม่เหล่านี้ได้ บวกกับสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ที่ยังไม่ค่อยสดใสสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่มาจากปัญหาวิกฤติยูโรโซน ที่ส่งผลกระทบธุรกิจภาคการส่งออกให้ชะลอตัว จนกระทบไปถึงการจ้างแรงงานในกลุ่มนี้ แม้จะยังไม่มีการปลดคนงานออกชัดเจน แต่ก็มีบางแห่งมีการลดเวลาทำงานลง ลดค่าโอที และสวัสดิการ เป็นต้น ซึ่งทำให้แรงงานเริ่มเปลี่ยนงาน และบางส่วนอยู่ระหว่างรองานใหม่มากขึ้น

"เป็นผลกระทบในระยะสั้น คนที่เคยจ้างก็จะไม่จ้าง ฟรีซหมด ตำแหน่งใหม่เพิ่มเข้าไปแทนเท่าที่จำเป็น ทุกๆปีจะมีแรงงานใหม่เข้าสู่ตลาดประมาณ 2.5% ของปริมาณแรงงาน ปัญหาคือถ้ามีคนเก่าหายไปและไม่รับคนใหม่เข้ามาจะทำอย่างไร ถ้าดูผลกระทบก็ต้องดูระยะยาว เพราะตลาดแรงงานยังขาดคนงานหลายแสนคน"

ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต แม้ตัวเลขว่างงานจะพุ่งขึ้นกว่า 3.3 แสนคน จากเดิม 2 .8แสนคน ทว่าความต้องการแรงงานยังมีถึงกว่า 2.5 แสนคน ซึ่งไม่น่าวิตกมากนัก แต่ปัญหาคือ 70% ของผู้ว่างงานไม่ยอมทำงานหรือหางานทำ เราจึงมีภาวะแรงงานตึงตัว ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงคือ กลุ่มสิ่งทอ กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ และส่งออก ที่ยังคงใช้แรงงานเข้มข้นน่าเป็นห่วงมาก

และที่สำคัญในช่วงไตรมาสที่3-4 นี้เป็นช่วงที่แรงงานจะกลับเข้าสู่ตลาดงานจำนวนมากอีกครั้ง จึงมองว่าภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงแรงงานซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ต้องเร่งหาวิธีที่จะดึงหรือแมชชิ่งแรงงานกลุ่มนี้กลับมาสู่ระบบให้มากที่สุด การเกลี่ยแรงงานจากอุตสาหกรรมที่เลิกจ้างไปยังอุตสาหกรรมที่ยังต้องการแรง งานสูง เช่น การจัดโครงการนัดพบแรงงาน การให้ข้อมูลเรื่องตำแหน่งงานค่าจ้างให้ชัดเจน และการทำประชาสัมพันธ์ให้ถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ตลอดจนการสร้างแรงงานจูงใจให้เห็นคุณค่าของการทำงาน ที่ต้องทำให้ครบวงจร

ด้านนางสาววิไลวรรณ แซ่เตียว คณะกรรมการแรงงานสมานฉันท์ (คสรส) กล่าวว่า จากข้อมูลในพื้นที่ ไม่พบว่ามีสถานประกอบการเลิกจ้าง หลังจากที่ปรับค่าจ้าง 300 บาทเพิ่มขึ้นโดยจะพบก่อนหน้าเดือนเมษายนที่ปรับขึ้นค่าจ้างซึ่งมีย้านฐานการ ผลิตไปบ้าง แต่ภาวะช่วงนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวในเรื่องเลิกจ้างมีเพียงเรื่องของนาย จ้างที่ปรับค่าสวัสดิการไปเป็นค่าจ้างขั้นต่ำเท่านั้นแต่ข้อมูลการเลิกจ้าง จากเอสเอ็มอีอาจจะมีบ้างซึ่งในเรื่องนี้คสรส.ไม่มมีข้อมูลชัดเจน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายงานจากสภาพัฒน์ฯจะมีอัตราว่างงานไม่สู้งมากนัก แตนางวิไลวรรณ บอกว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่ต้องเขจ้ามาดูแลและตรวจสอบตัวเลขการว่างงานอย่างถูกต้อง แม้จะอัตราว่างงานไม่มากแต่ก็ถือว่าเริ่มส่งสัญญาณอันตราย ที่จะต้องเร่งเข้ามาดูแลเพื่อหามาตรการแก้ไขในอนาคตไม่ให้ตัวเลขตกงานมาก ขึ้น

(กรุงเทพธุรกิจ, 28-8-2555)




ลงวันที่ 03/09/2012 08:58:22
จำนวนผู้ชม 1748 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์