แรงงานไทยวิกฤต เจ็บ-ตาย เพราะทำงานพุ่ง ปี 47 ป่วย 22 ล้านครั้ง สูบงบดูแล 1 หมื่น 8 พันล้าน สสส. จับมือ ประกันสังคม และ จ.ชลบุรี เปิดตัวโครงการ Happy Workplace จุดกระแสพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงาน เป็นโครงการระดับจังหวัดแห่งแรกของไทย ก่อนรณรงค์ใหญ่ทั่วประเทศ
นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Happy Workplace” ที่สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานประกันสังคม และจังหวัดชลบุรี จัดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี ว่า จากการที่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา ทำให้นิคมอุตสาหกรรมเจริญเติบโตขึ้นมาก ปัจจุบันมีประชากรในระบบแรงงานถึง 35 ล้านคน มากกว่า 22 ล้านคน อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในเรื่องคุณภาพชีวิตของคนทำงาน อาจยังไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ที่ยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และการบาดเจ็บจากการทำงาน โดยข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมในปี 2547 ที่ผ่านมา มีผู้ประกันตน 8 ล้านคน แต่เจ็บป่วยมากกว่า 22 ล้านครั้ง สูงกว่าปี 2546 ถึง 1 ล้านครั้ง โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากคุณภาพชีวิตการทำงานที่ไม่ดี
“ปี 2547 สำนักงานประกันสังคมต้องจ่ายเงินให้กับผู้ประกันตน เพื่อดูแลคุณภาพชีวิต ทั้งเจ็บป่วย ทุพพลภาพ การเสียชีวิต การตกงาน มากกว่า 1 หมื่น 8 พันล้านบาท นี่ยังไม่รวมถึงปัญหาสังคมที่คนงานในวัยหนุ่มสาวที่ไม่สามารถปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสม จนนำไปสู่การทำแท้ง โรคเอดส์ การใช้ยาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว การเป็นหนี้ บางรายรุนแรงถึงขั้นฆ่าตัวตาย สิ่งเหล่านี้ต้องเร่งแก้ไข ดังนั้น รัฐบาลจึงสนับสนุน ให้ดำเนินโครงการ Happy Workplace หรือ โครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานจังหวัดชลบุรี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดชลบุรี รวมถึง สสส.และสำนักงานประกันสังคม โดยเชื่อมั่นว่าการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน จะช่วยลดปัญหาต่างๆ และสร้างประชากรวัยแรงงานที่มีคุณภาพให้กับประเทศไทยได้” นายพินิจ กล่าว
ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม รองประธานคนที่สองกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า โครงการ Happy Workplace เป็นโครงการนำร่องในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทำงานในสถานประกอบการ ในระดับจังหวัด ที่เป็นโครงการแรกของประเทศไทย มีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2549-2552 โดยเน้นการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ ภาครัฐ และองค์กรต่างๆ รวมทั้งชุมชนในรูปแบบบูรณาการ เพื่อเป้าหมายให้คนทำงานในจังหวัดชลบุรีมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ในการดำเนินงาน มีคำขวัญของโครงการว่า “คนทำงานมีความสุข ที่ทำงานน่าอยู่ ชุมชนสมานฉันท์” และมีความสุขทั้ง 8 หรือ “Happy 8” คือ 1.สุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจ 2.มีน้ำใจต่อกัน 3.มีสังคมดี 4.รู้จักผ่อนคลาย 5.พัฒนาความรู้ตนเองตลอดเวลา 6.มีศีลธรรมในการใช้ชีวิต 7.มีเงินเก็บไม่เป็นหนี้ 8.ครอบครัวอบอุ่นมั่นคง เป็นธงนำในการดำเนินกิจกรรมโครงการ ทุกปัจจัยที่กล่าวมานอกจากเพิ่มคุณภาพชีวิตคนทำงานแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาอีกมากกมาย เช่น การเจ็บป่วย การพิการ และปัญหาสังคมข้างต้น
ด้าน นายพิสิฐ เกตุผาสุก ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า โครงการ Happy Workplace เป็นโครงการที่เกิดขึ้นโดยจังหวัดชลบุรี ที่ได้เล็งเห็นปัญหาคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ซึ่งจังหวัดชลบุรีเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ มีสถานประกอบการณ์ถึง 10,643 แห่ง มีแรงงานถึง 413,361 คน ประกอบกับมีสถานประกอบการของบริษัทระดับโลกอยู่จำนวนมากในนิคมอุตสาหกรรม ทางจังหวัดจึงต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงาน เพื่อให้พร้อมต่อการเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรม พร้อมจะรองรับการทำงานในสถานประกอบการระดับโลก และการมีสนามบินสุวรรณภูมิจะทำให้การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว แรงงานไทยวิกฤต เจ็บ-ตาย เพราะทำงานพุ่ง ปี 47 ป่วย 22 ล้านครั้ง สูบงบดูแล 1 หมื่น 8 พันล้าน สสส. จับมือ ประกันสังคม และ จ.ชลบุรี เปิดตัวโครงการ Happy Workplace จุดกระแสพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงาน เป็นโครงการระดับจังหวัดแห่งแรกของไทย ก่อนรณรงค์ใหญ่ทั่วประเทศ
นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Happy Workplace” ที่สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานประกันสังคม และจังหวัดชลบุรี จัดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี ว่า จากการที่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา ทำให้นิคมอุตสาหกรรมเจริญเติบโตขึ้นมาก ปัจจุบันมีประชากรในระบบแรงงานถึง 35 ล้านคน มากกว่า 22 ล้านคน อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในเรื่องคุณภาพชีวิตของคนทำงาน อาจยังไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ที่ยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และการบาดเจ็บจากการทำงาน โดยข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมในปี 2547 ที่ผ่านมา มีผู้ประกันตน 8 ล้านคน แต่เจ็บป่วยมากกว่า 22 ล้านครั้ง สูงกว่าปี 2546 ถึง 1 ล้านครั้ง โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากคุณภาพชีวิตการทำงานที่ไม่ดี
“ปี 2547 สำนักงานประกันสังคมต้องจ่ายเงินให้กับผู้ประกันตน เพื่อดูแลคุณภาพชีวิต ทั้งเจ็บป่วย ทุพพลภาพ การเสียชีวิต การตกงาน มากกว่า 1 หมื่น 8 พันล้านบาท นี่ยังไม่รวมถึงปัญหาสังคมที่คนงานในวัยหนุ่มสาวที่ไม่สามารถปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสม จนนำไปสู่การทำแท้ง โรคเอดส์ การใช้ยาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว การเป็นหนี้ บางรายรุนแรงถึงขั้นฆ่าตัวตาย สิ่งเหล่านี้ต้องเร่งแก้ไข ดังนั้น รัฐบาลจึงสนับสนุน ให้ดำเนินโครงการ Happy Workplace หรือ โครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานจังหวัดชลบุรี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดชลบุรี รวมถึง สสส.และสำนักงานประกันสังคม โดยเชื่อมั่นว่าการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน จะช่วยลดปัญหาต่างๆ และสร้างประชากรวัยแรงงานที่มีคุณภาพให้กับประเทศไทยได้” นายพินิจ กล่าว
ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม รองประธานคนที่สองกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า โครงการ Happy Workplace เป็นโครงการนำร่องในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทำงานในสถานประกอบการ ในระดับจังหวัด ที่เป็นโครงการแรกของประเทศไทย มีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2549-2552 โดยเน้นการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ ภาครัฐ และองค์กรต่างๆ รวมทั้งชุมชนในรูปแบบบูรณาการ เพื่อเป้าหมายให้คนทำงานในจังหวัดชลบุรีมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ในการดำเนินงาน มีคำขวัญของโครงการว่า “คนทำงานมีความสุข ที่ทำงานน่าอยู่ ชุมชนสมานฉันท์” และมีความสุขทั้ง 8 หรือ “Happy 8” คือ 1.สุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจ 2.มีน้ำใจต่อกัน 3.มีสังคมดี 4.รู้จักผ่อนคลาย 5.พัฒนาความรู้ตนเองตลอดเวลา 6.มีศีลธรรมในการใช้ชีวิต 7.มีเงินเก็บไม่เป็นหนี้ 8.ครอบครัวอบอุ่นมั่นคง เป็นธงนำในการดำเนินกิจกรรมโครงการ ทุกปัจจัยที่กล่าวมานอกจากเพิ่มคุณภาพชีวิตคนทำงานแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาอีกมากกมาย เช่น การเจ็บป่วย การพิการ และปัญหาสังคมข้างต้น
ด้าน นายพิสิฐ เกตุผาสุก ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า โครงการ Happy Workplace เป็นโครงการที่เกิดขึ้นโดยจังหวัดชลบุรี ที่ได้เล็งเห็นปัญหาคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ซึ่งจังหวัดชลบุรีเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ มีสถานประกอบการณ์ถึง 10,643 แห่ง มีแรงงานถึง 413,361 คน ประกอบกับมีสถานประกอบการของบริษัทระดับโลกอยู่จำนวนมากในนิคมอุตสาหกรรม ทางจังหวัดจึงต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงาน เพื่อให้พร้อมต่อการเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรม พร้อมจะรองรับการทำงานในสถานประกอบการระดับโลก และการมีสนามบินสุวรรณภูมิจะทำให้การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ