เตือนรัฐบาลลดประชานิยมทบทวนค่าแรง

เตือนรัฐบาลลดประชานิยมทบทวนค่าแรง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : เตือนรัฐบาลลดประชานิยมทบทวนค่าแรง , ข้อมูลเกี่ยวกับ เตือนรัฐบาลลดประชานิยมทบทวนค่าแรง

นักเศรษฐศาสตร์คาดเศรษฐกิจโลกโต 3.3% ขณะที่ไทยพุ่ง 4.6% ติงรัฐบาลลดประชานิยม เลิกจำนำข้าวก่อนหนี้สาธารณะเกินแบก ด้านนิด้าโพลระบุระเบิดเวลาค่าแรง 300 บาทต้นปีหน้า ทำแรงงานไทยพิ นาศ สินค้าพาเหรดขึ้นราคา "มาร์ค" แนะจับตาปัญหาเลิกจ้าง

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพล เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 35 แห่ง จำนวน 73 คน เรื่องคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2556 นักเศรษฐ ศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวร้อยละ 3.3 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 4.6 ราคาน้ำมันดิบ (WTI) จะอยู่ที่ 99.8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ร้อยละ 3.4

ในส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 31.5 เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับปัจจุบัน ที่ร้อยละ 2.75 ไปสู่ระดับร้อยละ 2.50 ภายในสิ้นปี 2556 ส่วนค่าเงินบาทคาดว่าจะอยู่ที่ 30.68 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และการส่งออกจะขยายตัวร้อยละ 6.8 ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเฉลี่ยของ SET Index นักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 45.2 คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2555 โดยจุดสูงสุดของปี 2556 จะอยู่ที่ 1,400 จุด

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผล กระทบต่อเศรษฐกิจไทยปี 2556 อันดับ 1 คือ เศรษฐกิจโลกในภาพรวม (ร้อยละ 79.5), อันดับ 2 หนี้สาธารณะของประเทศสหรัฐอเมริกา และกลุ่มยูโรโซน (ร้อยละ 69.9), อันดับ 3 ปัญหาการเมือง/การชุมนุมประท้วง/เสถียรภาพของรัฐบาล (ร้อยละ 64.4)

มีข้อเสนอจากผู้รับการสำ รวจถึงรัฐบาล/หน่วยงานด้านเศรษฐ กิจที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินนโยบาย ทางเศรษฐกิจปี 2556 คือ 1.ลดการ ดำเนินนโยบายประชานิยม ลดการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะ โครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจะช่วยลดปัญหาหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการคลังมากขึ้น 2.เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใน โครงการต่างๆ รวมถึงโครงการที่มีความเกี่ยวเนื่องกับ AEC มีการเบิกจ่ายเงินที่เป็นไปตาม พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ มีการพัฒนาการศึกษา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ 3.มีการดำเนินนโยบายการ เงินการคลังที่สอดประสานกัน โดยเห็นว่าควรดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและดำเนินนโยบายการคลังแบบขยาย ตัว ควรมีมาตรการควบคุมฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงควรมีแผนสำรองเพื่อรองรับวิกฤติ(shock) ที่อาจจะเกิดขึ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก

ด้านนิด้าโพล ของสถาบันบัณ ฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่องผลกระทบจากนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ประชาชนร้อยละ 48.04 ระบุว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท อาจมีผลทำให้ผู้ประกอบการหรือนายจ้างเลิกจ้างงานแรงงานไทย หันไปใช้แรงงานต่างด้าวที่มีค่าแรงถูกกว่า และมีความอดทน ขยันทำงานมากกว่าแรงงานไทย ขณะที่ร้อยละ 45.07 ระบุว่า ไม่มีผล เพราะลูกจ้างรายวันได้รับค่าจ้างเกินหรือใกล้เคียงวันละ 300 บาทอยู่แล้ว และผู้ประกอบการหรือนายจ้างต้องมีการปรับตัว

ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 68.40 แสดงความกังวลด้วยว่า ราคาสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการขึ้นค่าแรง 300 บาท ส่วนร้อยละ 29.27 ไม่กังวล เพราะผู้ประกอบการหรือนายจ้างมีการปรับตัว เช่น ลดจำนวนแรงงาน ลดคุณภาพวัตถุดิบ ลดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา เพื่อลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ ร้อยละ 48.84 เห็นว่าการขึ้นค่าแรงจะไม่ทำให้มีการเลิกกิจการ เพราะทุกวันนี้ค่าแรงส่วนใหญ่ก็เกือบ 300 บาท หรือมากกว่าอยู่แล้ว และผู้ประกอบการหรือนายจ้างต้องมีการปรับตัวให้อยู่ได้ ขณะที่ร้อยละ 39.37 ระบุว่า มีผลทำให้เลิกกิจการ เพราะเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิต โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ใน รายการฟ้าวันใหม่ ทางบลูสกายแชน แนล เมื่อวันที่16 พฤศจิกายนนี้ ถึงประเด็นธนาคารแห่งประเทศไทย แสดงความเป็นห่วงเรื่องหนี้ครัวเรือนว่า ทุกครั้งที่รัฐบาลมุ่งแต่เรื่องของประชานิยม เอาเงินไปให้ประชาชนกู้ ปัญ หานี้ก็จะเกิดขึ้น เพราะการบริหารจัด การที่ดี ต้องดูแลว่าเงินทุนที่ให้ไปนั้น ไปสู่การทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดผลตอบแทนในเรื่องของรายได้ในเรื่องของ เศรษฐกิจ แต่ถ้าเอาเงินไปแล้วไม่มีผลตอบแทนกลับมา หนี้ก็จะพอกพูนเพิ่มขึ้น

"ผมคุยกับนักธุรกิจ เขาบอกเวลารัฐบาลมีนโยบาย อย่างเช่น ขึ้นค่าแรง 300 บาท นักธุรกิจเขาไปร้องบอกว่าเขาจะอยู่ไม่ได้ เพราะว่าต้นทุนในบางจังหวัด ถ้าเกิดค่าแรงเป็นอย่างนี้เขาอาจจะต้องปิดกิจการไป รัฐบาลก็จะบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจะช่วย ช่วยคืออะไร เอาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ เขาก็งงครับ บอกว่ากู้มาให้เขาขาดทุนต่อ แล้วมันจะแก้ปัญหาได้ยังไง"

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า นโยบายประชานิยมด้วยการปล่อยกู้ให้ชาวบ้านเป็นการผูกใจเช่นที่เป็น อยู่ขณะนี้ สุดท้ายก็จะเกิดปัญหาแน่นอน ประชาชนจะคิดว่า ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวรัฐบาลก็จะยกหนี้ให้ ขณะที่ผู้ต้องการเงินไปลงทุนทำให้เกิดการหมุน เวียนทางเศรษฐกิจก็อาจกู้ได้ไม่เต็มที่อย่างที่เขาควรจะได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะหวังผลทางการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ และปัญหาขณะนี้เราก็ทราบดี ของยังแพง สินค้าเกษตรบริหารแล้วมีปัญหาทั้งสิ้น ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นกำลังจะมาพร้อมๆ กันกับการเลิกจ้างค่อนข้างมากในช่วงต้นปีหน้า เศรษฐกิจต่างประเทศก็ยังไม่ได้มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวชัดเจน เพียงพอที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นแต่ว่าเราก็ไม่เห็นรัฐบาลมีแนวความคิด ที่ชัดเจนที่จะตอบโจทย์เหล่านี้

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวเตือนกรณีธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน โฆษณากระตุ้นให้คนเป็นหนี้ ขณะที่ล่าสุดรัฐบาลนี้ก็ออกมติคณะรัฐมนตรี เตรียมที่จะแก้กฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทย ให้กลับไปสู่สภาวะที่บอก ว่าถ้าสถาบันการเงินมีปัญหา ให้อำนาจ หรือให้กองทุนฟื้นฟูฯ ไปให้กู้ได้ กู้โดยไม่ต้องมีหลักประกันก็ได้ด้วย เพื่อจะช่วยอุ้มสถาบันการเงิน อันนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ผิด เพราะจะทำให้สถา บันการเงินไม่กลัวในการที่จะมีความเสี่ยงมากขึ้น.

(ไทยโพสต์, 17-11-2555)



ลงวันที่ 21/11/2012 20:49:48
จำนวนผู้ชม 1662 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์