ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 14 จัดหางานจังหวัด กรณีเก็บค่าหัวคิวแรงงานไทยไปไต้หวันเกินกว่ากฎหมายกำหนด เผยผลสอบไม่พบความผิดบกพร่องแม้แต่รายเดียว เตรียมสรุปปิดสำนวนส่งอธิบดีกรมจัดฯ และปลัดแรงงาน ชี้เจ้าหน้าที่จัดหางานทั้ง 14 จังหวัดทำตามระเบียบกรม อำนวยความสะดวกให้แรงงานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ไม่พบการกระทำที่เอื้อประโยชน์แก่บริษัทจัดหางานในการเก็บค่าหัวคิวเกิน
จากที่คณะกรรมการพิจารณาโครงสร้างระบบจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ ที่มี พล.อ.ธนู ศรียากูล เป็นประธาน ชี้มูลให้มีการตรวจสอบความผิดจัดหางาน 14 จังหวัดที่ส่งแรงงานไปบริษัท เกาสง แรพพิด ทรานสิต ครอป จำกัด ที่ไต้หวัน กรณีปัญหาแรงงานไทยถูกเก็บค่าหัวคิวเกินกฎหมายกำหนด และกรมการจัดหางานได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบข้อเท็จจริงนั้น น.ส.สายพิณ สิริหงส์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ในฐานะประธานคณะทำงาน คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง จัดหางาน 14 จังหวัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสรุปสำนวนการสอบสวน ว่า ขณะนี้การสืบสวนข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว ได้สอบพยานและผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน หลายสิบปาก ทั้งตัวจัดหางานจังหวัดทั้ง 14 จังหวัด บริษัทจัดหางาน และญาติของแรงงานที่ไปไต้หวัน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดทำเอกสาร คาดว่า วันนี้ (13 ธ.ค.) จะแล้วเสร็จ จากนั้นจะต้องให้คณะกรรมการลงนามทั้งหมด ก่อนนำเสนออธิบดีกรมการจัดหางานและปลัดกระทรวงแรงงานต่อไป
น.ส.สายพิณ กล่าวอีกว่า สำหรับผลสอบข้อเท็จจริงที่ได้ ในเบื้องต้นยังไม่พบความผิดบกพร่องของเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดทั้ง 14 จังหวัด ซึ่งได้แก่ จังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม มหาสารคาม เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ กำแพงเพชร และพิจิตร โดยพบว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามการให้บริการจัดหางานในระเบียบของกรมการจัดหางาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนงานที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ไม่ได้มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทจัดหางาน ทั้งนี้ บริษัทจัดหางานที่มีโควต้าตำแหน่งงานในต่างประเทศ เมื่อต้องการคนงาน ก็จะนำโควตา มาแสดงเพื่อขอคัดชื่อบุคคลที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ ที่ศูนย์ทะเบียนคนหางานกลาง ซึ่งเป็นบริการของกรมการจัดหางาน เพื่อให้เกิดความสะดวกและป้องกันการหลอกลวงชักชวนคนงานเอง จากนั้นบริษัทจัดหางานจัดทำไปรษณียบัตรถึงแรงงานที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งแรงงานไทยบริษัทเกาสงฯ ก็ได้รับการติดต่อตามขั้นตอนดังกล่าว ซึ่งเมื่อผลสอบเบื้องต้นไม่พบความผิด ก็ไม่มีการตั้งสอบวินัยต่อไป
ด้าน พล.อ.ธนู กล่าวว่า ผลสอบสวนเจ้าหน้าที่จัดหางานทั้ง 14 จังหวัด เป็นเรื่องของปลัดกระทรวงแรงงาน ต้องพิจารณา ในฐานะผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาโครงสร้างหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับปลัด เพราะคณะกรรมการ ไม่มีอำนาจไปสั่งการให้ต้องส่งผลสอบมาให้ แต่หากมีการนำเสนอเข้ามา คณะกรรมการก็จะพิจารณาและจะชี้แนะอย่างไรก็ว่าไป ซึ่งคณะกรรมการมีอำนาจแค่ชี้แนะ แต่ไม่มีอำนาจในการลงโทษใคร
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ