แรงงานชี้ปิด SMEs ไม่เกี่ยว 300 บาท คาดหลังเดือน ก.พ.ทุกอย่างจะชัดขึ้น

แรงงานชี้ปิด SMEs ไม่เกี่ยว 300 บาท คาดหลังเดือน ก.พ.ทุกอย่างจะชัดขึ้น | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : แรงงานชี้ปิด SMEs ไม่เกี่ยว 300 บาท คาดหลังเดือน ก.พ.ทุกอย่างจะชัดขึ้น, ข้อมูลเกี่ยวกับ แรงงานชี้ปิด SMEs ไม่เกี่ยว 300 บาท คาดหลังเดือน ก.พ.ทุกอย่างจะชัดขึ้น



หนึ่งเรื่องที่หลาย ๆ ฝ่ายกังวลหลังจากผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ 2556 คือ การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศ โดยมีผลประกาศใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าเมื่อมีการปรับขึ้นค่าจ้างจึงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เหล่าผู้ประกอบการต่างวิตกกังวลจนบางแห่งเริ่มปิดกิจการบ้างแล้ว ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ฝ่ายต่างคิดว่า นี่คือผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอย่างแน่นอน



แต่ความคิดเห็นดังกล่าว กลับตรงข้ามกับ "น.พ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์" ปลัดกระทรวงแรงงาน ที่ได้แถลงข่าวเรื่องสถานการณ์ด้านแรงงานหลังการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท

ทั่วประเทศ ซึ่งได้ชี้แจงจากสถิติจำนวนการเลิกจ้างย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2552-2555 (ข้อมูลกรมการจัดหางาน ณ วันที่ 10 มกราคม 2556) พบว่า หากเริ่มดูจากช่วงไตรมาสแรกของปี 2552 หรือช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ พบว่ามีการเลิกจ้างงานสูงถึง 30,000 คน จากนั้นสถานการณ์การเลิกจ้างงานในปี 2552 ค่อย ๆ ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจนถึงช่วงธันวาคม ซึ่งเหลือเพียง 8,185 คน

"ส่วนในปี 2553 ยังอยู่ในสภาวะปกติของการเลิกจ้าง ซึ่งตัวเลขการเลิกจ้างงานจะอยู่ระหว่าง 7,000-9,000 คน กระทั่งเดือนธันวาคม 2553 พบว่าจำนวนการเลิกจ้างงานเหลือเพียง 5,625 คน ซึ่งเป็นตัวเลขการถูกเลิกจ้างงานในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยอยู่ในช่วงปกติ"

"สืบเนื่องมาถึงปี2554 ที่มีตัวเลขการเลิกจ้างในแต่ละเดือนอยู่ระหว่าง 5,000-6,000 คน และที่น่าสนใจคือช่วงเดือนพฤศจิกายนของปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงเกิดวิกฤตน้ำท่วม ส่งผลให้จำนวนการเลิกจ้างงานกลับสูงขึ้นอีกถึง 13,254 คน และเดือนธันวาคม 19,140 คน ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงต้นปี 2555 ที่พุ่งสูงขึ้นไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ 15,910 คน"

"จากนั้นจึงค่อย ๆ เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ซึ่งดูจากตัวเลขการเลิกจ้างงานที่เริ่มลดลงราว 39.5% เมื่อเดือนเมษายน 2555 ที่แม้จะอยู่ในช่วงของการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (เฟสแรก) จนกระทั่งถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 ซึ่งมีจำนวนการเลิกจ้างงานเหลือเพียง 5,000-7,000 คนเท่านั้น"

"ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าขณะนี้จำนวนการเลิกจ้างงานของไทยยังถือว่าอยู่ในภาวการณ์ที่ปกติ และไม่น่าเป็นกังวลเหมือนอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ โดยการเลิกจ้างงานตามที่เป็นข่าวนั้นเป็นเรื่องปกติของการประกอบธุรกิจ ซึ่งขณะนี้ยังถือว่าลดลงกว่าหลายปีที่ผ่านมา"

ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานประกอบการในธุรกิจ SMEs ที่ปิดกิจการลง ตามความคิดเห็นของ "น.พ.สมเกียรติ" บอกว่า เกิดจากปัญหาการขาดสภาพคล่องของธุรกิจมากกว่า

ที่จะเกิดจากปัจจัยการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ

"จากการวิเคราะห์ของกระทรวงแรงงานถึงสถานการณ์การทำงานก่อนผู้ประกอบการจะปิดกิจการลง พบว่าสาเหตุหลักของการปิดกิจการของธุรกิจ SMEs คือ ประสบปัญหาเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ เช่น ขาดออร์เดอร์สั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัญหาเรื่องการย้ายกิจการจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้จะส่งผลให้ขาดสภาพคล่องจากการบริหารธุรกิจโดยภาพรวม"

"เมื่อดูจากข้อมูลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ได้รวบรวมข้อมูลการเฝ้าระวังสถานการณ์การเลิกจ้างเพื่อความพร้อมในการแก้ไขปัญหา และให้ความคุ้มครองลูกจ้างที่เดือดร้อน

ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2556-9 มกราคม 2556 พบว่ามีสถานประกอบการเลิกจ้างแล้วจำนวน 5 แห่ง จนเกิดผลกระทบต่อลูกจ้าง ทำให้มีจำนวนการเลิกจ้างงาน 421 คน จากจำนวน 1,266 คน

โดยลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างงานได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแล้ว"

"แต่เมื่อวิเคราะห์ถึงรายละเอียดของปัญหาการเลิกกิจการของทั้ง5 สถานประกอบการแล้วกลับพบว่า เกิดจากปัญหาการขาดสภาพคล่องในกิจการตามที่ได้คาดการณ์ไว้จริง ไม่ใช่เกิดจากผลกระทบต่อการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างเพิ่งเริ่มปรับค่าจ้างขั้นต่ำได้ไม่ถึง 1 เดือน ดังนั้น การปิดกิจการของสถานประกอบการจึงมาจากปัจจัยภายในสืบเนื่องจากปีที่แล้ว และอาจเป็นการกล่าวอ้างผสมรอยว่าเกิดจากการปรับค่าจ้าง 300 บาท เพื่อขอความเห็นใจมากกว่า"

"ผมยืนยันได้เลยว่าไม่มีใคร หรือบริษัทใดได้รับผลกระทบเลิกจ้างจากการปรับขึ้นค่าจ้างในครั้งนี้ ซึ่งผมมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเลิกจ้างงานของสถานประกอบการ SMEs ที่ปิดกิจการเป็นสาเหตุจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท เพราะถ้าหากจะให้ชี้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการปรับค่าจ้างหรือไม่นั้น เดือนกุมภาพันธ์นี้น่าจะเกิดความชัดเจนมากขึ้น"

"เพราะถ้าหากผลกระทบเกิดขึ้น และส่อไปในทางที่ไม่ดี ทางกระทรวงแรงงานจะต้องหารือเรื่องมาตรการช่วยเหลือเพื่อปรับใช้ให้เหมาะสมให้กับสถานประกอบการ SMEs อย่างแน่นอน"

เราไม่มีทางนิ่งดูดายอย่างแน่อน

อันเป็นคำยืนยันหนักแน่นของปลัดกระทรวงแรงงาน!

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์




ลงวันที่ 22/01/2013 10:15:47
จำนวนผู้ชม 2167 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์