วงหารือผู้ประกอบภาคใต้ ต่อวิกฤตค่าแรง 300 บาท เห็นควรให้สอท.เป็นหัวหอกเสนอรัฐช้วยผู้ประกอบการด้วยการลดเก็บเงินประกัน สังคม 1 เปอร์เซ็นต์ ควบคู่กับการลดภาษีบำรุงท้องที่้ลงครึ่งหนึ่ง ทั้งยังควรเปิดกว้างด้านซอฟท์โลนด้วยการเปิดทางให้ สภาอุตฯ หอการค้า ร่วมเป็นคณะกรรมการกลั่นกรอง
นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ( สอท. ) เปิดเผยว่า ในการร่วมประชุมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ( เอสเอ็มอี) ในภาคใต้ เพื่อรับทราบถึงปัญหาจากนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และทางออกในการนำเสนอแนวทางไปยังรัฐบาลขอรับการช่วยเหลือ ที่ประชุมมีข้อสรุปที่จะเสนอผ่านสภาอุตสาหกรรมฯ ไปยังรัฐบาลคือ ขอให้รัฐลดการเก็บเงินประกันสังคมในฝ่ายจ้างเหลือเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ สำหรับในพื้น 3 จังหวัดภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ยและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ให้ลดภาษีบำรุงท้องที่ลงครึ่งหนึ่ง และสนับสนุนในเรื่องของเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟท์โลน โดยให้ธนาคารลดเงื่อนไขในการอนุมัติ โดยมีสภาอุตสาหกรรมฯ หอการค้า ร่วมเป็นคณะกรรมในการกลั่นกรอง ทั้งนี้การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทำให้ผู้ประกอบการล้วนได้รับผลบกระทบอย่างรุนแรง จึงอยากให้รัฐบาลได้พิจารณาเรื่องนี้
"ส่วนใหญ่ปัญหาที่พบคือ ผู้ประกอบการต่างเห็นว่า การปรับค่าแรงเป็นการปรับที่รวดเร็วและก้าวกระโดด ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กปรับตัวไม่ทัน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั้งในปีที่ผ่านมาและปีนี้ไม่เอื้อ ที่จะให้ผู้ประกอบการมีความพร้อม จะเห็นว่านับคั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาค ใต้ ได้ปิดรับพนักงานเพิ่ม เพราะไม่ต้องการเป็นภาะในเรื่องของต้นทุนจากการจ่ายค่าแรง อย่างไรก็ตามหลังจากเข้าาสู่กลางปี อาจจะมีการปลดพนักงานออก หากไม่สามารถแบกรับปัญหาอีกต่อไปได้ " นายทวี กล่าว
นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ หัวหน้าสำนักงาน แรงงานจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ภาวะการทำงานของประชากรไตรมาส 3/2555 (ก.ค.-ก.ย.55) พบว่า นครราชสีมามีผู้อยู่ในกำลังแรงแรงงาน 1,617,705 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 72.6 ของประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไป และเป็นผู้ที่ไม่อยู่ในกำลังแรงงานงานกว่า 600,000 คน โดยประชากรผู้มีงานทำจำนวน 1,603,168 คน ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานที่มีฝีมือในด้านการเกษตรและการประมงจำนวน 598,211 คน คิดเป็นร้อยละ 37.3 รองลงมาคือ การผลิต จำนวน 288,859 คน คิดเป็นร้อยละ 18 การขายส่ง ขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคล และขอใช้ในครัวเรือนจำนวน 243,780 คน คิดเป็นร้อยละ 15.2
ทั้งนี้พบว่านครราชสีมามีอัตราการว่างงานในช่วงไตรมาส 3/2555 ทั้งสิ้น 14,537 คน เป็นชาย 8,337 คน และ หญิงจำนวน 6,199 คน แต่ภายหลังมีการปรับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 300 บาท ทั่วประเทศ พบว่า โรงงานหลายแห่งมีการปลดพนักงานซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมตัวเลข โดยมีผู้มาขึ้นทะเบียนประกันการว่างงานกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด นครราชสีมาในปี 2556 เดือนละกว่า 1,000 คน อย่างไรก็ตามพบว่าโรงงานบางแห่งเลือกที่จะไม่ปลดพนักงานแต่ได้มีการพัฒนา ฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพมากขึ้นโดยส่วนราชการ ก็ได้เข้าไปช่วยเหลือในการพัฒนาฝีมือแรงงานและเร่งประชาสัมพันธ์ 15 มาตรการของรัฐบาลที่ให้การช่วยเหลือเพื่อให้นายจ้างอยู่ได้ ในภาวะการแข่งขันทางธุรกิจและการปรับค่าแรงขั้นต่ำ
สำหรับการจดทะเบียนใหม่ ช่วงไตรมาส 3 /2555 จำนวน 23 แห่ง โดยอุตสาหกรรมการผลิต จดทะเบียนมากสุดจำนวน 13 แห่ง จ้างคนงาน 209 คน เงินลงทุน 315.32 ล้านบาท จากจำนวนเงินลงทุนรวมทั้งหมด 580,550,000 บาท สำหรับโรงงานที่เลิกกิจการในไตรมาสนี้มีจำนวน 22 แห่ง สาเหตุการเลิกกิจการอยู่ระหว่างการสำรวจเช่นกัน
(เนชั่นทันข่าว, 11-2-2556)
|