ผลสำรวจชี้นายจ้างกว่าครึ่งเชื่อลูกจ้าง ประเมินสวัสดิการบริษัทต่ำกว่าจริง

ผลสำรวจชี้นายจ้างกว่าครึ่งเชื่อลูกจ้าง ประเมินสวัสดิการบริษัทต่ำกว่าจริง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ผลสำรวจชี้นายจ้างกว่าครึ่งเชื่อลูกจ้าง ประเมินสวัสดิการบริษัทต่ำกว่าจริง , ข้อมูลเกี่ยวกับ ผลสำรวจชี้นายจ้างกว่าครึ่งเชื่อลูกจ้าง ประเมินสวัสดิการบริษัทต่ำกว่าจริง

ผลสำรวจจากทาวเวอร์ส วัทสัน (NYSE, NASDAQ : TW) ที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กรระดับโลก ทำการสำรวจ Asia-Pacific Employee Benefit Trends ประจำปี 2556 ที่จัดทำ ขึ้นโดยการเก็บข้อมูลจากนายจ้างรวมทั้งสิ้น 1,066 รายทั่วภูมิภาค ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2556 ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ความเห็นของพนักงานที่มีต่อสวัสดิการไม่ได้ดีขึ้นไปตามระดับค่าใช้จ่ายด้าน สวัสดิการที่เพิ่มขึ้นของทางบริษัท

หมายความว่าเจ้าของกิจการอาจไม่สามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติในจุดนี้ได้ด้วยการลงทุนเพิ่มเติม

โดยเรื่องนี้ "แมทธิว แจ็คสัน" ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาประสิทธิภาพสวัสดิการประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า เราพบนายจ้างหันมาให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้านสวัสดิการมากขึ้น เพื่อให้องค์กรสามารถดึงดูดพนักงานใหม่ และรักษาพนักงานเดิมได้ดีขึ้น ปัจจุบันนายจ้างกว่า 81% ทำการวางกลยุทธ์ด้านสวัสดิการ เพื่อช่วยชี้นำการตัดสินใจในด้านดังกล่าว ขณะที่ในปี 2552 นั้นมีเพียง 66% เท่านั้น

"อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของเราทำให้เกิดข้อสงสัยในด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของกลยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูง และยังมีองค์กรต่าง ๆ เข้าแย่งชิงคนมีความสามารถกันทั่วทั้งภูมิภาค"

นอกจากนั้น "แจ็คสัน" ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เราพบนายจ้างบางรายเลือกที่จะแก้ปัญหาเรื่องมุมมองด้านคุณค่าของระบบ สวัสดิการในหมู่พนักงานโดยการเพิ่มสวัสดิการให้มากขึ้น แต่วิธีนี้อาจทำให้ปัญหาแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น เนื่องจากองค์กรในปัจจุบันมักจะมีความหลากหลายด้านกำลังคนสูงขึ้นอย่างต่อ เนื่อง และการสร้างระบบสวัสดิการเพียงระบบเดียวสำหรับพนักงานทุกคนมักจะไม่ใช่ นโยบายที่ดีที่สุด

"นายจ้างที่แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ อาจได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าจากการทบทวนและปรับปรุงระบบสวัสดิการของเดิม พร้อมกับเปิดโอกาสให้พนักงานมีทางเลือกในด้านสวัสดิการ แทนที่จะไปเพิ่มสวัสดิการให้กับทุกคน"

ผลสำรวจจากทาวเวอร์ส วัทสันยังพบข้อมูลอีกว่า จำนวนนายจ้างที่มีแผนจะปรับให้ระบบสวัสดิการของตนมีความยืดหยุ่นมากขึ้นนั้น จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวในปีหน้า โดยนายจ้างจำนวน 32% จะเพิ่มความยืดหยุ่นในแผนสวัสดิการ (เทียบกับ 15% ในปีนี้) และอีก 23% จะเริ่มนำเอาแผนสวัสดิการแบบยืดหยุ่นมาใช้งาน (เทียบกับ 12% ในปีนี้)

ส่วนในด้านการสื่อสารเกี่ยวกับสวัสดิการพบว่า นายจ้างเกือบ 1 ใน 3 (31%) ยังไม่มีการสื่อสารกับพนักงานในเรื่องของสวัสดิการ ซึ่งแม้ว่าจะยังเป็นตัวเลขที่สูง แต่ยังน้อยกว่าสถิติ 55% จากการสำรวจในปี 2552

นอกจากนั้นผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการสื่อ สารที่มีประสิทธิภาพ และมุมมองด้านคุณค่าของสวัสดิการที่ได้รับ โดยบริษัทที่สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพจะมีพนักงานที่เห็นคุณค่า ของสวัสดิการมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

โดยเรื่องนี้ "คริส เมย์ส" ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิการประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ข้อมูลตรงนี้มีความหมายมากทีเดียวสำหรับประเทศไทย เมื่อมองจากในบางด้าน นายจ้างในประเทศไทย

ถือว่ามีศักยภาพด้านสวัสดิการระดับเดียวกันกับชาติอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ อย่างเช่นการที่นายจ้างเกือบ 40% มีการลงทุนด้านสวัสดิการสูงกว่า 20% ของค่าจ้างทั้งหมด

"ขณะเดียวกันเรากลับพบว่า นายจ้างกว่า 28% ไม่แน่ใจว่าพวกเขาใช้จ่ายในด้านนี้ไปทั้งหมดเท่าไร ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อย และเราอดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าบริษัทไม่รู้ว่าพวกเขามีค่าใช้จ่ายเท่าไร แล้วเราจะไปคาดหวังให้พนักงานมีความเข้าใจในด้านนี้ได้อย่างไร"

"ผลสำรวจของทาวเวอร์ส วัทสัน ในปีนี้ แสดงให้เห็นว่า บริษัทที่มีวิสัยทัศน์ในประเทศไทยกำลังพัฒนาศักยภาพด้านสวัสดิการของตนด้วย นวัตกรรม

ใหม่ ๆ การปรับแต่งให้เข้ากับพนักงานแต่ละกลุ่ม และการสื่อสารที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยราว 1 ใน 4 (26%) ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจระบุว่า องค์กรของตนจะเพิ่ม

ความยืดหยุ่นในระบบสวัสดิการให้แก่พนักงาน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเลือกสวัสดิการในแบบที่เข้ากับวิถีชีวิตของ ตน และมีมูลค่าสูงในสายตาของพวกเขา"

ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจยังแสดงข้อมูลของบริษัทหลายแห่งออกมาส่งเสริมประเด็นด้านสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของพนักงาน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามหลายรายที่มีแผนที่จะเปิดตัวโครงการช่วยเหลือพนักงาน เว็บไซต์ข้อมูลด้านสุขภาพ และนโยบายรับรองพนักงานทุพพลภาพ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในด้านการดูแลสุขภาพพนักงาน ควบคู่ไปกับการเพิ่มผลผลิต และความมีส่วนร่วมในการทำงานของพนักงาน

เฉพาะประเด็นนี้ "แอนดรูว์ เฮิร์ด" กรรมการผู้จัดการฝ่ายสวัสดิการภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อธิบายบอกว่า เพราะนายจ้างทุกคนจะต้องตระหนักถึงความหลากหลายด้านกำลังคนในองค์กร และมองเห็นว่าพนักงานแต่ละกลุ่มมีความต้องการที่แตกต่างกันไป ระบบสวัสดิการแบบยืดหยุ่นถือเป็นคำตอบที่ดีสำหรับปัญหานี้ เพราะพนักงานจะสามารถเลือกสิทธิประโยชน์ที่ดูน่าสนใจสำหรับพวกเขาได้เอง

"แต่ความยืดหยุ่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของภาพรวมเท่านั้น โดยหากขาดความชำนาญด้านการสื่อสารและกลยุทธ์การบริหารงานที่เหมาะสม ความพยายามการวางระบบที่ดีอาจจะเสียเปล่าไปโดยไม่ได้อะไร นายจ้างควรจะพิจารณาระบบสวัสดิการของตนอย่างทั่วถึงด้วยมุมมอง

แบบองค์รวม เพื่อให้การลงทุนด้านสวัสดิการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างการรับรู้คุณค่าของสวัสดิการในหมู่พนักงานต่อไป"

(ประชาชาติธุรกิจ, 19-7-2556)



ลงวันที่ 01/08/2013 10:08:37
จำนวนผู้ชม 1603 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์