นายสมชาติ เลขาลาวัณย์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า การตราพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545
มีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาฝีมือแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ภาคการบริการของประเทศ โดยรัฐบาลตระหนักว่าการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันมีความรุนแรงและมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีรวดเร็วมากจึงได้ตราเป็นพระราชบัญญัติและได้บังคับใช้ในปี 2548 เป็นปีแรก โดยกำหนดให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปจัดให้มีการฝึกอบรมแรงงานให้แก่ลูกจ้างไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด ขณะนี้มีสถานประกอบกิจการได้แจ้งขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้วกว่า 8,000 แห่ง สำหรับสถานประกอบการที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนขอให้รีบดำเนินการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ และจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2548
สถานประกอบการที่ดำเนินการฝึกอบรมแล้วภายในปี 2548 ให้รีบยื่นคำขอรับรองหลักสูตร/ค่าใช้จ่ายต่อนายทะเบียนภายในเดือนธันวาคม 2548 เพื่อเตรียมการประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานและใช้เป็นหลักฐานในการขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อไป
สำหรับสถานประกอบการที่ดำเนินการรับรองหลักสูตร/ค่าใช้จ่ายต่อนายทะเบียนแล้วให้ยื่นแบบประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (แบบสท.2)และ (แบบสท.2-2)กับหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ทาง www.dsd.go.th ของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงขอประชาสัมพันธ์ถึงผู้ประกอบกิจการให้ดำเนินการฝึกอบรมและขอรับรองหลักสูตร/ค่าใช้จ่ายภายในเดือนธันวาคม 2548 และยื่นแบบประเมินเงินสมทบ ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม -28 กุมภาพันธ์ 2549 ด้วยเหตุที่เป็นภาคบังคับของกฎหมายพระราชบัญญัตินี้มีบทบังคับสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่จัดฝึกอบรมฝีมือแรงงานร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมดหรือจัดแต่ไม่ครบตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดต้องนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราร้อยละ 1 ของค่าจ้างที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด
สำหรับเขตกรุงเทพมหานครสามารถยื่นแบบประเมินเงินสมทบได้ที่ หน่วยบริการพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร กลุ่มงานกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ถนนมิตรไมตรี ดินแดง กรุงเทพฯ ในวันและเวลาราชการ หรือ โทร.0-2245-3700,0-2245-3217
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส