เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่กระทรวงแรงงาน นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยธรรมชาติ ว่า ศูนย์ดังกล่าวจัดตั้งขึ้นที่ชั้น 11 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทำหน้าที่รวบรวมผลกระทบและวางมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเป็นระบบ หากผู้ประสบอุทกภัยต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อมายังศูนย์ดังกล่าวได้ ที่สายด่วน 1506 และ1546 ล่าสุดมีรายงานว่าสถานประกอบการ 606 แห่ง ลูกจ้าง 10,272คน ได้รับผลกระทบ ใน 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.นครนายก สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี แบ่งเป็น สถานประกอบการที่ประสบอุทกภัยหยุดงานชั่วคราว 11 แห่ง ลูกจ้างเกี่ยวข้อง 731 คน ,สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบบางส่วน เนื่องจากน้ำท่วมบริเวณโดยรอบสถานประกอบการ ที่พักลูกจ้าง และเส้นทางในการเดินทางไปทำงาน จำนวน 439 แห่ง ลูกจ้างเกี่ยวข้อง 3114 คน ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรีนั้น มีน้ำทะลักเข้าในนิคมบริเวณเฟส 7-9 แต่ไม่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ และยังไม่มีน้ำทะลักเข้าโรงงาน มีเพียง 2 แห่ง ลูกจ้าง 1,000 คน ที่ประสบปัญหาเรื่องการเดินทางไปทำงาน
นายจีรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จากการติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้างที่ประสบอุทกภัย ยังไม่พบมีเรื่องร้องเรียนว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ในวันที่ 12 ต.ค.นี้ ได้มอบหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เดินทางไปแจกถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ใน อ.พิมาย กับ อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ขณะที่มาตรการช่วยเหลือ กระทรวงแรงงานได้วางมาตรการช่วยเหลือไว้ 2 ระยะ คือ ช่วงน้ำท่วม จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ทั้งการมอบถุงยังชีพ ให้คำปรึกษา ประกอบอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัยน้ำท่วมในศูนย์พักพิงต่างๆ และประสานโรงพยาบาลในเครือประกันสังคม รักษาผู้ประกันตนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมไปถึงขอความร่วมมือนายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างที่ประสบอุทกภัยหยุดงานโดยไม่ ถือเป็นวันลา หรือการเดินทางมาทำงานล่าช้าได้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ส่วนหลังน้ำลดจะจัดกิจกรรมเยียวยาผู้ประสบภัย อาทิ การซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ ฝึกอาชีพ จัดนัดพบแรงงาน พร้อมทั้งนำโครงการส่งเสริมการจ้างงาน มาช่วยนายจ้างไม่ให้เลิกจ้างลูกจ้าง.
(เดลินิวส์, 9-10-2556)
|