คณะเจรจาเอฟทีเอไทยชงมะกัน พิจารณาเพิ่มโควต้าพิเศษให้แรงงานไทยสามารถประกอบอาชีพในสหรัฐ พร้อมกับการเปิดเสรีด้านการค้าและบริการ ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐ ระบุเตรียมจัดทำเอกสารแจกให้สมาชิกรัฐสภาฯ เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันเตรียมเดินทางเยี่ยมชมพื้นที่ประสบภัยสึนามิ พร้อมหารือกับหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ ทั้งไข้หวัดนก และความมั่นคง
แหล่งข่าวในการประชุมเอฟทีเอไทย-สหรัฐ ได้เปิดเผยว่า วันนี้ ( 9 มกราคม 2549 ) ทางคณะเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐสภาสหรัฐฯ (Congressional Staffers) ได้เข้าพบ และหารือกับนายนิตย์ พิบูลสงคราม หัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐฯ โดยหัวหน้าคณะเจรจาฯได้แจ้งความห่วงกังวลของฝ่ายไทยในการเจรจาให้เจ้าหน้าที่อาวุโสฯ ได้ตระหนัก และขอรับการสนับสนุนจากรัฐสภาสหรัฐฯ ในเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคคล (mobility of business people) โดยขอให้ออกกฎหมายเพื่อให้โควตาพิเศษให้คนไทยสามารถไปประกอบวิชาชีพในสหรัฐฯ ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรจะเกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดเสรีการค้าบริการ
ทั้งนี้ โครงการนำเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐสภาสหรัฐฯ (Congressional Staffers) เยือนไทยเป็นโครงการที่กระทรวงการต่างประเทศ สอท. ณ กรุงวอชิงตัน และ US-ASEAN Business Council (USABC) ได้ร่วมกันดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2542 โดยปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้ว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและแนวนโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทย เพื่อนำไปเผยแพร่ให้สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ อีกทั้งยังเป็นการขยายเครือข่ายการติดต่อกับบุคคลในวงการรัฐสภาสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง โดยคณะได้มีการจัดทำเอกสารเพื่อแจกจ่ายให้สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยมากขึ้น
สำหรับในปีนี้ ทางคณะซึ่งมีจำนวน 6 คน จะเดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 5-12 ม.ค.2549 นำโดยนาย George A. Dalley ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาและหัวหน้าทีมงานของนาย Charles B. Rangel สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาวุโสจากมลรัฐนิวยอร์ก พรรคเดโม-แครต และกรรมาธิการ Ways and Means นาย Dalley มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การบริหารและกฎหมายระหว่างประเทศ มีประสบการณ์ทางการเมืองและคลุกคลีกับการทำงานของรัฐสภามาเป็นเวลามากกว่า 30 ปี จนมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้มีความรอบรู้เกี่ยวกับการเมืองในวอชิงตันเป็นอย่างดี นาย Dalley เคยเป็นหุ้นส่วนในสำนักงานกฎหมาย Holland and Knight โดยเคยเป็นที่ปรึกษาและรักษาผลประโยชน์ให้กับรัฐบาลประเทศในแถบแคริบเบียน แอฟริกาด้วย
ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับ Staffers รายอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ นาย Luis Jiminez เป็นผู้ช่วยด้านกฎหมายของ Cong. Rahm Emanuel (D-Illinois) รับผิดชอบด้านการต่างประเทศและการตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งประเด็นการค้าใน คมธ. Ways and Means ด้วย ส่วน Ms. Stephanie Lester เป็นเจ้าหน้าที่ประจำคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าใน คมธ. Ways and Means เชี่ยวชาญด้านการค้า AD/CVD และการเจรจาต่างๆ ภายใต้กรอบ WTO นาย Ms. Clarine Nardi Riddle เคยเป็นอัยการและมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ขณะนี้เป็น Chief of Staff ของ Sen. Joe Lieberman (D-Connecticut) Ms.Elizabeth McDonnell เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศและเป็นผู้ช่วยด้านกฎหมายของ Sen. Gordon Smith (R-Oregon) ซึ่งได้เข้าเยี่ยมคารวะเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา และนาย Dan MacLean เป็นผู้ช่วยด้านกฎหมายภาษี การค้าและการเงินประจำสำนักงานของ Cong. Wally Herger (North California) ซึ่งเป็นสมาชิกอาวุโสของคมธ. Ways and Means และคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้า
โดยการเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ นอกจากการสังเกตการณ์การเจรจาการค้าเสรีไทย-สหรัฐฯ แล้ว ทางคณะยังได้ไปเยี่ยมชมพื้นที่ที่ประสบภัยสึนามิ รวมทั้งชุมชนที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนสหรัฐฯ และจากเงินบริจาคจากสหรัฐฯ ที่ จ.ภูเก็ตและพังงา และยังได้พบหารือกับเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายนิติบัญญัติของไทย และหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบเรื่องความมั่นคงและเรื่องไข้หวัดนก ซึ่งได้แก่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณสุข
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ