ผู้นำแรงงานตกใจ กรณีย้าย “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” เป็นปลัดแรงงาน ชี้ชัดการเมืองแทรกแซง ห่วงสำนักงานประกันสังคม (สปส.) รอพิสูจน์ทำงานแก้ปัญหาได้หรือไม่
น.ส.อรุณี ศรีโต ที่ปรึกษาเครือข่ายคนตกงาน กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี ที่สลับตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงาน กับปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่า เมื่อรู้ข่าวดังกล่าวรู้สึกตกใจมาก ในฐานะผู้นำแรงงานกลุ้มใจ และเป็นห่วงสำนักงานประกันสังคมมากที่สุด จริง ๆ แล้ว ปลัดแรงงาน โดยธรรมเนียมประเพณีต้องเป็นลูกหม้อของกระทรวงแรงงาน รวมทั้งตอนนี้ก็ไม่ใช่ฤดูโยกย้าย การโยกย้ายเช่นนี้ จึงไม่ชอบมาพากล และรู้สึกได้ว่าการเมืองเข้ามาแทรกแซง
“ปลัดยุติธรรมถึงแม้ท่านจะเป็นคนดี แต่เขาเป็นน้องเขยนายกฯ การมาเป็นปลัดแรงงานในสถานการณ์ตอนนี้ ที่สำนักงานประกันสังคม กำลังมีปัญหามีโครงการแปลก ๆ จำนวนมาก ที่โยกย้ายงบประมาณของประกันสังคมไป พวกเราแรงงานก็จับตาดูอยู่ แถมปลัดกระทรวง เป็นประธานบอร์ดประกันสังคมโดยตำแหน่ง ก็เลยไม่สบายใจ” น.ส.อรุณี กล่าว
ด้านนายสมศักดิ์ โกสัยสุข ผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า ความจริงแล้วปลัดกระทรวงแรงงาน ควรเป็นบุคคลที่มีความรู้เรื่องแรงงานสัมพันธ์ ปัญหาแรงงาน เท้าติดดิน และควรเป็นคนที่เคยคลุกคลี หรือมีบุคลิกภาพในการทำงานกับแรงงาน การมาทำงานกับแรงงานก็คงพิสูจน์ ถ้าเป็นเจ้าขุนมูลนายก็ลำบาก โดยหลักการถ้าย้ายต้องเหมาะสม แต่ถ้าย้ายเพราะนัยทางการเมือง หรือเพื่อรอต่อไปอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่เหมาะสม เพราะจะทำให้ไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ขณะที่ น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า การย้ายแบบนี้มองแล้วเป็นเรื่องของการเมืองแน่นอน และเห็นได้ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ได้เลือกคนที่เข้าใจ หรือเหมาะสมจะดูแลแก้ปัญหาแรงงานอย่างแท้จริงมาทำงาน เป็นแค่การหาที่ลงให้คนใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ถ้าจะย้ายมาทำหน้าที่ดูแลคนงานต้องเข้าใจคนงาน ต้องมาแก้ไขปัญหาแรงงาน ก็ขอให้พิสูจน์ว่าจะทำงานแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่
น.ส.วิไลวรรณ กล่าวอีกว่า การที่มีการย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรม มาเป็นปลัดกระทรวงแรงงานนั้น ตนคิดว่า เป็นนโยบายการย้ายข้าราชการตามความพอใจของรัฐบาล เท่าที่ทราบมา คือ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กำลังจะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตนคิดว่านโยบายของรัฐบาลไม่ชัดเจน การที่โยกย้ายคาดว่าน่าจะเป็นการหาที่ยืนให้กับคนใกล้ชิดรัฐบาลมากกว่า เพราะมีศักดิ์เป็นน้องเขยของนายกรัฐมนตรีด้วย เมื่อมีการย้ายมาแล้ว ตนก็คิดว่าไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาแรงงานได้ เพราะไม่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งน่าจะมีส่วนเข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง และก็ต้องรอดูกันที่ผลงานว่าจะออกมาในรูปแบบใด
ขณะที่นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่ข้าราชการระดับสูงถูกเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะรัฐมนตรีประจำกระทรวง มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยอยู่แล้ว แต่การที่เปลี่ยนแปลงปลัดกระทรวงครั้งนี้ตนคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรดีขึ้น เพราะข้าราชการเพียงแต่ทำตามนโยบายทางการเมืองเท่านั้น
ตนในฐานะผู้ดำเนินงานก็ปรับท่าทีการทำงานให้เข้ากับนโยบายว่าจะเป็นอย่างไร
ส่วนแหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การโยกย้ายเพื่อสลับตำแหน่งครั้งนี้ของปลัดกระทรวงแรงงาน (รง.) และปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เป็นการช่วยเหลือตัวปลัด ยธ.มากกว่า เนื่องจากเป็นน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะจะให้อยู่ยุติธรรม ต่อก็ไม่ได้ เนื่องด้วยระเบียบของ ก.พ.จึงจำเป็นต้องย้ายมาอยู่ที่แรงงานแทน แต่ตนก็ไม่เข้าว่าทำไมถึงต้องย้ายมาที่กระทรวงนี้ มีอะไรหรือเปล่า ขณะที่ตัวข้าราชการเองก็ยังไม่รู้ว่าการทำงานของปลัดคนนี้จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คงจะมีการปรับเปลี่ยนการทำงานกันยกใหญ่เลยทีเดียว
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า การสลับตำแหน่งครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหา หรือเสียงคัดค้านแต่อย่างใด
เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นคนใกล้ชิดกับนายกฯ และนายหญิง แต่อย่างไรก็ตาม สาเหตุการย้ายนายจารุพงษ์ ครั้งนี้อาจจะมาจากการผลการทำงานที่ผ่านมาที่ไม่ค่อยมีผลงานปรากฏเท่าที่ควร
รวมทั้งปัญหาแรงงานที่ไต้หวัน ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการย้ายครั้งนี้
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ