สศช.เผยไตรมาส 2 หนี้บุคคลเพิ่ม 8.8% การจ้างงานลด

สศช.เผยไตรมาส 2 หนี้บุคคลเพิ่ม 8.8% การจ้างงานลด | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : สศช.เผยไตรมาส 2 หนี้บุคคลเพิ่ม 8.8% การจ้างงานลด, ข้อมูลเกี่ยวกับ สศช.เผยไตรมาส 2 หนี้บุคคลเพิ่ม 8.8% การจ้างงานลด


สศช.เผยไตรมาส 2 หนี้บุคคลเพิ่ม 8.8% การจ้างงานลด
 
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นางชุตินาฎ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงภาวะสังคมไทยในไตรมาส  2 ปี 2557 ว่า การก่อหนี้ของครัวเรือนชะลอลง โดยยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 3.33 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% เป็นการชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 ส่วนหนึ่งมาจากการสิ้นสุดของโครงการรถยนต์คันแรก และความกังวลเกี่ยวกับรายได้และการมีงานทำในอนาคต ทำให้ครัวเรือนชะลอการใช้จ่าย
 
"การก่อหนี้ในปัจจุบันยังไม่ส่งสัญญาณความเสี่ยงต่อภาพรวม แต่ก็ต้องเฝ้าระวังเรื่องการผิดนัดชำระหนี้อย่างใกล้ชิด โดยสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลต่อสินเชื่อรวมยังเพิ่มขึ้นไม่มากเพียง 2.5% ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีทิศทางที่ดีขึ้น ก็น่าจะเป็นปัจจัยที่เข้ามาสนับสนุนได้เป็นอย่างดี" นางชุตินาฎกล่าว
 
รองเลขาธิการ สศช.กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 2 ปี 2557 สินเชื่อภายใต้การกำกับผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็น 50.5% หรือคิดเป็น 1.28 หมื่นล้านบาท ส่วนเอ็นพีแอลของสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 29.4%  ยอดค้างชำระบัตรเครดิตเกิน 3 เดือนขึ้นไป มีมูลค่า 7.49 พัน ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 28.4% สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนที่ลดลง
 
นอกจากนี้ แนวโน้มการจ้างงานลดลงอยู่ที่ 2.8% หรือคิดเป็นผู้มีงานทำ 37.8 ล้านคน ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 1%  หรือ 4 แสนคน เนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการจ้างงาน ทำให้การบรรจุงานลดลงอยู่ที่ 18.4% และตำแหน่งงานว่างลดลงอยู่ที่ 40.1% และภาวะภัยแล้งทำให้การจ้างงานภาคเกษตรลดลง โดยมีผู้ว่างงานอยู่ที่ 3.85 แสนคน เพิ่มขึ้น 32%
 
ทั้งนี้ การว่างงานที่เพิ่มขึ้นมากในกลุ่มผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อนอยู่ที่ 1.95 แสนคน เพิ่มขึ้น 33.2% ส่วนการว่างงานของกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อนอยู่ที่ 1.9 แสนคน เพิ่มขึ้น 30.8% โดยผู้ว่างงานภาคเกษตรลดลง 5.7% และผู้ว่างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 41.3% สอดคล้องกับการเอาประโยชน์ทดแทนกรณีการว่างงานเพิ่มขึ้น 14.3% หรือคิดเป็น 1.65 แสนคน โดยเป็นการเลิกจ้างงาน 1.73 หมื่นคน  และลาออกอีก 1.48 แสนคน ส่วนรายได้แท้จริงของแรงงานยังคงเพิ่มขึ้นราว 12.5%
 
สำหรับผลิตภาพแรงงานต่อคนในไตรมาส 2 ปี 2557  เพิ่มขึ้น 3.3% โดยในช่วงปี 2555-2556 ผลิตภาพแรงงานของประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.1% สูงกว่าที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 แต่เมื่อพิจารณาในรายสาขาพบว่า เป็นการเพิ่มของผลิตภาพแรงงานสาขาการผลิตเพียง 2.2% และสาขาบริการ 6.6% ส่วนสาขาเกษตรเพิ่มเพียง 0.8% แต่สัดส่วนแรงงานภาคเกษตรมีมากถึง 39.6% ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องการยกระดับผลิตภาพแรงงานในส่วนนี้มากขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังหลังจากนี้ โดยเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวัง ที่แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ก็ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ การระบาดของโรคฉี่หนู, การระบาดของโรคสุกใส, การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา  ส่วนโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ได้แก่ ความดันโลหิตสูง, หัวใจขาดเลือด, หลอดเลือดสมองใหญ่, เบาหวาน, มะเร็ง และเนื้องอกทุกชนิดนั้น คาดการณ์ว่าในปี 2558 ปัจจัยเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังดังกล่าว จะทำให้ไทยสูญเสียรายได้สูงถึง 5.21 หมื่นล้านบาท  แต่หากคนไทยช่วยกันป้องกันตนเองจะช่วยลดการสูญเสียได้ถึง 10-20%
 
สำหรับแนวโน้มคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ โดยเฉพาะคดีชีวิตร่างกายและเพศมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยคดีอาญาในไตรมาสที่ 2 มีการรับแจ้งอยู่ที่ 1.12 แสนคดี ลดลงจากไตรมาสก่อน โดยคดียาเสพติดมีสัดส่วนมากที่สุดที่  84.4% รองลงมาคือคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ส่วนคดีชีวิตร่างกายและเพศ มีจำนวน 5.9 พันคดี ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 1.7% ส่วนการรับแจ้งอุบัติเหตุการจราจรอยู่ที่ 1.42 หมื่นราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุจากรถตู้สาธารณะ ที่พบว่าในช่วงปี 2554-2556 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถตู้สาธารณะเฉลี่ย 6 คนต่อเดือน และในครึ่งแรกของปีนี้ พบว่ารถตู้สาธารณะเกิดอุบัติเหตุไปแล้ว 377 ครั้ง
 
"คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญโดยเฉพาะคดีชีวิตร่างกายและเพศ มีแนวโน้มของความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นตามความเจริญของเทคโนโลยี โดยในช่วงปี 2550-2555 เด็กถูกกระทำรุนแรงทางเพศมากที่สุด โดยเด็กหญิงถูกทำร้ายประมาณ 8 เท่าของเด็กชาย ส่วนใหญ่เป็นช่วงวัยรุ่น 10-15 ปี  ถูกกระทำรุนแรงทางเพศมากที่สุด 74.1% สาเหตุส่วนใหญ่มาจากสภาพแวดล้อม เช่น สื่อลามกต่างๆ, ความใกล้ชิด, โอกาส และการใช้สารกระตุ้น" นางชุตินาฎกล่าว
 
นอกจากนี้ พบว่าค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 6.3%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริโภคบุหรี่เพิ่มขึ้นเป็น 5.4 พันล้านบาท หรือ 1.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเป็น 17.4 ล้านคนในปี  2556 หรือเพิ่มขึ้น 32.2% โดยกลุ่มวัยแรงงาน 25-29 ปีมีอัตราการดื่มสูงที่สุดที่ 38.1% ส่วนกลุ่มวัยรุ่น 15-24 ปี มีอัตราการดื่มเพิ่มขึ้นเป็น 26.2% รวมทั้งยังพบว่าเด็กและเยาวชนเข้าสู่วงจรการพนันฟุตบอลมากขึ้น
 
(ไทยโพสต์, 25-8-2557)



ลงวันที่ 28/08/2014 01:38:00
จำนวนผู้ชม 1711 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์