สหภาพ ร.ส.พ.ยื่นฟ้อง “แม้ว-เพ้ง” - แฉกลุ่มทุนเตรียมฮุบกิจการ

สหภาพ ร.ส.พ.ยื่นฟ้อง “แม้ว-เพ้ง” - แฉกลุ่มทุนเตรียมฮุบกิจการ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



สหภาพ ร.ส.พ.ยื่นฟ้อง “ทักษิณ-พงษ์ศักดิ์” ระบุมติ ครม.ยุบกิจการและเลิกจ้าง เป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นธรรมต่อพนักงาน ปัดข่าวทุจริตภายใน ยันไม่เป็นความจริง ชี้ปิด ร.ส.พ.ส่งผลประโยชน์ต่อกลุ่มทุน แฉบริษัทใกล้ชิดนักการเมืองใหญ่หวังฮุบกิจการขนส่ง

วานนี้ (17 ม.ค.) นายอภิเดช นามมนตรี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) นางชุลีพร ด้วงฉิม ที่ปรึกษาสหภาพ พร้อมด้วยพนักงาน ร.ส.พ.อีกประมาณ 150 คน ได้เป็นตัวแทนสหภาพกับพวกรวม 199 คน ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม, คณะรัฐมนตรี และผู้อำนวยการองค์การ ร.ส.พ. ต่อศาลปกครอง กรณีมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2548 ยุบเลิกกิจการ ร.ส.พ.

โดย นางชุลีพร กล่าวว่า ทางสหภาพได้ยื่นคำฟ้องขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีเรื่องการยุบเลิกกิจการ ร.ส.พ.ลงวันที่ 27 ธ.ค.2548 เนื่องจากเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นธรรมต่อองค์กรและพนักงาน และขอให้มีคำสั่งเพิกถอนประกาศองค์การ ร.ส.พ. เรื่อง ร.ส.พ.ขอหยุดให้บริการขนส่งสินค้า ตามมติ ครม.ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.2548 และประกาศ ร.ส.พ.เรื่องเลิกจ้างพนักงานลงวันที่ 29 ธ.ค.2548

“การที่รัฐบาลยุบเลิก ร.ส.พ.โดยอ้างว่า มีการทุจริตนั้นไม่เป็นความจริง เพราะผู้บริหารที่เข้ามาดูแล ร.ส.พ.ก็ได้รับแต่งตั้งจากฝ่ายการเมือง ถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ฝ่ายการเมืองก็ย่อมสามารถมาดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเอาคนทุจริตมาลงโทษได้ แต่ถ้าผู้บริหารไม่ดำเนินการ ก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่อ้างว่าขาดทุน ถ้าไปดูผลประกอบการของ ร.ส.พ. ณ วันที่ 30 มิ.ย.2548 มีรายได้ประมาณ 1,280 ล้านบาท มีหนี้สินประมาณ 1,240 ล้านบาท เท่ากับกิจการยังมีสภาพคล่องอีกกว่า 28 ล้านบาท ไม่ได้เลวร้ายจนทำให้ ครม.ต้องมีมติยุบเลิก สามารถฟื้นฟูกิจการได้” ที่ปรึกษาสหภาพฯ กล่าว

นางชุลีพร ยังกล่าวอีกว่า ร.ส.พ.เป็นแม่แบบของกิจการขนส่ง ก่อนที่ภาคเอกชนจะมีการเข้ามาดำเนินการ เราทำงานปิดทองหลังพระมาตลอด และเป็นผู้ที่กำหนดมาตรฐานในการกำหนดค่าขนส่ง การที่รัฐอ้างว่าคนของ ร.ส.พ.มีการศึกษาน้อย และอายุมากนั้น ภารกิจหลักของ ร.ส.พ.คือการขนสิ่งของทางรถบรรทุก ไม่จำเป็นต้องการคนที่มีวุฒิปริญญาตรีมาขับรถ แบกขนสิ่งของ แต่การทำงานของเราก็ไม่เคยปรากฏข่าวว่าขนส่งสินค้าจนเกิดความเสียหาย โดยเรายังส่งสินค้าไปในพื้นที่ที่มีเสี่ยงภัยใน 3 จว.ชายแดนภาคใต้ ที่ภาคเอกชนปฏิเสธไม่รับดำเนินการ รวมทั้งยุทโธปกรณ์ทางการทหาร ถึงขนาดทหารยังยอมรับว่าไม่สามารถขนส่งของได้ดีเท่ากับคน ร.ส.พ. ส่วนการเกษียณอายุก็เป็นไปเช่นเดียวกับส่วนราชการอื่น คือเมื่อมีอายุครบ 60 ปี

“ที่รัฐบาลอ้างว่า การมี ร.ส.พ.อยู่ ทำให้เอกชนสามารถแข่งขันอย่างเป็นธรรมได้นั้น เบื้องแรกถ้ายุบเลิก ร.ส.พ.ก็อาจจะใช่ แต่เป็นการสร้างภาพเท่านั้น เพราะไม่หลักประกันใดที่มายืนยันได้ว่าหากเอกชนรวมตัวกันแล้วสร้างราคาค่าขนส่งที่สูงขึ้น ตรงนี้เราเป็นห่วงว่าประชาชนต้องเป็นผู้แบกรับต้นทุนนี้ทั้งสินค้าอุปโภค-บริโภคนี้แล้วใครจะรับผิดชอบ อย่างที่เกิดขึ้นก่อนยุบเลิก ร.ส.พ.เป็นผู้ดำเนินการขนส่งให้กับบริษัท การบินไทย แต่เมื่อยุบแล้ว การบินไทยต้องรับภาระค่าขนส่งสูงถึง 200 ล้านบาท” ที่ปรึกษาสหภาพฯ กล่าว

นางชุลีพร ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า การยุบเลิก ร.ส.พ.อาจจะเป็นไปเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มธุรกิจขนส่งที่ใกล้ชิดกับนักการเมืองในรัฐบาล เพราะจะเห็นได้ว่าทันทีที่มีมติยุบเลิก ร.ส.พ.ก็มีบริษัทเอกชนรายหนึ่งซึ่งมีทุนจดทะเบียนเพียง 2 ล้านบาท เข้ารับงานขนส่งของส่วนราชการโดยเฉพาะ 3 หน่วยงานหลักที่ถือว่าเคยเป็นรายได้หลักของ ร.ส.พ.คือ โรงงานยาสูบ การท่าเรือแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลจริงใจที่จะดูแลกิจการ ร.ส.พ.ก็ควรให้นายปองพล อดิเรกสาร ที่อดีตเคยบริหาร ร.ส.พ.จนมีกำไร มีโบนัสให้กับพนักงานได้เข้ามาบริหารและฟื้นฟูกิจการของ ร.ส.พ.โดยที่ผ่านมาสหภาพได้นำแผนฟื้นฟูไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ซึ่งก็เห็นชอบที่จะให้มีการฟื้นฟู แต่การเสนอในระดับรัฐบาล นายกและรัฐมนตรีกลับไม่เห็นด้วย รวมทั้งไม่เคยเรียกสหภาพไปสอบถามความคิดเห็นเลย

ด้าน นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ กล่าวว่า ในคำฟ้องดังกล่าวทางผู้ฟ้องได้ขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวและประกาศทั้ง 2 ฉบับ เป็นอันสิ้นผลไม่มีสภาพบังคับเป็นการชั่วคราว ไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งต่อไป โดยอย่างช้าภายในวันที่ 19 ม.ค.จะได้ยื่นขอให้ศาลเปิดไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อนำไปสู่การที่ศาลจะมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว

“ถึง ครม.จะมีมติยุบเลิก ร.ส.พ. และการยุบเลิกจะไม่มีความสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ ร.ส.พ.ก็กลับออกประกาศหยุดให้บริการขนส่งสินค้า และประกาศเลิกจ้างพนักงาน ตรงนี้ทำให้พนักงาน ร.ส.พ.ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ องค์กรสูญเสียรายได้ของตัวเอง ซึ่งนับแต่มีประกาศประเมินความเสียหายแล้วไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ตรงนี้จะต้องมีคนออกมารับผิดชอบ” นายนิติธร กล่าว

นายนิติธร ยังตั้งข้อสังเกตว่า กรณีของ ร.ส.พ.นั้น รัฐบาลน่าจะใช้วิธีการแปรรูป เพราะ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ระบุว่า องค์กรจะมีการแปรรูปต้องดูว่าองค์กรนั้นขาดสภาพคล่อง ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานหรือไม่ ซึ่งวัตถุประสงค์นี้ตรงกับ ร.ส.พ.แต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการแปรรูปโดยเลือกการยุบเลิก ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การบริหารงานมีสภาพคล่อง มีรายได้หลักเลี้ยงตัวเอง แต่รัฐบาลกลับใช้วิธีการแปรรูป ตรงนี้สะท้อนว่ารัฐบาลมีเจตนาไม่โปร่งใส

 

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ




ลงวันที่ 19/01/2006 08:53:17
จำนวนผู้ชม 1765 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์