แรงงานภาคเกษตรตกงานอื้อ เหตุภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าวฉุดรายได้วูบหนัก

แรงงานภาคเกษตรตกงานอื้อ เหตุภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าวฉุดรายได้วูบหนัก | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : แรงงานภาคเกษตรตกงานอื้อ เหตุภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าวฉุดรายได้วูบหนัก, ข้อมูลเกี่ยวกับ แรงงานภาคเกษตรตกงานอื้อ เหตุภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าวฉุดรายได้วูบหนัก


แรงงานภาคเกษตรตกงานอื้อ เหตุภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าวฉุดรายได้วูบหนัก
 
สศช.ไตรมาสแรก ผู้มีงานทำภาคเกษตรติดลบ 4.4% จากปัญหาภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าว จับตารายได้เกษตรกรต่ำหนัก จากปัจจุบันเฉลี่ยเดือนละ 5,700 บาท ต่ำกว่านอกภาคเกษตรเท่าตัว ด้านภาคผลิต นายจ้างลดชั่วโมงทำงานลง หลังออร์เดอร์หด ส่วนหนี้ครัวเรือนยังเพิ่ม 7.6% ขณะที่หอการค้าไทยจับมือหอการค้าต่างประเทศพัฒนาศักยภาพชาวนาให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ
 
นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 58 ว่า มีผู้มีงานทำ 37.6 ล้านคน ลดลง 0.5% หรือ 200,000 คน จากไตรมาสเดียวกันปี 57 ที่มีผู้มีงานทำ 37.8 ล้านคน โดยผู้มีงานทำภาคเกษตรลดลง 4.4% เพราะภัยแล้ง รวมทั้งยังเป็นช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยว และการเพาะปลูกข้าวลดลงหลังจากยุติมาตรการรับจำนำ ส่วนผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.3% ตามการฟื้นตัวของภาคการผลิต ก่อสร้าง โรงแรมและภัตตาคาร ส่งผลให้อัตราการว่างงานโดยรวมอยู่ที่ 0.94%
 
สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามและเฝ้าระวังต่อไปนั้น คือ ผลกระทบด้านรายได้ของแรงงาน ซึ่งในปี 58 ภัยแล้งมาเร็วกว่าปกติ และมีสัญญาณรุนแรงขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.57-21 พ.ค.58 มี 12,364 หมู่บ้านได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง คิดเป็น 16.47% จากทั้งหมด 74,965 หมู่บ้านทั่วประเทศ ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและรายได้ของเกษตรกร จากปัจจุบันค่าจ้างแรงงานภาคเกษตรเฉลี่ยรายละ 5,700 บาทต่อเดือน ต่ำกว่านอกภาคเกษตรรายได้ที่เฉลี่ยรายละ 12,500 บาทต่อเดือน ประมาณ 1 เท่า “เมื่อการจ้างงานภาคเกษตรลดลง ประกอบกับผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรลดลง จะยิ่งซ้ำเติมปัญหารายได้ของครัวเรือนเกษตร และลูกจ้างเกษตรที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว”
 
สำหรับภาคการผลิตที่ต้องเฝ้าติดตาม คือ แม้ว่าเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการลดชั่วโมงการทำงานลง โดยไตรมาสแรก ชั่วโมงการทำงานภาคการผลิตเฉลี่ยลดลง 2.2% ภาคบริการลดลง 1.8% ทำให้ผู้ที่ทำงานมากกว่า 40 ชั่วโมงขึ้นไปในภาคการผลิตลดลง 2.4% และบริการลดลง 1.8% นอกจากนั้นยังพบว่า จำนวนผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับการศึกษาในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 24.6%และภาคบริการเพิ่มขึ้น 4.6% แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อรายได้ของแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่อาศัยรายได้จากการทำงานล่วงเวลาเป็นรายได้เสริมเพื่อดำรงชีวิตและชำระหนี้สิน
 
นอกจากนี้ยังพบอีกว่า โอกาสในการหางานทำลดลง เห็นได้จากสัดส่วนผู้สมัครงานต่อตำแหน่งงานว่างคิดเป็น 1.14 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.09 เท่า ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่สัดส่วนต่อการบรรจุงานต่อตำแหน่งงานว่างอยู่ที่ 0.86 เท่า และการบรรจุงานต่อผู้สมัครงานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.76 เท่า อีกทั้งผู้ประกอบการยังชะลอการขยายตำแหน่งงาน เพราะความกังวลต่อสถานการณ์และการลดคำสั่งซื้อ และจากผู้สมัครงานที่มีมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสเลือกรับคนที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการมากขึ้น
 
นางชุตินาฏกล่าวว่า คาดว่าในปีนี้จะมีแรงงานจบใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาถึงปริญญาตรี 637,610 คน จากผู้จบการศึกษา 2,137,424 คน เป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี 63.9% อาชีวศึกษา 21.5% และมัธยมศึกษา 14.7% ซึ่งในปี 57 ระดับปริญญาตรีว่างงานสูงสุด 1.54% โดยเฉพาะสายสังคมศาสตร์ เช่น วารสารศาสตร์และสารสนเทศว่างงาน 2.77% ศิลปกรรมศาสตร์ว่างงาน 2.76% และมนุษยศาสตร์ว่างงาน 2.71% เพราะผลิตกำลังคนเกินความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม ในอนาคตต้องเตรียมคนเพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านคมนาคมขนส่ง ทำให้เกิดความต้องการแรงงาน โดยเฉพาะวิศวกรและช่างเทคนิคด้านต่างๆ เช่น ไฟฟ้า อิเล็ก-ทรอนิกส์ ก่อสร้าง สำรวจ เป็นต้น เป็นจำนวนมาก
 
ขณะที่หนี้สินครัวเรือน พบว่าชะลอตัว โดยยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น 7.6% ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 10.7% ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนหนี้เพื่อการบริโภคอื่นเพิ่มขึ้น 12.4% ชะลอลงจาก 17.6% แต่มูลค่าหนี้เสียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มีมูลค่า 92,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% การผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนเพิ่มขึ้น 27.4% คิดเป็นมูลค่า 15,469 ล้านบาท และยอดคงค้างชำระบัตรเครดิตเกิน 3 เดือน เพิ่มขึ้น 22% คิดเป็นมูลค่า 8,933 ล้านบาท มีสัดส่วน 3.1% ต่อยอดคงค้างรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ด้านนายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยร่วมกับหอการค้าต่างประเทศ และหน่วยงานภาครัฐจัดทำโครงการพัฒนาชาวนาให้เป็นผู้ประกอบการด้านข้าวแบบครบวงจร ด้วยการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้ความรู้ ตั้งแต่การจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี จัดหาปุ๋ย ลดต้นทุนทำนา รวมถึงการทำตลาดเพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศตามช่องทางต่างๆ เพื่อตัดวงจรพ่อค้าคนกลางที่กดราคา โดยจะเน้นผลิตข้าวคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงแปรรูปข้าว เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า รวมทั้งส่งเสริมให้ลูกหลานชาวนาที่จบการศึกษาปริญญาตรี ประกาศนียบัตรชั้นสูง และประกาศนียบัตรวิชาชีพ กลับมาช่วยพัฒนางานในวิสาหกิจชุมชนด้วย.
 
(ไทยรัฐ, 26/05/2558)



ลงวันที่ 28/05/2015 10:12:13
จำนวนผู้ชม 1127 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์