ทรท.ไม่ยั้งกระทืบ'อภิรักษ์'แรงงานโฉ่สมศักดิ์ชี้แถลง

ทรท.ไม่ยั้งกระทืบ'อภิรักษ์'แรงงานโฉ่สมศักดิ์ชี้แถลง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



"ประชาธิปัตย์" ฟอกตัวเอง เรียก "อภิรักษ์" แจงฮั้วประมูล กทม. 2 หมื่นล้านอังคารนี้ ใครผิดไม่รอดแน่ "อี-ออคชั่น" มีหลักฐานชัด อัดกลับไทยรักไทยใส่ไข่ขยายประเด็นเกินจริง

  กรณีซีทีเอ็กซ์ผิดชัดๆ  ไม่ยอมตรวจสอบ  ลิ่วล้อ ทรท.เรียงหน้าถล่ม งัดระเบียบ  กทม.มัด "หล่อเล็ก" ต้องรู้เรื่องประมูลเกิน  50 ล้าน ตั้งฉายา "ฮั้วประมูลอัจฉริยะ" จี้ปม "ดีเอสไอ" แจ้งข้อมูลตั้งแต่ 6 ต.ค. 48 แต่ผู้ว่าฯ กทม.เมินเฉย
นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเมื่อวันที่ 22 มกราคม ถึงการฮั้วประมูลทางลอดอุโมงค์และทางข้ามของกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 20,000  ล้านบาท ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคในวันที่  24  ม.ค.นี้ โดยจะเชิญนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. มาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ซึ่งพรรคได้ติดตามมาโดยตลอด  และยืนยันว่าพรรคจะพยายามให้เกิดความโปร่งใส ไม่ลูบหน้าปะจมูกหรือปกป้องคนผิด ขอให้ประชาชน กทม.สบายใจได้
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า   ที่ผ่านมาพรรคไทยรักไทยพยายามขยายสร้างเรื่องให้เป็นประเด็นทางการเมือง  แทนที่จะเข้าไปแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น  โดยพยายามขยายให้เกินความจริง และพูดข้อเท็จจริงไม่หมด  เพื่อให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยและเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฮั้วประมูล  16  โครงการ ซึ่งที่จริงแล้วมีเพียง 10 โครงการ  และนายอภิรักษ์ได้มีการสั่งยกเลิกการประมูลทั้งหมดตั้งแต่วันที่   8 พ.ย. 2548 แล้ว แต่ก็มีการนำมาขยายว่าเรื่องมีการร้องเรียนตั้งแต่วันที่  6 ต.ค.  2548  แต่ กทม.ไม่มีการติดตามดำเนินการ
นายองอาจกล่าวว่า  เรื่องนี้มีการอุทธรณ์อย่างชัดเจน และมีการร้องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ  (ดีเอสไอ) ร้องเรียนไปที่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสภาผู้แทนราษฎร  ได้มีการเรียกเจ้าหน้าที่ไปชี้แจงจนมีการสั่งยกเลิกโครงการทั้งหมด
"นายอภิรักษ์ได้พยายามเอาจริงเอาจัง  สั่งยกเลิกโครงการทั้งหมดเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบในที่สุดหาความจริงให้ปรากฏโดยไม่ได้ปิดบังหรือปกป้องคนผิด   จึงอยากให้พรรคไทยรักไทยย้อนกลับไปดูการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์  9000  ที่ศาลแขวงสหรัฐตัดสินว่ามีความผิดจริง และปรับบริษัทที่ให้สินบน นายกรัฐมนตรียังออกมาปฏิเสธทันทีว่าไม่มีการทุจริต  ไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน  และไม่มีการยกเลิกการประมูลแต่อย่างใด  จึงอยากฝากบอกพรรคไทยรักไทยว่า การจะกล่าวหาใครต้องมีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง อย่าพูดเกินความจริงเพื่อทำให้เกิดความผิดพลาดบกพร่องได้" นายองอาจกล่าว
นายองอาจกล่าวด้วยว่า พรรคจะไม่มีการตัดตอนการสาวไปถึงผู้บริหารและคนของพรรคหรือหาแพะมาลงโทษ  เพราะการประมูลแบบอี-ออคชั่นมีข้อมูลและหลักฐานชัดเจน สามารถตรวจสอบได้  อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบก็มีหลายชุด ไม่ว่าจะเป็นของดีเอสไอ   คณะกรรมการของ กทม.ที่มี พล.ต.อ.ประทิน  สันติประภพ  เป็นประธาน ยืนยันว่าพรรคไม่มีการหารือหรือกดดันเพื่อให้นายอภิรักษ์ปลดนายสามารถ  ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าฯ กทม.แต่อย่างใด เพราะผลสอบสวนยังไม่สิ้นสุด
ขณะที่นายภิมุข  สิมะโรจน์  รองโฆษกพรรคไทยรักไทย  กล่าวถึงการฮั้วการก่อสร้างอุโมงค์-สะพานข้ามแยกของ  กทม.ว่า  พรรคจะติดตามข่าวนี้ต่อไป  เพราะ ส.ก.ของพรรคติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่ ต.ค. 2548  เรื่องนี้เป็นความเสมอภาค  เพราะการบริหารประเทศรัฐบาลยังต้องถูกตรวจสอบ  การทำงานของ กทม.ก็เช่นกัน  พรรคมองว่าเรื่องนี้เป็นฮั้วประมูลอัจฉริยะ  แต่นายอภิรักษ์กลับบอกว่าไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน  พรรคขอให้ผู้ว่าฯ กทม.ชี้แจงเรื่องนี้อีกครั้ง   เพราะระเบียบ กทม.ระบุชัดเจนว่า โครงการที่มีวงเงินเกิน  50 ล้านบาทเป็นอำนาจผู้ว่าฯ กทม.ที่จะอนุมัติ หากผู้ว่าฯ กทม.ไม่รู้นั้นคงเป็นไปไม่ได้ พรรคติดใจเรื่องนี้มาก  เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมาแล้ว  3  เดือน  คนอื่นๆ รู้หมด แต่นายอภิรักษ์กลับไม่รู้เรื่องคนเดียว
นายภิมุขกล่าวว่า  16  โครงการเป็นการแก้ไขการจราจร หากชะลอออกไปจะไม่เกิดผลดีกับการแก้ปัญหา   รัฐบาลอุดหนุนงบประมาณไปแล้ว แต่ถ้าล่าช้าไปพวกตนก็เสียดาย  และเกิดการทุจริตก็ต้องตรวจสอบ  ทั้งนี้พวกตนจะตรวจสอบต่อไปอีกด้วย และขอฝากคณะทำงานชุดต่างๆ  เร่งติดตาม-สรุปผลให้ได้  โครงการนี้ต้องเดินหน้า เพราะรัฐบาลเต็มใจอุดหนุนงบประมาณให้ กทม.ดำเนินการ  และต้องดูว่าจะใช้งบประมาณที่เหมาะสมเท่าใด 
น.ต.ศิธา  ทิวารี โฆษกพรรค กล่าวเสริมว่า ข้าราชการใน กทม. ผู้รับเหมาและผู้รู้ข้อมูลส่งข้อมูลเหล่านี้มาให้พรรคเยอะ   พรรคประชาธิปัตย์พูดคำว่าทุจริตเชิงนโยบายเสมอๆ   กรณีนี้จะเป็นตำราเล่มสำคัญที่บอกประชาชนว่าทุจริตเชิงนโยบายเป็นอย่างไร  ประชาชนจะได้รู้เท่าทันและจะเป็นของขวัญของชาว กทม.  ข้อมูลปัจจุบันที่พบนั้น การตั้งคณะกรรมการเพื่อหาผู้รับผิดชอบนั้นแทบจะไม่มีคนรู้เรื่องเลย คนที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการเลย
น.ต.ศิธากล่าวว่า   ส.ส.กทม.พรรคไทยรักไทยยังมองว่าผลประโยชน์ของ กทม.น่าจะสูญเสียไปแล้วเพราะการทุจริต  อย่าลืมว่า  ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในสภา กทม.ไม่น้อย กรรมการสอบสวนเรื่องนี้มี ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน มี ส.ก.พรรคไทยรักไทยเพียง 1 คน
"หากผู้ว่าฯ กทม.ปฏิเสธความรับผิดชอบในโครงการใหญ่ๆ แบบนี้ได้นั้น  ผู้ว่าฯ กทม.ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย  ปฏิเสธได้ทุกเรื่อง การคัดคนมาช่วยงานผู้ว่าฯ กทม.นั้น พรรคประชาธิปัตย์ประกาศตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง   เมื่อคัดคนมาแล้วก็จะสั่งงานให้ไปทำ ตอนนี้จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้" น.ต.ศิธากล่าว
น.ต.ศิธากล่าวว่า   การฮั้วประมูลครั้งนี้เป็นอัจฉริยภาพ  ด้านหนึ่งทุจริต  ด้านหนึ่งได้ภาพ และต้องใช้ความอัจฉริยะในการทำ  ขณะที่ป้ายจราจรอัจฉริยะที่ลงทุน 200 ล้านบาทนั้น ผู้ว่าฯ กทม.บอกว่าเอกชนลงทุนทั้งหมด   เรื่องนี้ประชาชนปรบมือให้ เพราะคิดว่าไม่ต้องใช้งบประมาณ  ทั้งๆ ที่สถานที่ติดตั้งป้ายดังกล่าว กทม.ไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดมาใช้โฆษณาเลยเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้  และอีกด้านหนึ่งของเรื่องนี้มีการขายโฆษณาให้เอกชน และทราบว่ามีรายได้คร่าวๆ  ปีละ  50 ล้านบาท เมื่อคูณ 4 ปีเข้าไป คิดแบบต่ำๆ ก็คุ้มทุน
โฆษกพรรคไทยรักไทยกล่าวว่า  ขณะนี้ประเมินไม่ได้ว่าเราเสียพื้นที่ส่วนกลางไปให้บริษัทต่างๆ แล้วเท่าใด แต่พรรคจะติดตามอัจฉริยภาพการทุจริตให้ชาว กทม. เพราะกระบวนการต่างๆ  ที่ซับซ้อนพรรคจะแปลออกมาให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้นกับคำว่า อัจฉริยะทุจริตเชิงนโยบาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า   นายชวน  หลีกภัย  ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าเรื่องนี้ผู้ว่าฯ  กทม.อาจไม่รู้  เพราะการทุจริตบางเรื่องในรัฐบาล  พ.ต.ท.ทักษิณก็อาจไม่รู้เช่นกัน  น.ต.ศิธากล่าวว่า  นายชวนพูดถูก แต่ผู้ว่าฯ กทม.ชี้แจงแบบแคลงใจ  เพราะมีรายงานจากดีเอสไอแจ้งไปยังผู้ว่าฯ  กทม.มาตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. 2548 เพื่อให้ระงับการประมูล ซึ่งถ้าหากมีการพิจารณาดำเนินคดี  ตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูล  ผู้ว่าฯ กทม.ต้องรับผิดด้วย  ส่วนที่ผู้ว่าฯ กทม.และโฆษกฯ กทม.ระบุว่า ผู้ว่าฯ กทม.ได้เรื่องร้องเรียน  2 หมื่นเรื่องนั้น จริงๆ แล้วควรมีการคัดกรอง เรื่องสำคัญๆ ต้องส่งที่มือผู้ว่าฯ กทม. แต่เรื่องนี้ทำไมผู้ว่าฯ กทม.ไม่รู้ และจะพูดว่าไม่น่าเชื่อถือก็ไม่ได้ เพราะหนังสือร้องเรียนที่ส่งไปยัง กทม.ก็ส่งมาจากรัฐสภาแทบทั้งนั้น ตรงนี้มีความผิดปกติ
"งานเลี้ยง  ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์   มีคนหนึ่งพูดบนเวทีอย่างสง่างามว่า เลือกตั้ง ส.ก.ครั้งหน้าทุกคนไม่ต้องห่วง  กระสุนดินดำมีไม่อั้น ตรงนี้รู้มาว่า ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ปรบมือดังมาก  ตรงนี้ไม่รู้ว่ากระสุนดินดำคืออะไร มันเกี่ยวกับการฮั้วประมูลอัจฉริยะหรือไม่ และมีที่มาจากจุดใด  พรรคประชาธิปัตย์ต้องตอบเรื่องนี้  ส่วน พล.ต.อ.ประทิน  สันติประภพ  บอกว่าคำพูดของผมนั้นเป็นเพียงคำพูดของลิ่วล้อ ขอเรียนว่า พล.ต.อ.ประทินใช้ภาษาการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ที่มักพูดว่าลิ่วล้อและลูกหาบ"   น.ต.ศิธากล่าว  และว่า  พล.ต.อ.ประทินควรเข้าใจการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย และควรใจกว้าง ส.ส.หรือ ส.ว.มีหน้าที่พูด  โดยเฉพาะ  ส.ว.ควรมีวุฒิภาวะที่ไม่เกี่ยวกับวัยวุฒิ  หากไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง การเอาชนะด้วยคำพูดมันไม่สะใจต้องใช้กำลังแทนนั้นควรเปลี่ยนทัศนคติใหม่
เมื่อถามว่า  พ.ต.ท.ทักษิณเคยพูดว่าการทุจริตในกระทรวงคมนาคมก็น่าจับตา    น.ต.ศิธากล่าวว่า  ทุกคนต้องแสดงความโปร่งใส  การทุจริตซีทีเอ็กซ์ก็มีข่าวเหมือนการทุจริตใน กทม.เช่นกัน   พรรคประชาธิปัตย์จะสอบสวนกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ว่าทำไมหละหลวมไม่ดูแล  กทม.ให้ดีที่ปล่อยให้เกิดการทุจริตขึ้น ช่วงนี้ใกล้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี  ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะพูดเรื่องทุจริตบ่อยๆ ปัจจุบันเปลี่ยนไป และออกมาพูดว่านายอภิรักษ์ไม่รู้ไม่เห็น
นายจตุพร   พรหมพันธุ์  รองโฆษกพรรคไทยรักไทย  กล่าวเสริมว่า  วันนี้ไม่มีใครเชื่อว่านายสามารถ   ราชพลสิทธิ์  จะดำเนินการเรื่องนี้โดยลำพัง เพราะรู้กันดีว่านายสามารถเป็นเด็กของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ  เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  และสุดท้ายเชื่อว่านายสามารถจะถูกบูชายัญเพื่อรักษาพรรคประชาธิปัตย์เอาไว้   วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องอธิบายให้ชัดเจน เพราะคนที่รู้ดีในเรื่องนี้ที่สุดคือพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับอำนาจเกือบ  1 ล้านเสียงมาบริหาร กทม. แต่ทำงานเพียง 1 ปีก็เกิดการทุจริตแล้ว หากพรรคประชาธิปัตย์ได้บริหารประเทศจะรับผิดชอบการบริหารจัดการอย่างไร
ด้านนายธีรยุทธ  บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ควรพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส   คือควรเร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้เห็นอย่างจริงจังว่าพรรคสามารถดำเนินการเรื่องทุจริตได้แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น  ซึ่งหากทำได้ก็จะเกิดการเปรียบเทียบและเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นนั้น นายธีรยุทธกล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯ  เคยพูดมาหลายครั้ง แต่ยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ ปี 2544 ประกาศสงคราม ปี  2545 ให้ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีต รมว.มหาดไทย ดำเนินการ ปี 2547  ประกาศดีเดย์ ล่าสุดบอกว่าจะเป็นเจ้าภาพเอง ตนจึงเห็นว่านายกฯ พูดไปได้เรื่อยๆ นายกฯ เป็นคนขยันทำงาน แต่ความคิดฟุ้งซ่าน จะเข้าข่ายขยันคิดแต่ไม่เห็นผล
ด้านกระทรวงแรงงานที่มีข่าวสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบการทุจริตในโครงการเงินกู้ธนาคารพัฒนาเอเชีย  (เอดีบี)  ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  นายสมศักดิ์  เทพสุทิน   รมว.แรงงาน  กล่าวว่ายังไม่ทราบรายละเอียด   เพียงเห็นข่าวทางสื่อมวลชน   แต่วันที่ 23  ม.ค.จะเรียกนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และข้าราชการที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม
นายสมศักดิ์อ้างว่า  สตง.แจ้งเรื่องไปที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  ไม่ได้แจ้งมาที่ตนโดยตรง ดังนั้นจึงต้องหาข้อมูลก่อนจะสั่งการหรือดำเนินการใดๆ
"ผมคิดว่าเรื่องนี้อาจเป็นการกลั่นแกล้งกันก็เป็นได้  ส่วนที่ปัญหาการทุจริตต่างๆ ของกระทรวงที่มีค่อนข้างมากในช่วงนี้  ผมก็ไม่รู้สึกกังวลใดๆ จะพยายามสะสางให้กระจ่าง เพราะมีระเบียบราชการรับรองอยู่แล้ว" นายสมศักดิ์กล่าว
รมว.แรงงานกล่าวถึงปัญหาการทุจริตในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน   ว่าขณะนี้การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากปลัดกระทรวงขอยืดเวลาการสอบสวนออกไป.

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส




ลงวันที่ 23/01/2006 09:35:56
จำนวนผู้ชม 1465 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์