อัคราฯ ขอความเป็นธรรม วอนรัฐเร่งหาความจริง หลัง ครม.มีมติปิดเหมืองทอง

อัคราฯ ขอความเป็นธรรม วอนรัฐเร่งหาความจริง หลัง ครม.มีมติปิดเหมืองทอง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : อัคราฯ ขอความเป็นธรรม วอนรัฐเร่งหาความจริง หลัง ครม.มีมติปิดเหมืองทอง, ข้อมูลเกี่ยวกับ อัคราฯ ขอความเป็นธรรม วอนรัฐเร่งหาความจริง หลัง ครม.มีมติปิดเหมืองทอง



อัคราฯ วอนรัฐเร่งหาข้อเท็จจริงสาเหตุความขัดแย้งด้านผลกระทบที่มีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ระบุยังไม่ได้รับคำสั่งปิดเหมืองจาก ยัน 7 เดือนปิดเหมืองปรับแผนทำเหมืองไม่ทัน เผยกระทบคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัวกว่า 4,000 คน ต้องขาดรายได้ และย้ายถิ่นฐานไปทำงานพื้นที่อื่น 

12 พ.ค. 2559 หลังจากเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) สั่งปิดเหมืองชาตรี อัครา หลังสิ้นปี 59 แต่ขยายเวลาใบอนุญาตไปจนถึง สิ้นปี 2559 ส่วนพนักงานและผู้รับเหมา รวม กว่า 1,000 กว่าคน ให้ กระทรวงแรงงานดูแล ตามข้อเสนอของ รัฐมนตรี 4 กระทรวงเสนอ ในระหว่างนี้ ให้ บริษัท ขนแร่ ได้ถึงสิ้นปี โดย รัฐมนตรี 4 กระทรวง เห็นร่วมกันว่า เพื่อบรรเทาความขัดแย้ง การต่อต้านของประชาชน ในพื้นที่ ไม่หวั่น เหมืองฟ้องร้อง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

ล่าสุด (12 พ.ค.59) สำนักข่าวไทย รายงานว่า เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ  ผู้จัดการฝ่ายประสานกิจการภายนอก บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า แม้ทางบริษัท อัคราฯ ประหลาดใจมติของคณะรัฐมนตรีที่เห็นควรให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมจนถึงสิ้นปี 2559 เท่านั้น และให้ปิดเหมืองแร่ทองคำชาตรีลง แต่ก็เข้าใจถึงเหตุผลการตัดสินใจดังกล่าวว่าเพื่อลดความขัดแย้งด้านผลกระทบที่มีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเหมืองแร่ทองคำชาตรี  แม้จะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่ามาจากการดำเนินงานของเหมืองแร่ทองคำชาตรี ดังนั้น  บริษัทจึงขอวิงวอนให้ภาครัฐเห็นใจผู้ประกอบการที่ดำเนินงานตามกฎหมายและใส่ใจต่อชุมชนบริเวณรอบเหมืองมาโดยตลอด

ทั้งนี้  ขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินการหาข้อเท็จจริงของสาเหตุความขัดแย้งด้านผลกระทบที่มีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเหมืองแร่ทองคำชาตรีตามหลักของวิทยาศาสตร์และธรณีวิทยา เพื่อให้เกิดความกระจ่างและสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นต่อทุกฝ่ายโดยเฉพาะชาวบ้านตัวจริงที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเหมืองแร่ทองคำ โดยบริษัทฯ ยินดีให้ความร่วมมือทุกด้านเต็มที่ เพื่อให้ความจริงปรากฎชัด ซึ่งจะนำไปสู่มาตรฐานที่เป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทยต่อไป
 
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังไม่ได้รับหนังสือข้อสั่งการอย่างเป็นทางการจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) จึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ได้และ ยังไม่มีนโยบาย แนวทางในการใช้มาตรการทางกฎหมาย  เนื่องจากต้องการดูข้อสั่งการอย่างละเอียด เพราะถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
 
เชิดศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทฯ มีแปลงเหมืองทองคำรวมทั้งสิ้น 14 แปลงบนเนื้อที่ 3,700 ไร่ มีโลหะทองคำรวม 80 ตัน  หลังทำเหมือง 15 ปี ได้รับทองคำ 50 ตัน จึงยังคงเหลือทองคำอีก 30 ตัน ระยะเวลาที่เหลืออีก 7 เดือนหยุดทำเหมือง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ทองคำครบตามจำนวน เพราะปกติแล้วการทำเหมืองจะนำทองคำขึ้นมาได้ปีละ 5 ตัน หรือ 130,000 ออนซ์ต่อปีเท่านั้น  ด้านมาตรการฟื้นฟูพื้นที่ บริษัทดำเนินการฟื้นฟูควบคู่กับการประกอบกิจการอยู่แล้วตามแผนการดำเนินงานภายใต้มาตรการ EHIA อย่างเคร่งครัดแต่หากเหมืองแร่ทองคำชาตรีต้องปิดดำเนินการลงระยะเวลาอีก 7 เดือนข้างหน้า ทางบริษัทจะต้องดำเนินการปรับแผนการทำงานใหม่  ทั้งนี้  มั่นใจการทำเหมืองของบริษัทไม่เป็นสาเหตุของการปนเปื้อนและสาเหตุด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด
 
เชิดศักดิ์ กล่าวต่อว่า  หลังจากนี้บริษัทจะเร่งเดินหน้าโครงการ “ให้ความรู้ สู่การลดความขัดแย้ง”เนื่องจากเชื่อว่าความขัดแย้งเกิดจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ข้อมูลที่ถูกต้องทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตลอดจนไม่เข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำตามมาตรฐานระดับสากล จึงทำให้เกิดความกังวลในคนบางกลุ่ม หากคนเหล่านั้นได้รับข้อมูลที่เพียงพอ เช่น ข้อมูลของสารโลหะหนัก เกณฑ์มาตรฐาน ผลที่เกิดต่อสุขภาพ ตามหลักวิทยาศาสตร์และสาธารณสุข ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อประชาชนในชุมชน และบริษัทฯ สามารถดำเนินงานอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
 
“บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมร่วมมือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทุกด้านเร่งให้ความรู้ประชาชนเพราะเชื่อว่าการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง คือ หนทางสู่การลดความขัดแย้ง และแน่นอนว่าความตั้งใจดี ความจริงใจในการแก้ปัญหา และข้อเท็จจริงที่ทางบริษัทฯ มีจะสามารถลดความขัดแย้ง ทำให้เกิดความกระจ่าง จนส่งผลให้ภาครัฐพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้” เชิดศักดิ์ กล่าว
 
สิโรจ ประเสริฐผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท อัคราฯ กล่าวว่า บริษัทไม่สามารถปรับแผนให้ดำเนินการทำเหมืองทันกำหนด 7 เดือนที่จะต้องปิดเหมืองชาตรี ขณะนี้บริษัทโดนลงโทษก่อนชี้ชัดความผิดลงทุนไป 14,000 ล้านบาท โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน  (บีโอไอ) และช่วยสร้างงานชุมชนและดูแลอย่างเต็มที่ ปัจจุบันบริษัทยังคงดำเนินการทุกด้านตามปกติ ทั้งนี้ บริษัทมีความกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการปิดเหมืองแร่ทองคำชาตรี หลังมติออกมาให้ปิดเหมืองภายในปี 2559 เนื่องจากจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัวกว่า 4,000 คน ต้องขาดรายได้ และย้ายถิ่นฐานไปทำงานพื้นที่อื่น  จากการปิดเหมืองแร่ทองคำชาตรีจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการดำเนินงานของเหมืองทำให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจในชุมชน เกิดการจ้างงานต่อเนื่องเป็นลูกโซ่หลายพันคน การกระจายรายได้สู่ภาคธุรกิจต่าง ๆ ในท้องที่ อาทิ ธุรกิจที่พักอาศัย รีสอร์ท ร้านอาหาร ต่างก็ได้รับอานิสงส์อย่างถ้วนหน้า ทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในท้องที่กว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี
อ้างอิง : http://prachatai.com/journal/2016/05/65759



ลงวันที่ 13/05/2016 07:08:03
จำนวนผู้ชม 1621 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์