"วิษณุ"โยนครม.ชี้ขาดขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ

"วิษณุ"โยนครม.ชี้ขาดขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



“วิษณุ" ชงครม.พิจารณาปรับเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจ 5% คลัง เสนอแบ่ง 3 กลุ่ม ตั้งเงื่อนไขบางรัฐวิสาหกิจขึ้นเงินเดือนได้ แต่ต้องหารายได้ให้พอกับรายจ่าย ที่สำคัญต้องคำนึงถึงฐานะการเงิน คาดใช้เงินเพิ่ม 185 ล้านบาทต่อเดือน

ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะที่ 7 อนุมัติหลักการปรับอัตราค่าจ้างพนักงานรัฐวิสาหกิจขึ้นอีก 5% พร้อมรับข้อเสนอของกระทรวงการคลัง 2-3 ข้อ ไปประกอบการพิจารณาในที่ประชุม ครม. อย่างไรก็ตาม การปรับเงินเดือนครั้งนี้ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจทุกแห่งจะได้ปรับขึ้น 5% เท่ากัน แต่ต้องคำนึงถึงสถานะทางการเงินของแต่ละรัฐวิสาหกิจด้วย

แหล่งข่าวจากที่ประชุมระบุว่า ข้อเสนอของกระทรวงการคลัง แบ่งการปรับเงินเดือนรัฐวิสาหกิจเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 1.รัฐวิสาหกิจ ตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 จำนวน 15 แห่ง ให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจแห่งนั้นๆ พิจารณาปรับค่าจ้างขึ้น 5% ได้โดยไม่ต้องเสนอ ครม. เพราะ ครม.เคยมีมติเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 ให้อำนาจไว้แล้ว กลุ่ม 2.รัฐวิสาหกิจที่มีบัญชีโครงสร้างอัตราค่าจ้างเงินเดือนเป็นของตัวเอง จำนวน 9 แห่ง ให้ปรับค่าจ้างไม่เกิน 5%

โดยต้องคำนึงสถานะการเงิน ผลดำเนินงาน และการหารายได้ต้องครอบคลุมรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยรัฐวิสาหกิจทุกแห่งต้องรักษาสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคคลกับรายได้ให้อยู่ในอัตราเดิม และกลุ่ม 3.รัฐวิสาหกิจที่ใช้บัญชีโครงสร้างเงินเดือน 58 ขั้น จำนวน 40 แห่ง ให้ปรับค่าจ้างไม่เกิน 5% แต่ต้องคำนึงถึงสถานะการเงินเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารจากสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เห็นว่า การปรับขึ้นค่าจ้างพนักงานรัฐวิสาหกิจ 5% โดยอ้างว่ารัฐบาลขึ้นเงินเดือนข้าราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2548 นั้น ไม่น่าจะอ้างได้ เพราะโครงสร้างบัญชีเงินเดือนข้าราชการต่ำสุดในระบบแล้ว และต่ำกว่าค่าจ้างรัฐวิสาหกิจมาก แม้จะมีการปรับเงินเดือนข้าราชการอีกหลายครั้งก็ยังไม่เท่าเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ

สำหรับรัฐวิสาหกิจกลุ่มที่ 2 มีพนักงาน 5.2 หมื่นคน และรัฐวิสาหกิจกลุ่มที่ 3 มีพนักงานทั้งสิ้น 9.7 หมื่นคน ทั้งนี้ หากปรับเงินเดือนขึ้น 5% ของค่าจ้างเดิมต้องใช้เงินเพิ่ม 185 ล้านบาทต่อเดือน หรือเพิ่มไม่น้อยกว่า 2,229 ล้านบาทต่อเดือน และมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2548

 

 

แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ




ลงวันที่ 23/02/2006 16:26:37
จำนวนผู้ชม 1891 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์