ครม.เอาใจรัฐวิสาหกิจ ขึ้นเงินเดือน 5 %

ครม.เอาใจรัฐวิสาหกิจ ขึ้นเงินเดือน 5 % | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ครม.มีมติ ขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ 5 % พร้อมปรับอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำลูกจ้างรัฐวิสาหกิจจาก 181 บาทเป็น184 บาท

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรน โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการปรับอัตราค่าจ้างของรัฐวิสาหกิจ ตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองคณะที่ 7 ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาเสนอ ในส่วนของรัฐวิสาหกิจยังไม่มีการปรับค่าตอบแทน ช่วงแรกทางกระทรวงแรงงานเสนอว่า ได้มีการนำเสนอว่าจะขอปรับอัตราค่าจ้างของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจทุกแห่งร้อยละ 5 เท่ากัน แต่มีข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่า ขณะนี้โครงสร้างค่าตอบแทนของภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจมีความแตกต่างกัน โดยค่าตอบแทนของรัฐวิสาหกิจบางแห่งจะสูงกว่าค่าตอบแทนของภาคราชการ ซึ่งในภาพรวมอัตราค่าตอบแทนของรัฐวิสาหกิจ จะใกล้เคียงกับภาคเอกชน เว้นแต่ว่ามีรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ที่ใช้โครงสร้าง ค่าตอบแทนแบบเดียวกับข้าราชการ ฉะนั้นการที่จะให้มีการปรับอัตราค่าจ้าง ของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจทุกแห่งในอัตราร้อยละ 5 เท่ากันทุกอัตรา จะทำให้แตกต่างในเรื่องของโครงสร้างเงินเดือน ทั้งของรัฐวิสาหกิจและข้าราชการมากยิ่งขึ้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฉะนั้นในส่วนนี้คณะกรรมการกลั่นกรองเสนอว่า สมควรที่จะพิจารณาปรับปรุงอัตราค่าจ้างของพนักงานรัฐวิสาหกิจตามโครงสร้างของอัตราเงินเดือนที่แตกต่างกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และให้ใช้เงินงบประมาณของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ เอง โดยกลุ่มที่ 1 รัฐวิสาหกิจที่ครม. มีมติให้สามารถกำหนดอัตราเงินเดือนค่าจ้างได้เอง จำนวน 15 แห่ง คือรัฐวิสาหกิจชั้นดีที่มีผลประกอบการที่ดี มีการทำงานมีประสิทธิภาพ โดยให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณาปรับอัตราค่าจ้าง

กลุ่มที่ 2 รัฐวิสาหกิจที่ใช้บัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือนเป็นของตัวเอง จำนวน 9 แห่ง ซึ่งบางแห่งได้ขอปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือน โดยพิจารณารวมค่างานไว้ด้วยแล้ว ทำให้อัตราค่าตอบแทนใกล้เคียงกับภาคเอกชน ส่วนนี้คณะกรรมการกลั่นกรองเสนอว่าให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจปรับได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของอัตราค่าจ้างที่ได้รับ ให้คำนึงถึงการปรับอัตราค่าจ้างครั้งที่ผ่านมา สถานะทางการเงิน ผลการประกอบกิจการ การประหยัดค่าใช้จ่าย ๆ ต่างในองค์กร เพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น และไม่ทำให้มีผลกระทบทำให้รายได้ลดลง ทั้งนี้ควรให้คงสัดส่วนของรายจ่าย ด้านบุคคลากรต่อรายได้ให้คงอยู่ในอัตราเดิม โดยไม่ผลักดันให้เป็นภาระของประชาชน และไม่กระทบการจัดเก็บรายได้ของกระทรวงการคลัง

สำหรับกลุ่มี่ 3 รัฐวิสาหกิจที่ใช้โครงสร้างอัตราเงินเดือนค่าจ้าง 58 ขั้น จำนวน 40 แห่งซึ่งมีโครงสร้างใกล้เคียงกับภาคราชการ เห็นควรให้ปรับร้อยละ 5 ของอัตราค่าจ้างที่ได้รับ เช่นเดี่ยวับราชการ ซึ่งการปรับค่าจ้างดังกล่าว อาจจะส่งประทบต่อรัฐวิสาหกิจที่มีปีญหาด้านสภาพคล่องทางการเงิน โดยการปรับอัตราค่าจ้าง ๆ ต่าง ๆ ยกเว้นตำแหน่งผู้ว่าการ หรือผู้อำนวยการ ซึ่งใช้สัญญาจ้าง โดยให้มีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2548

นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวว่า ที่ประชุมครม ยังเห็นชอบปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกับลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ จากเดิมได้รับค่าจ้างวันละ 181 บาท เป็นวันละ 184 บาท ทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของเอกชน และทำให้เกิดการเสมอภาคของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจด้วย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549

 

แหล่งข่าว : เครือมติชน /14 มี.ค. 49




ลงวันที่ 02/04/2006 14:20:47
จำนวนผู้ชม 1675 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์