ลูกจ้าง ก.แรงงานโวยรัฐถังแตกไม่จ่ายเงินเดือน

ลูกจ้าง ก.แรงงานโวยรัฐถังแตกไม่จ่ายเงินเดือน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



รัฐบาลถังแตกทำสงกรานต์เศร้า ลูกจ้างชั่วคราวกระทรวงแรงงานร่วม 200 คน ไม่ได้รับเงินยังชีพ หันพึ่งเงินกู้นอกระบบจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 15 หาเงินค่านมลูก-ค่าเช่าบ้าน จวกเละเงินหมดเพราะรัฐหว่านทุ่มประชานิยม

ภายหลังมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลประสบภาวะถังแตกในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดได้เกิดผลกระทบต่อการจ่ายค่าตอบแทนให้ลูกจ้างชั่วคราวภายในหน่วยราชการระดับกรม 2 กรม ของกระทรวงแรงงาน โดยแหล่งข่าวภายในกระทรวงแรงงานระบุว่า ขณะนี้มีลูกจ้างชั่วคราวอย่างน้อย 150 คน ไม่ได้รับเงินเดือนของเดือนมีนาคม 2549 ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีตามระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (จีเอฟเอ็มไอเอส) ซึ่งเป็นระบบจ่ายเงินเดือนตรงให้ลูกจ้างระบบใหม่ จากเดิมที่หน่วยงานราชการต้องวางฎีกาไว้ที่กรมบัญชีกลาง ทำให้มีความล่าช้าในการเบิกจ่าย ขณะที่ระบบใหม่ลูกจ้างทุกคนจะได้รับเงินเดือนตรงรวดเร็วประจำทุกเดือน แต่มีข้อแม้ว่ารัฐบาลต้องมีเงินคงคลังจึงจะสามารถจ่ายโอนเงินให้ได้

แหล่งข่าวระบุว่า นอกจากนี้การที่รัฐบาลมีนโยบายไม่ให้มีการจ้างลูกจ้างชั่วคราว แต่จะใช้วิธีการจ้างพนักงานราชการแทน เพราะจะประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ให้ได้ปริมาณงานและคุณภาพเท่าเดิม ซึ่งเป็นปัญหากับหน่วยงานราชการอย่างมาก เพราะการจ้างพนักงานราชการมีข้อจำกัดด้านอัตรากำลัง ขณะที่ภารกิจของแต่ละหน่วยงานมีมาก ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ทำให้หลายหน่วยงานใช้วิธีเลี่ยงด้วยการจ้างในลักษณะจ้างทำสิ่งของ และจะมีการตรวจรับเพื่อประเมินทุกสิ้นเดือน เมื่องานเสร็จจึงจะโอนเงินให้

อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ส่งผลให้ลูกจ้างหลายร้อยคนต้องเร่งรีบทำงาน ในช่วงการประเมินผลสิ้นเดือน ไม่เช่นนั้นหากงานไม่เสร็จ การประเมินไม่ผ่านเงินเดือนก็จะไม่ได้รับ

แหล่งข่าวแจ้งด้วยว่า จากระบบการจ้างงานดังกล่าวทำให้การโอนเงินเข้าบัญชีลูกจ้าง ตามระบบจีเอฟเอ็มไอเอส เป็นไปอย่างล้าช้า ไม่เป็นไปตามแผน และมีหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานใช้วิธีการจ้างแบบผ่านบริษัท เพื่อให้การโอนเงินมีความรวดเร็ว แต่ก็ประสบปัญหาว่า บริษัทเหล่านี้จะเรียกเก็บค่าหัวจากลูกจ้าง เช่น ฐานเงินเดือน 7,600 บาท จะถูกหักค่าหัวคิวและประกันสังคม ทำให้เหลือเงินเดือนจริงเดือนละ 4,150 บาทเท่านั้น

น.ส.นิด (นามสมมติ) ลูกจ้างชั่วคราวหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินเดือนของเดือนมีนาคม ทั้งที่ได้ทำงานล่วงเลยมาถึงวันที่ 11 เมษายนแล้ว ทำให้ต้องกู้เงินนอกระบบ เสียดอกเบี้ยร้อยละ 10-15 บาท เพื่อให้มีเงินมาใช้จ่ายเป็นค่านมลูก ค่าเช่าบ้าน ซึ่งไม่ต้องพูดถึงลูกจ้างที่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะคิดว่ายังไม่ได้รับเงินทันแน่นอน

"เชื่อว่าการที่รัฐบาลถังแตก เพราะปัญหาเกิดจากงบประมาณส่วนใหญ่ใช้ไปกับนโยบายประชานิยมมากเกินไป เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายนกว่า 2.2 พันล้านบาท และเลือกตั้งใหม่วันที่ 23 เมษายน รวมถึงงบประมาณในการเลือกตั้ง ส.ว. วันที่ 19 เมษายนอีก" ลูกจ้างชั่วคราว กล่าว

น.ส.นิด กล่าวอีกว่า เมื่อมีการร้องเรียนไปยังหัวหน้าหน่วยงาน ก็ได้รับคำตอบว่าจะพยายามหาเงินมาสำรองจ่ายให้ลูกจ้างจำนวน 100 คน ซึ่งคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 7 ล้านบาท เชื่อว่าคงเป็นไปได้ยาก เพราะมีเวลาไม่ถึง 2 วันก่อนจะถึงวันสงกรานต์ นอกจากนี้จากการสอบถามที่เป็นลูกจ้างในกระทรวงอื่นก็พบว่ามีปัญหาเช่นกัน แต่ไม่กล้าร้องเรียนหรือนำปัญหานี้ไปบอกกับหัวหน้าต้นสังกัด ทั้งนี้ คาดว่าเดือนหน้าก็จะเจอปัญหาดังกล่าวอีก เนื่องจากรัฐบาลยังไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายดนุพร ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานของสำนักงานกำกับระบบการบริหารการเงินการคลัง ภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (จีเอฟเอ็มไอเอส) เกี่ยวกับผลการเบิกจ่ายงบประมาณ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2549 โดยเบิกจ่ายงบประมาณรวม 632,577 ล้านบาท หรือ 47% ของวงเงินงบประมาณประจำปี 2549 แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 497,508 ล้านบาท หรือ 51% ของวงเงินงบรายจ่ายประจำ และเป็นงบรายจ่ายลงทุน 135,070 ล้านบาท หรือ 36%

โดยภาพรวมผลการเบิกจ่ายงบประมาณครึ่งปีงบประมาณ 2549 เปรียบเทียบกับแผนการเบิกจ่าย ปรากฏว่าการเบิกจ่ายของส่วนราชการเมื่อคิดเปรียบเทียบกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่เสนอต่ำกว่าแผนเล็กน้อย โดยตามแผนการเบิกจ่ายมียอดรวม 660,542 ล้านบาท ผลเบิกจ่ายจริง 632,577 ล้านบาท คิดเป็น 96% ของแผนการใช้จ่าย แต่สูงกว่าผลการเบิกจ่ายของปีที่แล้ว

สำหรับส่วนราชการ 246 หน่วยงาน มีผลการเบิกจ่ายต่ำกว่าแผนการใช้จ่ายเงิน แต่ยังสูงกว่าผลการเบิกจ่ายของปีที่แล้ว โดยเบิกจ่ายไปแล้ว 43% ของงบประมาณทั้งปี ส่วนกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีผลการเบิกจ่ายต่ำกว่าแผนการใช้จ่ายเงินแต่สูงกว่าผลการเบิกจ่ายของปีที่แล้วมาก โดยเบิกจ่ายไปแล้ว 61% ของงบประมาณทั้งปี

กลุ่มรัฐวิสาหกิจ 22 หน่วยงาน ผลการเบิกจ่ายต่ำกว่าแผนการใช้จ่ายเงินเล็กน้อย แต่ยังสูงกว่าผลการเบิกจ่ายของปีที่แล้ว โดยเบิกจ่ายไปแล้ว 49% ของงบประมาณทั้งปี และกลุ่มกองทุนและหน่วยงานอิสระ 9 หน่วยงาน ยังไม่ส่งแผนการใช้จ่ายเงิน แต่เบิกจ่ายสูงกว่าปีที่แล้ว โดยเบิกจ่ายไปแล้ว 66% ของงบประมาณทั้งปี

 

แหล่งข่าว : คมชัดลึก




ลงวันที่ 14/04/2006 00:18:44
จำนวนผู้ชม 1561 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์