หนังสือพิมพ์สากล 26/04/06 ลงทุนสินทรัพย์ถาวรกว่าครึ่งแดนมังกรสูงเกิน 35 % สื่อฮ่องกงคาด หลังวันแรงงานรัฐบาลออกกฎเข้มควบคุมเศรษฐกิจมหภาครอบใหม่ ด้านธนาคารกลางเล็งคุมการขยายตัวการปล่อยสินเชื่อ และอาจปรับเพิ่มอัตราทุนสำรองธนาคารพาณิชย์
คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (เอ็นดีอาร์ซี) แถลงตัวเลขสถิติเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ดัชนีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (เอฟเอไอ) บนแดนมังกรช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วสูงขึ้น 29.8 เปอร์เซ็นต์ โดยใน 16 มณฑล มีอัตราขยายตัวของเอฟเอไอสูงเกินกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิต 30 ประเภท เพิ่มขึ้นเกินกว่า 40 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความร้อนแรงของภาวะการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีน
ทั้งนี้ เอ็นดีอาร์ซีชี้แจงว่า ปีนี้เป็นปีแรกของการดำเนินนโยบายตามแผนพัฒนาประเทศ 5 ปีฉบับที่ 11 โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และการปรับโครงสร้างบางส่วนมีการลงทุนรอบใหม่ ในหลายมณฑลยังต้องพึ่งพาการลงทุนเพื่อฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะบางพื้นที่ประสบปัญหาราคาวัสดุเพิ่มสูงขึ้น
หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจของฮ่องกง ‘ฮ่องกงอิโคโนมิกไทมส์’ วิเคราะห์ว่า นโยบายควบคุมระบบเศรษฐกิจมหภาคของรัฐบาลแผ่นดินใหญ่ (หรือ หงกวนเถียวค่ง) กำลังอยู่ในบรรยากาศตึงเครียดที่รอการปะทุ ตลาดกำลังจับตารัฐบาลปักกิ่งว่า หลังวันที่ 1 พฤษภาคมซึ่งเป็นวันแรงงานนี้ จะมีการประกาศมาตรการเข้มงวดควบคุมความร้อนแรงรอบใหม่หรือไม่
โดยสื่อฮ่องกงคาดการณ์ว่า ครั้งนี้รัฐบาลจะยังคงใช้นโยบายบริหารควบคุมการขยายตัวของการปล่อยสินเชื่อเป็นหลักเช่นเดิม ส่วนด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางอาจจะปรับเพิ่มอัตราเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ สื่อยังชี้ว่า ธุรกิจที่รัฐบาลจีนจะต้องแก้ไขปัญหาครั้งใหม่นี้ ได้แก่ ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีล้าสมัย ผลาญทรัพยากรและทำลายสิ่งแวดล้อม
ก่อนหน้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนประกาศว่า อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เท่ากับ 10.2 เปอร์เซ็นต์ นักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดว่า มีความเป็นไปได้มากที่ธนาคารกลางจะปรับเพิ่มอัตราเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ เพื่อป้องกันการปล่อยสินเชื่อพร่ำเพรื่อ นอกจากนี้ จากคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งชาติจีน (เอสเอเอฟอี) ยังระบุว่า ในปีนี้จะยังคงควบคุมอัตราการขยายตัวของหนี้สกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นเป็นหลักด้วย
ซุนหลู่จวิน รองหัวหน้าฝ่ายบัญชีทุนแห่งสำนักงานงานปริวรรตเงินตรา กล่าวว่า “การพิจารณาจำนวนโควตาหนี้สกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของธนาคารจีนและต่างชาติในปีนี้ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยมีจำนวนเทียบเท่ากับปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังออกมาตรการที่เข้มงวดควบคุมการปล่อยกู้สกุลต่างประเทศระยะสั้นด้วย”
ซุนเสริมว่า สำนักงานปริวรรตเงินตราจีน ยังคำนึงถึงปัญหาการลงทุนในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย โดยในขณะนี้กำลังศึกษาภาพรวมของการปฏิรูปเศรษฐกิจมหภาค และจะผลักดันกระบวนการแลกเปลี่ยนเงินหยวนอย่างเสรีตามสภาพรายรับรายจ่ายระหว่างประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป .
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ