ยุทธศาสตร์แรงงานไทย ใต้เงา 'ระบอบทักษิณ'

ยุทธศาสตร์แรงงานไทย ใต้เงา 'ระบอบทักษิณ' | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีถือเป็นวันกรรมกรสากล (MAY DAY) ซึ่งเป็นวันสำคัญของชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลก ที่บันทึกการลุกขึ้นต่อสู้กับความอยุติธรรมที่ชนชั้นนายทุนกดขี่ขูดรีดหยาดเหงื่อแรงงาน

ของกรรมกรในเมืองชิคาโก  ประเทศสหรัฐอเมริกา  ส่งผลสะเทือนให้มีการรวมตัวนัดหยุดงานประท้วงทั่วยุโรป เพื่อให้เกิดระบบการทำงาน "สามแปด"  คือ ทำงานวันละไม่เกิน 8 ชั่วโมง ให้มีเวลาพักผ่อน 8 ชั่วโมง และเพื่อการศึกษา  8  ชั่วโมง  ในที่สุดรัฐบาลในขณะนั้นยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกรรมกรในวันที่  1 พฤษภาคม จึงมีการประกาศให้วันที่ 1 พฤษภาคม 1890 เป็นวันกรรมกรสากลครั้งแรก
สำหรับประเทศไทยได้กำหนดให้วันที่ 1  พฤษภาคม  เป็นวันกรรมกรสากลเช่นกัน แต่เรียกชื่อว่า "วันแรงงานแห่งชาติ"  ทุกปีผู้ใช้แรงงานจะร่วมกันจัดกิจกรรมทบทวนการต่อสู้ของขบวนการแรงงาน และร่วมกันเรียกร้องความยุติธรรมจากรัฐบาล ในการดูแลคุ้มครองชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานทั้งหลาย  ข้อเรียกร้องสำคัญของทุกปีหนีไม่พ้นเรื่อง "ค่าจ้างขั้นต่ำ"  ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี  เคยประกาศนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนว่า  ประชาชนจะต้องมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 7-8 พันบาท ซึ่งเมื่อปีที่แล้วผู้ใช้แรงงานเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำวันล่ะ 233 บาท
แต่รัฐบาลได้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจาก 180 บาทเป็น 184 บาท (กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนจังหวัดอื่นๆ ลดหลั่นลงไปตามสภาพเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่)  หรือเพิ่มขึ้นแค่ 4 บาทเท่านั้น โดยอ้างว่าถ้าให้ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ  233  บาทดังกล่าว โรงงานต้องปิดหมดหนีไปลงทุนที่ประเทศจีน สุดท้ายคนงานก็ตกงานจึงต้องหาความพอดี  ทั้งนี้ "ค่าจ้าง" ถือเป็นปัจจัยสำคัญของผู้ใช้แรงงาน แต่เนื่องจากสภาพสังคมที่แปรเปลี่ยนไป ผู้ใช้แรงงานโดยสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทยได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลอีก 9 ข้อ ซึ่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นก็ยินดีรับข้อเรียกร้องทุกข้อ
ข้อเรียกร้องทั้ง  9 ข้อ อาทิ ยกเลิกการจ้างแบบเหมาค่าแรงในราคาถูก แก้ไขสัดส่วนกรรมการในไตรภาคีทุกชุด ให้มีกรรมการจากนายจ้าง  ลูกจ้าง  และรัฐเท่ากันทุกฝ่าย  ให้ลูกจ้างซึ่งประสบภัยอันตรายขณะทำงานได้หยุดงานและได้ค่าจ้างเต็มอัตรา  ให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่  87 และ 98 ว่าด้วยสิทธิการรวมตัวและเจรจา ฯ นอกจากนี้คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยและสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้เรียกร้องให้แก้ปัญหา 11 ข้อ อาทิ ให้หยุดขายหรือแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  ให้รัฐควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค  เร่งจัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพความปลอดภัย เป็นต้น แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวยังไม่มีผลในทางปฏิบัติแต่อย่างใด
วันแรงงานปีนี้ผู้ใช้แรงงานแตกเป็น  2 กลุ่มเช่นเดิม แต่ก็ยังเรียกร้องประเด็นเดิมๆ เช่นเคย ที่น่าสนใจคือ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กับ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์  ได้ชูสโลแกนประจำปีนี้ว่า "สามัคคีกรรมกร  รื้อถอนระบอบทักษิณ  ปฏิรูปการเมือง  ต้านทุนนิยมครอบโลก"  สโลแกนดังกล่าวคงเป็นผลพวงมาจากรัฐบาลภายใต้การนำของพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มทุนจำนวนมากเข้ามายึดกุมอำนาจรัฐ และร่วมมือกับกลุ่มทุนต่างชาติกำหนดนโยบายสาธารณเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนของตนเอง กลุ่มผู้ใช้แรงงานจึงต้องยกระดับการต่อสู้ที่แหลมคมยิ่งขึ้น
ส่วนข้อเรียกร้องที่ร่วมรณรงค์เคลื่อนไหวผลักดันต่อไป  คือ  เสนอให้ปฏิรูปการเมืองครั้งใหม่ ซึ่งต้องปฏิรูปทางการเมืองและโครงสร้างทางเศรษฐกิจ  เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมและเพื่อประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่  อาทิ  ให้ยกเลิกการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.และส.ว.ว่าจะต้องจบปริญญาตรี  ให้คนงานสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนของตนได้ในเขตพื้นที่ที่ทำงาน  ปรับโครงสร้างภาษีให้มีความเป็นธรรม  โดยเก็บภาษีทางตรงมากขึ้น  เช่น  ภาษีหุ้น ภาษีรายได้ ภาษีที่ดิน ภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก  ยกเลิกการกำหนดให้การค้าเสรีเป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในรัฐธรรมนูญ  ยกเลิกแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่เป็นสาธารณูปโภค เป็นต้น
กล่าวโดยสรุป การต่อสู้ของผู้ใช้แรงงานภายใต้ "ระบอบทักษิณ" จะเรียกร้องเฉพาะเรื่องผลประโยชน์เฉพาะตัวคงไม่พอ จะต้องต่อสู้เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทุกระดับด้วย  เพราะ "ระบอบทักษิณ" คือตัวแทน "ทุนนิยมโลกาภิวัฒน์"  ที่มีหลักคิดแบบชนชั้นนายทุนสุดโต่ง  คือการแสวงหากำไรสูงสุด  สะสั่มความมั่งคั่งจากการกดขี่ขูดรีดผู้ใช้แรงงาน  และการเอาเปรียบผู้บริโภค  ในทางการเมืองก็จะปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ผูกขาดอำนาจการตัดสินใจแต่เพียงกลุ่มเดียว  และยังมอมเมาประชาชนให้หลงใหลกับวัฒนธรรมบริโภคนิยมติด "กับดักทุนนิยม" อยู่ตลอดไป  ทั้งนี้จะไม่ส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี-การศึกษาที่ดี เพราะจะทำให้รู้เท่าทันตนเอง  ดังนั้นสโลแกน "สามัคคีกรรมกร  รื้อถอนระบอบทักษิณ  ปฏิรูปการเมือง  ต้านทุนนิยมครอบโลก" จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับยุคสมัยที่สุด.

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส




ลงวันที่ 04/05/2006 11:37:35
จำนวนผู้ชม 1511 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์