โบนัสกลางปี ความหวังมนุษย์เงินเดือน ยานยนต์-โทรคมนาคมอาจมีเฮ !

โบนัสกลางปี ความหวังมนุษย์เงินเดือน ยานยนต์-โทรคมนาคมอาจมีเฮ ! | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



    ดั่งที่ทราบเมื่อต้นปี หลายๆ บริษัทคงจ่ายโบนัสเป็นที่เรียบร้อย และในอีกประมาณกลางปีที่จะถึง คือในราวเดือนกรกฎาคม อีกหลายๆ บริษัทคงจะจ่ายโบนัสให้กับพนักงานเช่นกัน

ทั้งนั้นคงขึ้นอยู่กับกลุ่มธุรกิจของแต่ละบริษัทด้วยว่าทำธุรกิจอะไร มีผลประกอบการเป็นอย่างไร บ้าง กำไรอย่างต่อเนื่องหรือเปล่า หรือประสบกับภาวะขาดทุน

เพราะดั่งที่ทราบ ตอนนี้ตัวเลขรายจ่ายของแต่ละบริษัททวีสูงขึ้น เนื่องจากภาวะวิกฤตน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจที่ขึ้นตรงกับสภาพทางการเมือง จึงทำให้หลายๆ บริษัทต่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

หรือบางบริษัทจำเป็นต้องปลดพนักงาน

เพราะแบกตัวเลขค่าใช้จ่ายไม่ไหว ?

เหตุนี้เอง จึงทำให้พนักงานของแต่ละบริษัทจึงค่อนข้างเป็นกังวลต่อชะตาชีวิตตัวเอง เพราะพนักงานบางคนได้ลงทุนซื้อบ้าน รถยนต์ หรือบ้างก็เพิ่งจะสร้างครอบครัว

ไม่ได้โบนัสอาจไม่เป็นไร ยังดีเสียกว่าตกงาน

ขณะที่อีกหลายๆ บริษัท พนักงานกำลังเตรียมวางแผนล่วงหน้าที่จะใช้เงินโบนัสกลางปี แต่กระนั้น ก็ยังไม่แน่ชัดนักว่าโบนัสกลางปีที่จะได้ จะได้ในสัดส่วนเดิมหรือไม่

หรืออาจจะไม่ได้เลย ?

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เมื่อดูผลการสำรวจของบริษัท วัตสัน ไวแอท (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งสำรวจเมื่อเดือนเมษายน 2548 ที่ผ่านมา โดยมีบริษัทเข้าร่วมสำรวจทั้งหมด 219 บริษัท กลับพบข้อมูลที่น่าสนใจ

เพราะดั่งที่ทุกคนทราบ สภาพภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยนับตั้งแต่เกิดภาวะวิกฤตน้ำมันอึมครึมตลอดมา ล้วนต่างทำให้พนักงานมักไม่ค่อยเชื่อมั่นในบริษัทของตนเองเท่าไรนัก

ดังนั้น ในผลของการสำรวจที่มี "ทายาท ศรีปลั่ง" บอสใหญ่แห่งวัตสัน ไวแอท เป็นผู้สำรวจ และเขียนทำนายไว้ในนิตยสารฅน จึงเป็นผลการสำรวจที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับปี 2549 ได้อย่างน่าสนใจ

มิหนำซ้ำยังมีหลายประเด็นที่น่าสนใจด้วย

เหมือนดั่งประเด็นที่ 1 ภาพรวมของเศรษฐกิจ จากการวิจัย และหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าเศรษฐกิจประเทศไทยในปี 2548 จะมีอัตราการเติบโตต่ำกว่า 5% ซึ่งมีผลจากภาวะวิกฤตน้ำมัน และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเด็นที่ 2 อัตราการขึ้นเงินเดือนในปี 2548 พบว่าบริษัทส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมสำรวจจะมีค่าเฉลี่ยการขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 5.9%

ซึ่งพอหลังจากสำรวจพบว่าในปี 2548 การขึ้นเงินเดือนจริงอัตราเฉลี่ยจะอยู่ที่ 6% ซึ่งดีกว่าผลสำรวจอยู่ประมาณ 0.1% ซึ่งผลจะใกล้เคียงกันมาก และแทบจะไม่แตกต่าง แต่ถ้าหัก inflation ประมาณ 3% ฉะนั้น เงินเดือนที่ขึ้นจริงๆ ก็แค่ 3% เท่านั้น

ขณะเดียวกัน การจ่ายค่าตอบแทนในลักษณะโบนัส โดยเรื่องนี้จะพูดถึงเฉพาะ fixed bonus โดยผลการสำรวจของทางบริษัท พบว่าค่าเฉลี่ยของ fixed bonus จะอยู่ที่ประมาณ 1.8 เดือนต่อปี

ขณะเดียวกัน ผลของการสำรวจยังชี้ให้เห็นกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีการจ่ายโบนัสสูงสุดคือ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉลี่ยอุตสาหกรรมกลุ่มนี้จะจ่ายถึง 2.9 เดือนต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ให้ fixed bonus สูงสุด

นอกจากนั้น ยังมีในกลุ่มงานของฝ่ายขาย และการตลาด ที่มีการจ่ายโบนัสสูงสุดเช่นกัน

ประเด็นที่ 3 ในเรื่องของการเปลี่ยนงาน ซึ่งผลจากการสำรวจ พบว่าโดยเฉลี่ยอัตราการเปลี่ยนงานและการลาออกจะอยู่ที่ประมาณ 12.3%

ส่วนอัตราการเปลี่ยนงานและลาออกเฉพาะผู้บริหารจะลดลงจากที่เคยอยู่ในอัตรา 9.6% แต่สำหรับปี 2548 จะลดลงอยู่ที่ 5.3%

และคาดว่าในปี 2549 อาจจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาวะวิกฤตน้ำมันที่ส่งผลกระทบไปทั่ว จึงทำให้หลายบริษัทจึงจำต้องเลิกว่าจ้างผู้บริหารที่มีอัตราเงินเดือนและผลตอบแทนค่อนข้างสูง

ขณะที่อีกบางกลุ่มกลับมองว่าผู้บริหารระดับสูงอาจไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงมักจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง

เรื่องอะไรถึงจะเชือดพวกเดียวกัน ?

ประเด็นที่ 4 บทบาทของงานบุคคลในประเทศไทย ซึ่งมี HRM และ HRD ซึ่งผลจากการสำรวจพบว่า บริษัทชั้นนำในประเทศไทยกำลังให้ความสำคัญกับ HRD ค่อนข้างมาก

โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาองค์กร การพัฒนาศักยภาพของผู้บริหาร และพนักงาน

ประเด็นที่ 5 ในเรื่องของการวางแผนอาชีพขององค์กร ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเรื่องของ dual track หรือสายอาชีพคู่กันระหว่างสายบริหาร กับสายผู้เชี่ยวชาญ เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้น รวมไปถึงเรื่อง succession planning และการพัฒนาศักยภาพ

ที่รู้สึกว่าในปี 2549 นี้จะได้รับความนิยมสูงขึ้น

แต่กระนั้น ต้องหันมาดูภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยว่า จะทำให้ทั้งหมด 5 ประเด็นนั้นเป็นไปได้จริงในปี 2549 หรือไม่

เพราะเมื่อมาดูผลการสำรวจที่บริษัท วัตสัน ไวแอท (ประเทศไทย) จำกัด ได้สำรวจถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงด้านการจ่ายผลตอบแทนในประเทศไทย จึงพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่า...

เรื่องของอัตราการขึ้นเงินเดือน โดยเฉลี่ยอัตราการขึ้นเงินเดือนของประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 6% แบ่งตามประเภทอุตสาหกรรมที่จ่ายสูงสุดคือ กลุ่มโทรคมนาคม จ่ายอยู่ที่ 6.9% นอกจากนั้น ยังมีกลุ่ม wholesale, retail และ trading

ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปรับเงินเดือนเท่ากับค่าเฉลี่ยคือกลุ่มพลังงานเคมีภัณฑ์ 6.0% กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 6.2% กลุ่มอุตสาหกรรมบันเทิงต่างๆ 6.1%

เพราะฉะนั้น ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย-แปซิฟิก จะพบว่าประเทศที่มีการขึ้นเงินเดือนสูงสุดคืออินโดนีเซีย ปากีสถาน เวียดนาม กลุ่มนี้มีอัตราการจ่ายเงินเดือนอยู่ที่ 9%

ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ 8.5%

กลุ่มที่จ่ายรองลงมาคือจีน และเกาหลี ซึ่งจะจ่ายประมาณ 7% ส่วนประเทศไทยจะจ่ายอยู่ที่ 6%

ส่วนกลุ่มประเทศที่มีการจ่ายเงินเดือนค่อนข้างน้อยได้แก่ฮ่องกง 1.4% ญี่ปุ่น 3.0% สิงคโปร์ 3.3% ไต้หวัน 3.8% นิวซีแลนด์ 2.4% ออสเตรเลีย 4.3%

เพราะฉะนั้น ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ากลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาแล้วจะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนค่อนข้างต่ำ คือจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-4% เท่านั้น

ส่วนประเทศด้อยพัฒนา จะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนที่สูง ดังนั้น ถ้าประเทศไทยมีการพัฒนาไปอีกประมาณ 10-20 ปี อัตราการขึ้นเงินเดือนอาจจะอยู่ที่ 3% ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของทุกประเทศ

ดังนั้น ถ้ามาดูกลุ่มธุรกิจในประทศไทย จะพบว่ากลุ่มการตลาด เซลส์ วิศวกร ไอที ไฟแนนซ์ และบัญชี รวมถึงกลุ่ม HR จึงถือเป็นกลุ่มพนักงานแรกๆ ที่ได้รับเงินเดือนค่อนข้างสูง

แต่ทั้งนั้นคงขึ้นอยู่กับสภาพสภาวะเศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศด้วยว่าจะช่วยส่งเสริมให้กลุ่มธุรกิจเหล่านั้นมีกำไรสูงสุดด้วยหรือเปล่า

เพราะอย่างที่ทุกคนทราบ สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันอยากที่จะโงหัวขึ้น และยิ่งสภาวะทางการเมืองเป็นอยู่อย่างนี้ด้วย

จึงทำให้ทุกคนแทบไม่อยากฝากความหวังว่า ในประมาณกลางปีนี้จะได้รับโบนัสเป็นไปตามที่วาดหวังไว้หรือไม่

หรือใครที่อยากจะเปลี่ยนงาน

ก็แทบจะค่อนข้างมีความกังวลพอสมควรว่างานใหม่ที่จะไปทำนั้น จะเป็นไปดั่งที่ต้องการหรือไม่ เพราะเท่าที่ดูจากตัวเลขผลการสำรวจ ชี้ให้เห็นอย่างหนึ่งว่า ในกลุ่มธุรกิจที่ว่าแน่ๆ บางครั้งยังอาจซวนเซได้

แล้วกลุ่มธุรกิจที่ไม่ค่อยมีความมั่นคงล่ะ...จะเหลืออะไร ?

ดังนั้น จึงอยากให้ใครก็ตามที่คิดกำลังจะเปลี่ยนงาน หรือคิดว่าโบนัสกลางปีนี้น่าจะได้ดั่งหวัง ก็อย่าเพิ่งไปหวังอะไรมาก

ต้องรอดูผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 และที่ 2 นี้ให้ดี และต้องมองลงไปให้ลึกด้วยว่า นอกจากผลประกอบการจะดีหรือเปล่าแล้ว ตัวเลขการลงทุนที่บริษัทลงทุน ทั้งเรื่องคน เครื่องจักร และเทคโนโลยี เป็นเช่นไรบ้าง

ไม่ใช่ดูแต่ตัวเลขเขาเข้ากระเป๋าเพียงอย่างเดียว

แต่ต้องดูตัวเลขที่ทางบริษัทจ่ายไปด้วย

ซึ่งเมื่อเห็นดังนั้น คุณทั้งหลายจะเห็นเองละว่าโบนัสกลางปีนี้น่าจะออกหัว หรือก้อย ต้องลองเฝ้าติดตามกันอย่างห้ามกะพริบตาเป็นอันขาด

ไม่เชื่อก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ?

หน้า 49

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์มติชน




ลงวันที่ 22/05/2006 08:36:55
จำนวนผู้ชม 1610 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์