“สมศักดิ์ เทพสุทิน” เตรียมเสนอเพิ่มค่าแรงช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานอีกครั้ง หลังปีนี้รัฐขึ้นไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังหวั่นผู้ประกอบการจะแบกภาระเกินไป ขอรอหารือข้อกฎหมายก่อนสรุปผล
วันนี้ (2 มิ.ย.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม ครม.เศรษฐกิจและสังคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงสิ่งที่กระทรวงแรงงานจะเสนอว่า ในส่วนของกระทรวงคงจะดูในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน ส่วนมาตรการของกระทรวงแรงงานนั้นยังไม่เสร็จเพราะมีข้อกฎหมายหลายอย่างที่ต้องพิจารณากัน จึงยังเป็นรายละเอียดไม่ได้ เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรจึงจะช่วยผู้มีรายได้น้อยได้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงเป็นการช่วยในเรื่องของค่าแรงที่จะต้องเพิ่มค่าแรงให้กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่ค่าแรงนี้หากขึ้นบ่อยก็เกรงว่าจะเป็นปัญหากับผู้ประกอบการด้วย เพราะอย่างปีที่แล้วรัฐบาลเพิ่มให้ 2 ครั้งจากปกติที่เพิ่มปีละครั้ง หากเราสามารถช่วยในรูปแบบอื่นไปจนถึง 1 มกราคมก็จะดีที่สุด
ในส่วนของการช่วยเหลือเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยัง เนื่องจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ทำอยู่ตลอดเวลา คงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งในที่ประชุม ครม.วันนี้คงยังไม่มีการเสนออะไร
นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า โดยหลักแล้วเราอยากทำเรื่องของค่าแรง ส่วนจะเป็นรูปแบบไหนในรายงานของกระทรวงยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งการช่วยเหลือในเรื่องของค่าแรงมันมีหลายรูปแบบ แต่จะเป็นแบบใดนั้นหากพูดไปก่อนก็อาจจะสับสน จึงต้องรอให้มีการสรุปก่อน ซึ่งหลักการมีอยู่แล้ว เพียงแต่ติดขัดอะไรบางอย่างเท่านั้น เช่น การขึ้นค่าแรงก็เกรงว่าจะมีปัญหาด้านอื่นตามมา เช่น ปัญหาเงินเฟ้อ ดัชนีผู้บริโภค มันมีส่วนต่างที่ทำให้เห็นว่าค่าแรงจะต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น และการที่จะต้องจ่ายเพิ่มมากกว่าปกติก็ต้องมาดูว่าจะช่วยอะไรเขาได้บ้างเชื่อว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาช่วย แต่คงยังไม่ใช่วันนี้เพราะติดในเรื่องของข้อกฎหมาย ทั้งที่ความจริงเราอยากจะช่วยอยู่แล้ว ซึ่งค่าแรงขั้นต่ำในปีนี้ก็เคยขึ้นไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และโดยหลักแล้วก็จะขึ้นปีละครั้ง
สำหรับหลักเกณฑ์ในการขึ้นค่าแรง หากดูจากประกันสังคม คิดในจำนวนเงินเดือนกลุ่ม 7,000, 10,000 และ 15,000 บาท ลงมา โดยในส่วนของเงินเดือนที่มากกว่า 15,000 บาท ถ้าดูในส่วนของประกันสังคมจะอยู่ที่เงินเดือน 15,000 บาท คือหักค่าประกันสังคม 750 บาทต่อเดือน
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ